Hiso ’s Husband V
posted on 31 Aug 2008 09:59 by boradori in HisoHusbandTitle :: Hiso ’s Husband V
Author :: Boradori
Cast :: KiHae , KyuMin
Spoiler :: เปรี้ยวหรือหวาน?!
Theme Song :
>> Mistake (by Sung Shi Kyung feat. Park Ji Hoon ) // Must Listen ! //
*~ Hiso ’s Husband ~*
:: สามีไฮโซ # 5 ::
นอกจากการเที่ยวรอบโลกเพื่อชมความงามของทัศนียภาพหลายๆรูปแบบแล้ว ในทริปฮัลนีมูน ที่ทงเฮหวังว่าจะได้ทำร่วมกับคนรักสักครั้งก็คือการล่องเรือสำราญดินเนอร์กลางแสงเทียน ทงเฮคิดว่าโลกของทงเฮจะต้องหยุดนิ่งมีแค่ทงเฮกับเค้าคนนั้น ความรู้สึกแบบนั้นเกิดขึ้นกับทงเฮจริงๆ เพียงแต่ว่ารอยยิ้มที่หวังว่าจะยิ้มกว้างออกมาจากหัวใจทั้งดวงนั้น หดหายไปหมดเหลือเพียงความกังวล เมื่อทงเฮมองคิบอม ชวนคุยด้วย ตักกับข้าวเอาอกเอาใจ หรือทำอะไรก็ตามแต่แล้วคิบอมไม่พูดอะไรตอบกลับมา นอกจากการพยักหน้า
“ทานอะไรร้อนๆมั้ย”
“….”
“คุณสามีจะอาบน้ำเลยรึเปล่า งั้นฉันอาบก่อนนะ”
“….”
.
.
“ปิดไฟหัวเตียงแล้วนะ”
“….”
“คุณสามีหลับรึยัง “
“…..”
“คุณสามี”
“…….”
เทมป์ แทบิน ไม่มีใครเข้าหน้าคิบอมติด ทุกคนหวังว่าทงเฮจะช่วยแก้สถานการณ์ จวบจนแยกจากพวกนั้นกลับมาถึงบ้าน เข้านอนแล้ว ทงเฮก็ยังทำอะไรไม่ได้เลย
เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้ร่างบางไม่อาจข่มตาให้หลับลง หลังจากถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อย พลิกตัวมองคิบอมที่นอนอยู่ข้างๆ ทงเฮก็ตัดสินใจผละตัวออกจากกองผ้าห่ม ร่างบางแตะปลายเท้าก้าวให้เบาที่สุด ทงเฮคิดว่าจะหลบไปหาแสงสว่างจากภายนอก เผื่อบางทีตัวเองจะคิดอะไรออกว่าจะต้องทำยังไงต่อไป..
ทงเฮนึกถึงสีหน้าของคิบอมตอนพบว่าทงเฮอยู่บนเรือสำราญ แววตาของคิบอมที่มองทงเฮนั้นชัดถึงความเป็นห่วง ก่อนที่ใบหน้าของคิบอมจะซีดลงจนเกือบไม่มีสีเมื่อเห็นพวกคยูฮยอนและแทบินเดินเข้ามาหาทงเฮ คิดแล้วทั้งหมดก็เป็นความผิดพลาดของตัวเองแท้ๆ ไม่น่าร่วมมือกับพวกคยูฮยอนทำอะไรให้คิบอมกระวนกระวายแบบนั้นเลย …
คุณสามี อย่าโกรธทงเฮเลยนะ…
ทงเฮได้แต่ปรารภกับตัวเองและหวังว่าคิบอมจะให้อภัยโดยการรับฟัง
บ้านทั้งบ้านเงียบสงัด มันจึงทำให้เสียงก้าวเท้าลงบันไดของทงเฮดังเป็นจังหวะชัดเจน ทงเฮชะเง้อมองไปยังแสงสีนวลซึ่งปรากฏเป็นหย่อมเล็กๆ ร่างบางรู้สึกแปลกใจไม่น้อยเมื่อลงมาข้างล่าง แล้วยังเห็นไฟตรงระเบียงด้านข้างเปิดอยู่ ดึกแบบนี้ ใครกันที่นอนไม่หลับเช่นเดียวกับทงเฮ ร่างบางสาวเท้าไปมองใกล้ๆแล้วก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่า ร่างที่นอนคดคู้เอาศีรษะทับหัวเข่าอยู่นั้น คือร่างของเด็กหญิงโซนิน แนวลำตัวที่สะอื้นไปมา ทำให้ทงเฮต้องนั่งลงข้างๆ แตะมือเข้าที่หัวไหล่
“โซนิน ”
“…..”
“เป็นอะไรรึเปล่า” โดยปกติแล้วทงเฮไม่สนิทกับโซนินมากนัก ด้วยความที่โซนินเป็นคนเงียบ และติดแต่กับคิบอม ทงเฮเลยได้แต่มองอยู่ห่างๆและรับฟังจากที่คิบอมเล่าให้ฟังเท่านั้น..
“คิดถึงแม่หรือ หืมม” ทงเฮคาดเดาจากการที่คิบอมเคยบอกว่า โซนินดิ้นรนกลับมาเกาหลีเพื่อตามหาพ่อแม่ที่แท้จริง ร่างบางยิ้มเพื่อให้กำลังใจ
“อย่าร้องเลยนะ ถ้าพ่อแม่ของโซนินรับรู้ต้องไม่สบายใจแน่ๆ อยากกอดพวกท่านมั้ย กอดพี่แทนก็ได้ถ้าโซนินคิดถึงพวกท่าน”
“…….” เด็กสาวไม่ได้ตอบอะไรแต่เงยมองทงเฮน้ำตารื้น มือเล็กเกี่ยวตรงชายเสื้อนอนของทงเฮ พร้อมกับการผวาเข้ากอด เสียงสะอื้นดังขึ้น
“ฮึก ฮึก”
“…..” สองแขนกอดปกป้องร่างเด็กหญิงเอาไว้ มือบางลูบหัวไหล่เล็กที่กำลังสั่นเทาเบาๆ ทงเฮได้แต่รับฟัง แม้จะไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงรู้สึกแปลกๆกับอ้อมกอดที่เกาะอยู่ตรงเอวของตัวเอง…น้ำตาที่ไหลออกมาและแห้งเหือดไปของโซนิน สำหรับทงเฮแล้วมันมีทั้งความรู้สึกโล่งใจและไม่เข้าใจ
ฮ้า~
“ได้แล้วค่ะ~”
“นี่ค่ะ กาแฟของพี่ทงเฮ!” มือขาวจัดยื่นแก้วกาแฟหอมกรุ่นให้พร้อมขยับตัวนั่งลงอีกฝั่งหนึ่งของโซฟา ร่างบางกล่าวขอบคุณ ทงเฮ ใช้มืออังรอบๆถ้วย เป่าลมหายใจออกมาเบาๆเพื่อคลายไอความร้อนของกาแฟให้เย็นลง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนละสายตาจากถ้วยกาแฟตรงหน้า หันมามองร่างของโซนิน เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยถามขึ้น
“พี่ทงเฮ นอนไม่หลับเพราะมีเรื่องไม่สบายใจเหมือนกันเหรอค่ะ ถึงได้ลงมาข้างล่างกลางดึกแบบนี้”
“….” ทงเฮยิ้มฝืด ร่างบางอยากจะเลี่ยงตอบอย่างอื่นแต่เลี่ยงไม่ถูก เพราะที่โซนินพูดมาทุกอย่างคือเรื่องจริง ทงเฮกำลังคิดมากและกลุ้มใจเรื่องของคิบอม
“ทะเลาะกันกับพี่คิบอมเหรอค่ะ” ถามตรงจุดแบบนี้ เสียเวลาเปล่าที่จะโกหก ทงเฮจึงพยักหน้า ร่างบางเบือนมองแก้วน้ำในมือ ตอนนี้ไอความร้อนของมันเจือจางลงแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปความโกรธที่คิบอมโกรธทงเฮ มันจะเบาบางลงแบบนี้บ้างมั้ยนะ
“อย่าทำหน้าถอดใจแบบนั้นสิค่ะพี่ทงเฮ ขยันง้อพี่คิบอม โซนินคิดว่าพี่คิบอมต้องหายโกรธแน่ๆ”
“อย่าปลอบใจพี่เลย คราวนี้คุณสามีต้องโกรธพี่มากๆแน่ พี่ง้อมาตั้งเกือบสิบชั่วโมงแล้ว ยังไม่ยอมพูดกับพี่สักคำ” ทงเฮเม้มฝีปากเป็นเส้นตรง ก่อนจะพรูลมหายใจยาวออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน โซนินต้องเอียงหน้าบอกด้วยน้ำเสียงสดใสเพื่อให้คนเป็นพี่รื่นเริงขึ้นมาบ้าง
“สิบชั่วโมงยังไม่หายโกรธ ก็รออีกสิบชั่วโมงสิค่ะ ชวนไปเที่ยว หรือไปไหนก็ได้ เพื่อให้พี่คิบอมอารมณ์ดี ในที่ที่บรรยากาศเป็นใจ แล้วก็บอกขอโทษพี่คิบอม แบบนี้ดีมั้ยค่ะ ”
“เออจริงสิเนอะ” แววตาที่หันมามองโซนินเป็นประกายจ้าขึ้นทั้งสองตา จากริมฝีปากที่ราบเรียบเริ่มมีเค้าโครงของรอยยิ้มปรากฏขึ้น
“ใช่มั้ยหล่ะค่ะ?”
.
.
.
“อะไรกัน ยังไม่หายโกรธเหรอ ไม่ยอมคุยกับแกด้วย แล้ว แกคิดหรือยังไฮโซ ว่าจะต้องทำยังไง”
((ก็คงง้อไปเรื่อยๆ นี่ก็กะว่าพรุ่งนี้จะลองชวนคุณสามีไปเดทน่ะ ))
“แล้ววางแผนการเดทรึยัง ให้ฉันช่วยคิดเอามั้ย”
((ไม่ต้องหรอก นี่ก็ดึกแล้วด้วย กวนแกกับคยูเปล่าๆ))
“ใครบอกว่ากวน คยูฮยอนเค้าเต็มใจ ไม่อย่างนั้น…..โอ้ยย ”
โครม!!!!
((เป็นอะไรรึเปล่า แอ๊บ))
“แค่นี้ก่อนนะ ไฮโซ”
ถ้าคนที่ทานกาแฟไปกลางดึกและเกือบจะข่มตาให้หลับลงได้แล้วแบบทงเฮ ต้องตื่นมานั่งทำหน้าย่นอีกครั้ง อีซองมินคนที่โทรมากวนเพื่อนตอนตีสองก็คงมีสีหน้าไม่ต่างกัน ร่างเล็กเอามือถูข้อมือที่เป็นรอยแดง อีซองมินมองคยูฮยอนที่ย้ายสังขารจากการยืนประกบอยู่ทางด้านหลัง เป็นยืนเยื้องไปอีกข้าง ร่างเล็กทำปากค้อนงอน
“ทำไมต้องคว้าโทรศัพท์ออกห่างและตีข้อมือซองมินด้วย ซองมินเจ็บนะ!” เสียงเล็กพูดแหลม พ่อตัวต้นเหตุที่มีอาการกลัวเมียบังเกิดเกล้าไม่พออกพอใจเป็นทุนเดิมเลยเริ่มหน้าถอดสี คยูฮยอนรีบแก้ต่าง
“ผมไม่ได้ตั้งใจให้ซองมินเจ็บ ถ้าซองมินไม่พูดบอกไปแบบนั้น ซองมินก็จะไม่เจ็บตัวหรอก ครับ!”
“นี่คยูฮยอนว่าซองมินเหรอ!!!” คนตัวเล็กวางโทรศัพท์ดังปังและกัดริมฝีปากล่างให้รู้ว่ากำลังไม่พอใจ คยูฮยอนต้องเข้าไปกอดปลอบขวัญ
“โอ้ๆ คนดีของผม เจ็บมั้ย เพี๊ยงๆ หายไวๆนะครับ ” นอกจากถูๆลบรอยแดงให้ คยูฮยอนจุมพิตเป็นการรักษาอีกหนึ่งอย่าง ร่างเล็กเริ่มหัวเราะคิก เมื่อจมูกของคยูฮยอนไซร์ขึ้นมาตรงซอกคอมากๆเข้า
“จักจี๊นะ กอดอย่างเดียวก็ได้ ทำไมจมูกต้องอยู่ไม่นิ่งด้วย” ดูเหมือนว่าอ้อมแขนอบอุ่นที่โอบร่างของซองมิน จะทำให้ร่างนิ่มลืมความขุ่นเคืองก่อนหน้านี้ไปแล้ว
“ก็ซองมินตัวหอม หอมๆนะ ”
ฟอดดด!
“คยูฮยอนอ่า ซองมินเขินนะ!” ทั้งที่รู้ดีว่า การขออนุญาตของคยูฮยอน ไวพอๆกับการลงมือทำ อีซองมินก็ยังแก้มแดงปลั่งเป็นลูกตำลึงสุกอวดโฉมให้เห็น ร่างเล็กพลิกตัวเกี่ยวเสื้อร่างสูงให้เดินตาม อีซองมินเอามือคล้องคอของคยูฮยอน ให้จมกับเนื้อโซฟา นอนติดตามกันมา ทั้งที่ริมฝีปากยังไม่คลายออกจากกัน
“นี่ คยูฮยอน ” จูบซ้าย จูบขวา จูบปาก จูบหน้าผาก อีซองมินไม่รู้ว่า คยูฮยอนจูบที่ไหนไปแล้วบ้าง แต่ด้วยความสงสัยเรื่องอื่นมากกว่า มือจึงดันตัวคยูฮยอนที่กำลังซุกไซร์ตรงซอกคอ ออกหลวมๆ
“นี่..คยูฮยอน”
“หืม… ซองมินเจ็บเหรอครับ ผมจูบแรงไปเหรอ งั้นผมจะจูบเบาๆนะ”
จ๊วบ โดยแตะริมฝีปากเบาๆอีกครั้ง ก่อนที่ร่างสูงจะเคลื่อนตัวต่ำลงมาจูบตรงหัวไหล่และเนินอก ร่างเล็กรีบส่ายหน้าหยิกปฎิเสธ มือที่ดันออกอีกครั้งถูกคยูฮยอนกุมไว้
“ไม่ใช่”
“งั้นอะไรล่ะครับ” จับมืออีซองมินพาดไว้บนเอวของตัวเอง อีกมือคยูฮยอนเริ่มสอดเข้าไปภายใต้เสื้อชุดนอนของซองมิน ร่างสูงลูบเนินอกสีชมพู พลางเลิกเสื้อขึ้นให้พ้นทาง จูบย้ำผิวสีขาวที่ปรากฎให้เห็นทุกร่องรอย คราวนี้อีซองมินลุกพรืด
“คยูฮยอนอ่า อย่าเอาแต่จูบอย่างเดียว”
“…….”
“หยุดก่อนได้มั้ย ฟังซองมินบ้างสิ”
“…….”
คุณเคยเห็นคนที่กำลังหัวเสียเพราะไม่ได้ทานข้าวมาสิบวันมั้ย แต่สำหรับสีหน้าของโจวคยูฮยอนตอนนี้ เพิ่มภาวการณ์ขาดน้ำและอัตราความเซ็งในร่างกายไปด้วยอีกอีกยี่สิบเท่า
“ฟังซองมินหน่อยนะ”
“พูดมาสิครับ ” ร่างสูงเดินไปหยิบบุหรี่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทที่แขวนอยู่แล้วเดินกลับมานั่งที่เดิม ซองมินเห็นได้ชัดว่าวาจาและสีหน้าของคยูฮยอนไม่สัมพันธ์กันสักนิด คยูฮยอนพูดว่าจะฟังซองมินแต่กลับไม่มองหน้าซองมินเลย ร่างเล็กเอามือโอบรอบคอร่างสูงที่กำลังก้มหน้า อีซองมินเกยคางค้างไว้ที่หัวไหล่ของคยูฮยอน บอกเสียงแผ่ว
“โกรธซองมินเหรอ ทำหน้าบึ้งเดี๋ยวซองมินไม่รักนะ ซองมินชอบให้คยูฮยอนยิ้มเยอะๆ คยูฮยอนก็รู้”
“หึ!!” คยูฮยอนหัวเราะต่ำในลำคอ นี่เค้าโดนอีซองมินง้อให้หายโกรธง่ายขนาดนี้เลยเหรอ เพราะแค่อีซองมินบอกว่าจะไม่รัก โจวคยูฮยอนก็อยากยิ้มเยอะๆให้อีซองมินรักมากกว่าเดิมแล้ว
“ว่าไง หายโกรธซองมินรึยัง ”
“แล้วตกลงซองมินจะถามผมเรื่องอะไร” เสียงคยูฮยอนอ่อนลงมา แม้จะไม่บอกว่าหายโกรธแล้วรึเปล่า อีซองมินก็รู้ว่าคยูฮยอนหายแล้ว เมื่อร่างสูงหันมามองหน้าของซองมิน ร่างเล็กเลยเปลี่ยนตัวเองไปนั่งข้างๆ เอนตัวพิงต้นแขนของคยูฮยอน
“ซองมินอยากรู้ว่า..ทำไมคยูฮยอนถึงไม่อยากให้ทงเฮรู้หล่ะว่า คยูฮยอนก็เป็นห่วงความรู้สึกของคิบอม”
“……”
“คยูฮยอนของซองมิน ก็อยากจะขอโทษเหมือนกัน เรื่องที่ทำให้คิบอมเสียเวลาทั้งวันเพื่อตามหาทงเฮไม่ใช่เหรอ”
“……”
“มองหน้าซองมินทำไม”
“นี่ที่ซองมินปฎิเสธการจูบของผม ก็เพราะเรื่องคนอื่นอย่างนั้นเหรอครับ”
“คยูฮยอนอ่า” มือนิ่มเกี่ยวตัวของคยูฮยอนให้หันหน้าเข้าหาแล้วจัดการล้มศีรษะนอนลงบนตักแกร่ง ดวงตากลมโตกระพริบมองหน้าคยูฮยอนตาปริบๆ
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ซองมินแค่สงสัย ถ้าหายสงสัยแล้ว คยูฮยอนจะจูบนานเป็นสองเท่า ซองมินก็ไม่ว่า ไม่อย่างนั้นซองมินจะยอมมีอะไรกับคยูฮยอนทุกวันรึไง” พูดแล้วก็หลบตาแก้เขิน..
“หึ!!” เสียงหัวเราะนี้ คยูฮยอนหัวเราะเยาะตัวเองอีกแล้ว ท่าดีทีเหลวอย่างไร สิ่งที่คยูฮยอนไม่เคยหนีให้พ้นไปจากความรู้สึกในหัวใจได้ คือความเป็นคนน่ารักของอีซองมิน
ก็ดูเอาเองแล้วกัน นอนหนุนตัก ทำตาเชื่อมแล้วง้อ แถมพูดไปเขินไป นิ้วเล็กก็จิ้มๆที่ต้นแขนสะกิดให้ตัวคยูฮยอนหายโกรธ พอเขินมากๆเข้า ก็ซุกหน้าลงกับหน้าตักของคยูฮยอน ก่อนที่จะเงยหน้ามารอฟังคำตอบใหม่ด้วยแววตาวิ้งๆแถมวิงวอน
ในโลกใบนี้จะหาใครที่น่ารักได้เท่าอีซองมินมั้ยนะ สำหรับโจวคยูฮยอน ซึ่งใช้ชีวิตมายี่สิบปีแล้ว ตอบได้เลยว่าไม่มี
“ตกลงคยูฮยอนว่ายังไง “
“…….”
“อึก! อื้อ…คยู…คยูฮยอน..”อีซองมินดิ้นขลุกขลัก เมื่อโดนชิงจูบอย่างหนักหน่วงตรงริมฝีปาก คยูฮยอนตรึงใบหน้าของอีซองมินให้อยู่นิ่ง จวบจนลมหายใจประสานกัน เสียงอื้ออึ้งทั้งหมดจึงเปลี่ยนเป็นเสียงครางเล็กๆแทน อีซองมินทำตาโตมองคนที่อยู่ๆก็จูบ ผละออกแล้วยังทำหน้าเป็นทองไม่รู้ร้อนอีก
“ว่าอย่างนี้แหละครับ “
“ไม่เห็นที่ซองมินถามจะเกี่ยวกับจูบสักนิด ”
“สองอีกสักครั้งมั้ยหล่ะ ซองมินจะได้รู้ว่ามันเกี่ยวตรงไหน”
“ไม่เอาแล้ว ไม่คุยกับคยูฮยอนแล้ว ”
“ไม่ให้ไป..” ปล่อยความน่ารักไว้ให้โจวคยูฮยอนหัวหมุนแล้ว เรื่องอะไรจะปล่อยให้ไปง่ายๆ คยูฮยอนรั้งร่างกลมนิ่ม กอดทับลงไปบนเนื้อโซฟา ร่างเล็กของอีซองมินถูกสองแขนแกร่งของคยูฮยอนคร่อมกำบังไว้
“วันนี้เอาความถี่เท่าไหร่ดีครับ” ร่างสูงเลียริมฝีปากล่างเย้าให้อีซองมินใจเต้น
“สองร้อยรอบต่อวินาที” คยูฮยอนอ้าปากค้าง ยังเห็นร่างเล็กพยักหน้างึกๆอีก
“ จริงอ่ะ ซองมินรับไหวแน่ๆนะ”
“ไหวแน่ๆ ซองมินกินยามาแล้ว วันนี้กินวิตามินซีและบีรวมด้วย ไหนจะอาหารเสริม คยูฮยอนซองมินไหวจริงๆนะ”
“โกหกผมใช่มั้ย ผมไม่เห็นซองมินกินยาเยอะขนาดนี้สักนิด
“คิคิ รู้ด้วยเหรอว่า ซองมินโกหกคยูฮยอนเพื่อเอาใจ”
“ หึ!!…” คยูฮยอนจูบตรงหน้าผากบางด้วยความหมั่นเขี้ยว อีซองมินหัวเราะคิก ร่างสูงโอบตัวร่างเล็กให้ใกล้ขึ้น มือของซองมินวางไว้บนแผนหลังของคยูฮยอน จูบเนิ่บนาบเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เปลือกตา จมูก มาถึงจุดอิ่มแดงทุกจุดบนริมฝีปาก แรงปรารถนาของเนื้อตัวบอกว่าร่างกายเราต้องการกันและกัน
คยูฮยอนจัดการถอดเสื้อผ้าทั้งของตัวเองและอีซองมินให้พ้นทาง อีซองมินเปรียบเหมือนผลแอบเปิ้ลจากสวรรค์ชั้นอดัมกับอีฟ ความรู้สึกเมื่อกัดคำแรกคือหอมหวาน ยามที่ได้ลิ้มคำต่อไปจึงยากที่จะลืมเลือน
จูบแรก หวานหอมเหมือนผลแอปเปิ้ล ในเวลาที่ริมฝีปากเราแลกเปลี่ยนความหวานเข้าหากันเรื่อยมาจนถึงซอกคอ แต้มรอยตรงร่องอก มันดึงดูดใจเหมือนน้ำทิพย์แรกอรุณในยามที่พระอาทิตย์จรัสแสงสวยงาม ร่างกายของอีซองมินสุขสกาวด้วยความผุดผ่องทุกครั้งที่มือลากผ่านจนถึงเบื้องล่าง
“อื้อ..คยูฮยอน” จูบที่เท่าไหร่ของเราไม่รู้ ในตอนนี้ที่คยูฮยอนเคลื่อนกายผ่านช่วงท้องลงไปแล้ว ความอุ่นพร้อมกับความเจ็บแปลบซึ่งดันตัวขึ้นมาจากการรุกล้ำเนิบนาบทำให้อีซองมินหลับตาปี๋ คยูฮยอนเร่งจังหวะเร็วขึ้นพร้อมทั้งปลอบประโลมด้วยจูบนุ่มนวลแบบเดิม
“อ้า~”มือเล็กที่เกาะหัวไหล่คยูฮยอนสะดุ้งทุกครั้งที่ร่างสูงคว้าจังหวะในการกอปรแรงเสน่หาครั้งนี้ คยูฮยอนครางประสานลมหายใจของอีซองมินด้วยการตอกย้ำคำว่า รัก.. ความร้อนแล่นพล่านทั่วผิวกายเมื่อลิ้นอุ่นโลมเลียตรงท้ายทอย จากจูบเบาๆฟันซี่คมกดน้ำหนักลงไปบนผิวขาวจัดของอีซองมินมากขึ้น ก่อนจะทิ้งร่อยให้ฝังลึกอวดตัวอยู่กับผิวขาวที่สว่างตาตรงหัวไหล่ของซองมินจนเป็นรอยแดง
“อึก!! เจ็บ! อึก! คยูฮยอนเอาแต่ใจ ” พยายามทำให้นุ่มนวลแล้วแต่สัญชาติญาณดิบก็บอกออกมาให้อีซองมินรู้ว่า ความต้องการของโจวคยูฮยอนมันรุนแรงแค่ไหน ร่างสูงซับหยาดเหงื่อและน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะการเกร็งลำตัวให้ติดกับเบาะของโซฟาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดของอีซองมิน จูบเพื่อเกลี่ยรอยแดงทุกรอยบนตัวของอีซองมินที่เกิดจากน้ำมือของตน
“ผมรักซองมิน..” เซกซ์กับโจวคยูฮยอนเป็นแบบนี้ ไม่ได้นุ่มนวลและอ่อนหวาน แต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อน ผ่อนปรนร่างกายเข้าหากัน ใช้หัวใจตัดสินแทนความรู้สึกทุกอย่าง ทั้งความดื้อและความรักมันทำให้โจวคยูฮยอนต้องการอีซองมินไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็น ร่างกาย ความใคร่ เซ็กซ์ แรงเสน่หา หรือความรัก
“อ้า~” ร่างเล็กอ่อนยวบลงบนโซฟาเมื่อถูกความอุ่นชื้นแล่นเข้าหาเป็นครั้งสุดท้าย คยูฮยอนกอดร่างเล็กไว้แนบอก เปลือกตาบางของอีซองมินอุ่นชื้นเพราะผ่านการกลั้นน้ำตาเอาไว้ คยูฮยอนคลี่นิ้วมือเรียวที่เต็มไปด้วยรอยแดงของการกำลงไปบนเนื้อของโซฟา จูบทุกหยุดหยาดด้วยความลึกซึ้งที่ออกมาจากความรู้สึกส่วนลึกภายใน
การทำให้อีซองมินเจ็บรวมทั้งทุกร่องรอยที่ทิ้งไว้…คยูฮยอนจะไม่พูดคำว่า ขอโทษ หรือเสียใจ สองคำนี้ หมายความว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นมันต้องเป็นความผิดพลาดซึ่งเราไม่ได้คาดหวัง แต่สำหรับเซ็กซ์ทุกครั้งกับอีซองมิน คยูฮยอนตั้งใจ และก็คาดหวังด้วยว่า เราจะมีลูกสาวลูกชายไว้เลี้ยงดูเล่นสักคนในเร็ววัน …หรือเอาลูกแฝดดีว่ะ จะได้คุ้มค่า…….ไปไกลแล้ว..คิดไปถึงขั้นนั้นโจวคยูฮยอนก็เอามือตีศีรษะตัวเองด้วยความโง่
อีซองมินจะท้องได้ที่ไหน?!
หลังจากรอให้อีซองมินกลับมามีลมหายใจที่สม่ำเสมออีกครั้ง คยูฮยอนก็อุ้มร่างเล็กที่หลับสนิทไปนอนที่เตียงนอน คยูฮยอนวางร่างของอีซองมินแล้ว ก็อดที่จะจูบเบาๆตรงริมฝีปากย้ำซ้ำๆไม่ได้..มือที่ถือผ้าห่มเพื่อห่อร่างของอีซองมินชะงักค้าง เมื่อผละออกมองเนื้อตัวเปลือยเปล่าที่ยังสวยงามอยู่ทุกส่วน
“ปลุกมาอีกสักรอบดีมั้ยเนี่ย..นี่ก็ยี่สิบนาทีแล้ว ซองมินนอนพอแล้วน่า” อ่า…สำนึกที่ยังหลงเหลืออยู่ในสมอง ด่าตัวเองให้รู้สึกว่า งี่เง่า ครั้งที่สี่ในรอบวันที่คยูฮยอนหัวเราะเย้ยตัวเอง เห็นแบบนี้แล้วคยูฮยอนไม่อยากไปโรงพยาบาลเพื่อให้หมอวินิจฉัยโรคเลยสักนิด ร่างสูงกลัวว่าในแฟ้มประวัติจะมีผลการวินิจฉัยพาดหัวตัวหนาๆไว้ว่า
โจวคยูฮยอน มีโรคประจำตัวที่ชื่อว่า อีซองมินลึซึ่ม
อาการบ่งชี้
1. อยากจูบอีซองมิน
2. ต้องการอีซองมิน
3. คิดถึงอีซองมิน
4. รักอีซองมิน
ผลแทรกซ้อนคือ หงุดหงิดง่าย เมื่อไม่เห็นอีซองมินอยู่ในสายตา
ยาที่แพ้และมีผลข้างเคียง คือ ผิวขาวๆทั้งสามสิบสองส่วนของอีซองมิน
คยูฮยอนเป็นโรคอีซองมินลึซึ่ม …พระเจ้าครับ…..ถ้าหมอวินิจฉัยแบบนี้ผมจะทำยังไงดี
คยูฮยอนสอดแขนรองศีรษะแทนหมอนให้อีซองมิน ร่างสูงกอดตัวร่างเล็กแนบไว้กับแผ่นอก ใช้ผ้าห่มคลุมร่างของเราทั้งสองแล้วก็หัวเราะกับตัวเองเบาๆ
คำตอบที่ถามพระเจ้า คยูฮยอนรู้ดีอยู่แล้ว
คยูฮยอนไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากยอมรับ ว่าทุกอย่างที่หมอบอกนั้นคือ…เรื่องจริง……..
.
.
.
บ้านทั้งบ้านของทงเฮเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ เมื่อเช้าวันนี้คุณหนูซึ่งแสนจะเรื่องมากกับแม่บ้านถึงขั้นเข้าครัวเพื่อทำแซนวิชจานด่วนไปให้คุณสามี ทงเฮหั่นขอบขนมปังแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสทั้งสี่ด้านออก ร่างบางทามายองเนสที่ขนมปังหนึ่งแผ่น แล้ววางผักกาดหอม แครอท และแตงกวาดองเพื่อเพิ่มความสวยงาม ตามด้วยการจัดไส้ทูน่าที่ผสมด้วยน้ำสลัดและเกลือป่น ต่อจากนั้นจึงประกบกับขนมปังอีกแผ่นที่จัดเตรียมไว้ ก่อนจะแพ็คใส่กล่อง ทงเฮก็ไม่ลืมห่อด้วยถุงพลาสติกกันลมเพื่อทำให้เนื้อแซนวิชนุ่มขึ้น
“อ่ะ~ เสร็จแล้ว” ทงเฮมองผลงานอาหารเช้าจานนี้ของตัวเองด้วยความพึงพอใจ มันคือแซนวิชทูน่าแต่ทงเฮจะให้ชื่อมันว่า แซนวิชเอาใจสามีแล้วกันนะ
“คุณสามีจะชอบกินแซนวิชมั้ยนะ..” ถือกล่องออกมาวางบนโต๊ะกินข้าวแล้วก็นิ่งคิดอยู่คนเดียว ทงเฮรีบเปลี่ยนใบหน้าฉับพลันเมื่อพบว่า แม่บ้านสองสามคนที่ยืนหลบอยู่ตรงเสากำลังหัวเราะท่าทางของทงเฮ ร่างบางทำเสียงแข็งแล้วถาม
“มองอะไรกัน จะไปทำอะไรก็ทำเถอะ ฉันไม่ได้ต้องการอะไร”
“ โอ๊ะ คุณคิมคิบอม!”
“ไหน..คุณสามีอยู่ไหน” หันซ้ายหันขวา ปฎิกริยารีแอ๊คชั่นโดยอัตโนมัติ มองรอบด้านแล้วก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของคิบอม คิ้วเรียวที่ชี้ขึ้นสูง หันกลับมาแล้วกดต่ำเฉียงเป็นแนวขวาง เมื่อพบว่าแม่บ้านทั้งหมด พยายามกลั้นยิ้มให้กับท่าทางของทงเฮกันเป็นแถว ทงเฮโดนหลอกเข้าให้แล้ว
“หัวเราะอะไรกัน”
ถ้าแม่บ้านทั้งหมดตอบได้โดยไม่เกรงใจคงจะตอบว่า สงสัยคำว่า ไม่ต้องการอะไรของคุณหนูทงเฮจะเชื่อไม่ได้แล้วเพราะอาการลุกลนแบบนี้มันต้องการคุณสามีชัดๆ
“จะให้น้าตามคุณคิมคิบอมให้มั้ยค่ะ คุณหนู” แนวหน้าที่กล้าลองของ ไปแล้วหนึ่งคน
“น้าเฮวอน..” แม่บ้านคนที่ทงเฮไว้ใจและสนิทใจมากที่สุด เป็นคนที่แซวทงเฮซะเองตั้งแต่ประโยคแรก ทงเฮเขม่นตาว่าไม่เชิงจริงจังนักแล้วก็ต้องกดเสียงให้ดุขึ้นอีกเมื่อยังได้ยินอีกว่า “ นั่น..คุณคิมคิบอม ”
“น้าเฮวอน ฉันอนุญาตให้พูดเล่นรอบเดียวเท่านั้นนะ”
“เอ่อ คุณหนูทงเฮ..”
“ไม่ต้องรู้สึกผิดเลย มีรอบสองแบบนี้ ฉันจะบอกให้คุณป๋า…”
“รถที่บอกให้เตรียมไว้ได้หรือยัง ”
“ได้แล้วครับ” ทงเฮหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาทันที เมื่อประโยคนำก่อนหน้านี้ป็นเสียงที่คุ้นหูของคนที่ทำให้ทงเฮนอนไม่หลับทั้งคืน ร่างบางหันไปมองทางด้านหลังแล้วลมหายใจก็วืดออกจากร่างไปหมด ไม่ใช่เรื่องโกหกมันคือเรื่องจริงล้วนๆ เมื่อกรอบเงาทีฉายให้เห็นถึงดวงตาสีมืดสนิท ใบหน้าและลำตัวนั้น เป็นคุณสามีของทงเฮแบบที่น้าเฮวอนบอกจริงๆ คุณสามีกำลังสั่งงานกับลูกน้องคนสนิทซึ่งยืนเยื้องไปทางข้างหลังของทงเฮไม่กี่ช่วงตัว หัวใจทงเฮเต้นแรง ขาก้าวไม่ออก แต่ทงเฮจะรวบรวมความกล้า
“เดี๋ยวถ้าโซนินลงมา บอกเธอว่า ฉันรอที่รถแล้ว”
“ครับ”
“แล้วเดี๋ยวตอนบ่าย ฉันจะเข้าไปเช็คสต็อกสินค้าที่โกดัง เตรียมของไว้ให้พร้อม”
“ครับนาย..”
“คุณสา…”
ลูกน้องคนสนิทของคิบอมโค้งศีรษะลงต่ำแล้วร่างสูงที่ทงเฮรอคอยทั้งวันก็เดินผ่านหน้าของทงเฮไป แบบไม่เสียเวลาหันมอง คิบอมไม่สนใจแม้กระทั้งเสียงเรียก การก้าวผ่านไปเสียเฉยๆแบบนั้นทำให้ทงเฮหุบรอยยิ้มแล้วเม้มริมฝีปากเข้าหากัน
ตลอดระยะเวลาที่คิบอมหยุดคุยกับลูกน้องคนสนิท ทงเฮมองที่คิบอมตลอดจนร่างสูงเดินไปใส่รองเท้าที่หน้าบ้าน เปิดประตูรถ และขึ้นไปนั่งรอเด็กน้อยโซนิน ทงเฮก็ยังไม่ละสายตาไปจากคิบอมเลย แต่สิ่งที่ทงเฮได้รับก็ยังเป็นแบบครั้งแรก
…คุณสามีมองไม่เห็นทงเฮ….
ทำไม?
คุณสามีจงใจทำเป็นไม่เห็นฉันอย่างนั้นเหรอ?
เสียงสตาร์ถรถซึ่งได้ยินหลังจากนั้นบอกทงเฮว่า ร่างบางไม่มีเวลามากนัก ทงเฮไม่เสียเวลางอนเรื่องที่คิบอมทำเป็นมองไม่เห็น หน้าที่ที่สำคัญกว่านั้นคือการทำให้คิบอมหายโกรธ และถ้า คิบอมไม่สนใจทงเฮมากกว่านี้มากขึ้น..มากขึ้น ทงเฮก็จะพยายาม ในเมื่อ เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นแต่เริ่มแรกแล้วคนผิดก็คือ ทงเฮเพียงคนเดียว..เพราะฉะนั้น ทงเฮจะง้อให้ถึงที่สุด
เอิ๊ยดดดด
คิบอมเบรกรถเกือบจะไม่ทัน เมื่อร่างของใครหนึ่งคนยืนขวางอยู่หน้ารถตรงรั้วทางออก ทงเฮตรงดิ่งไปเคาะกระจกรถ ร่างบางทำมือให้คิบอมเลื่อนกระจกลง ในขณะที่คิบอมทำหน้าเหวอๆเพราะตั้งตัวไม่ติด
“คุณสามีลืมของ”
“…….”
“ยังนิ่งอยู่อีก รับไปสิ”
“ผมว่าผมไมได้ลืมอะไร”
“คุณสามีลืม”
“……”
“นี่ไง..ฉันลืมให้มอร์นิ่งคิส ”
จุ๊บ..
“………..” ทงเฮเขย่งตัวแตะสัมผัสอุ่นๆไปตรงริมฝีปากคิบอม ร่างบางวางกล่องแซนวิชไว้ที่หน้าตักของคิบอมก่อนกลับไปยืนยิ้มแล้วส่งมือบ๊ายบายให้
“คราวนี้ก็ไปได้ คุณสามีไม่ได้ลืมอะไรแล้ว”
“…..”
“ทานแซนวิชให้หมดด้วย บังคับ บ๊ายบาย…”
“….”
“โซนิน ตั้งใจเรียนนะ บ๊ายบาย..” เด็กหญิงโซนินพยักหน้ายิ้มตอบให้ทงฮเฮ ส่วนเจ้าของรถ เอาแต่มองตรงไปข้างหน้า เมื่อทงเฮก้มลงเอียงมองอีกครั้งนั้นหล่ะ คิบอมถึงปิดกระจก บังคับพวงมาลัย แล้วก็..ขับรถออกจากบ้านไป..
ในขณะที่ทงเฮยังต้องยืนต่อสู้กับสายตาของลูกน้องคิบอมและแม่บ้านทั้งหลายซึ่งมองจ้องมาที่ทงเฮ สายตาทั้งหมดแสดงความอิ่มอกอิ่มใจที่เจ้านายหวานใส่กันตอนเช้า..
หวานเหรอ.
เราโกรธกันอยู่.มันยังไม่หวานเลยนะ..
.
.
.
“บ้านฉันแบบนั้น มันเรียกว่าหวานแล้วไฮโซ..ส่วนไอ้การที่แกกดเมดเสดส่งหาคิบอมทุกยี่สิบนาทีแบบนี้มันเรียกว่า เลี่ยน..”
“จริงเหรอแอ๊บแบ๊ว “
“เออ”
..แต่คุณสามียังไม่เห็นถึงความพยายามของฉันเลยนะ ถ้าเย็นนี้คุณสามีไม่ไปตามนัดหล่ะ..ฉันต้องแย่แน่ๆ แต่ส่งเมดเสดไปบอกเวลานัดหลายๆครั้งพร้อมบอกว่า คิดถึง มันเลี่ยนไปจริงเหรอ?”
“…”ไอ้สีหน้าถามความเห็นเพราะไม่แน่ใจจริงๆของทงเฮ ซองมินไม่รู้ว่าจะเห็นใจที่มันมีความพยายามหรือจะด่าซ้ำ เพราะมันเป็นโรควิตกจริตดี
“เชื่อดิ๊ ว่าคิบอมไป ไปอยู่แล้ว..ไม่มีทางปฎิเสธแกหรอก เชื่อฉัน ” เพื่อนที่ดีต้องให้กำลังใจเพื่อน โอเค ซองมินจะเป็นเพื่อนที่ดีหนึ่งวัน
“แกว่างั้นเหรอ..”
“อื้อ”
“แล้วแกว่า ทำแบบนี้แล้วคุณสามีจะหายโกรธฉันหรือเปล่า ”
“ล้านเปอร์เซนต์” วันนี้ซองมินเป็นเพื่อนที่ดียกกำลังสอง เพราะซองมินสนับสนุนความเห็นเพื่อนทุกอย่าง
“โอเค ฉันไม่กลุ้มใจแล้ว ไปกินข้าวเที่ยงกัน ”
“……”
“วันนี้กินอะไรดี กินข้าวยำที่โรงอาหารแถวคณะคยูฮยอนดีมั้ย ที่นั่นอร่อย”
“……”
“ชวนฮยอกแจ เรียววุคไปด้วย ไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานแล้ว แกว่ามั้ยแอ๊บ”
“……..”
“ชีวอนด้วย เฮ้ยย แกโทรเรียก คยูฮยอนด้วยดิ๊ แอ๊บ……”
“…….”
“แอ๊บแบ๊ว อย่าลืมโทรเรียกคยูฮยอน..”
“…….”นี่แหละครับ อีทงเฮ เพื่อนผู้ประเสริฐเพื่อนเลิฟของลีซองมิน เวลามันมีเรื่องไม่สบายใจ มันจะเป็นคนเปิดเผยและพยายามจนสุดความสามารถ ทงเฮเป็นคนกล้าคิดกล้าทำ แต่อยากรู้ผลของการกระทำล่วงหน้า โดยให้คนอื่นคาดคะเนความเห็นไว้ให้ ถ้ามีแต้มสนับสนุนในมือเยอะ แม้ว่าเรื่องที่ทำไปแล้วจะผิดถูก อีทงเฮก็จะไม่มีความกังวลกับเรื่องนั้นอีกแล้ว
อะไรจะเกิดขึ้น..ก็ขอให้มันเกิด…
ซองมินมองทงเฮที่หอบหนังสือในมือ อีกมือกดโทรศัพท์โทรตามฮยอกแจ ซีวอนและเรียววุค เสียให้วุ่น ร่างเล็กส่ายหน้ายิ้มๆ
“เร็วๆสิแอ๊บ อย่าเดินช้าทำตัวอ้วนเป็นหมู เร็วๆ รีบๆเดินเข้า ไปช้าแกต้องเลี้ยงนะ”
“เออรู้แล้วน่า”
อีทงเฮ ยิ้มได้แล้วหัวเราะได้แล้ว จากที่เมื่อก่อน ตอนที่พี่จองซูจากไป หรือตอนที่เลิกกับคิบอมคราวนั้น เพื่อนของซองมิน เป็นคนที่หารอยยิ้มสดใสแบบนี้ได้ยากเหลือเกิน แต่ตอนนี้แค่ไม่กี่วินาทีเดินผ่านไป อีทงเฮก็กลับมารื่นเริงได้โดยไม่มีเรื่องติดค้างในใจ
กำแพงที่กั้นแผลเป็นในอดีตของอีทงเฮ ถูกทำลายลงเมื่อไหร่นะ
เป็นคนลักษณะแบบอีทงเฮตอนนี้…..มีความสุขง่ายเกินไปรึเปล่า?
ไม่ใช่หรอก…ต้องพูดว่า ความรักซึ่งเกิดจากการมีครอบครัว มีความรับผิดชอบและความเชื่อใจทำให้อีทงเฮมีความสุขง่ายเกินไปรึเปล่า ถึงจะถูก
ยังไงซะก็…ไฟท์ติ๊งนะ ไฮโซ
“ไฮโซ ไฟท์ติ๊ง!”
ราวกับว่าคำอวยพรของซองมินจะสื่อให้คิบอมรับรู้ เพราะวันนี้เวลาว่างจากการเช็คสต็อกสินค้า คิบอมก็เอามือถือออกมานั่งมองแล้วยิ้มอย่างเดียว ไม่เว้นแม้แต่การประชุมเพื่อจัดหาสัมปทานประจำปี คิบอมซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นประธานในที่ประชุมเจรจากับผู้ร่วมหุ้นหลายๆบริษัท วาระการประชุมที่หาเวลาว่างปลีกตัวไม่ได้ ร่างสูงยังต้องวางโทรศัพท์มือถือไว้ข้างๆตัวให้อุ่นใจ
สงสัยคิบอมจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมามองหลายครั้ง เพราะทันทีที่เลิกประชุม ผู้ร่วมหุ้นคนนึงซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับคิบอม เข้ามาถามกึ่งแซว
“วันนี้มีเดทเหรอครับ ผมเห็นคุณคิมคิบอม มองโทรศัพท์มือถือตลอดเลย”
“……” คิบอมโค้งศีรษะลงเล็กน้อย ร่างสูงยิ้มตาหยี พลางคิดในใจว่า มันไม่ใช่เดทหรอก ก็แค่ อีทงเฮชวนไปดูหนัง ความรู้สึกมันเลยอยากเลิกประชุมเร็วเพื่อไปให้ถึงก่อนเวลานัดเพราะไม่อยากให้อีทงเฮนั่งรอ
“คนสำคัญใช่มั้ยครับไม่ตอบแบบนี้ “
“ขอตัวก่อนนะครับ”
คิบอมขอตัวจากผู้ถือหุ้น ร่างสูงเสียบกุญแจ เข้ามาในรถ จากนั้นใบหน้าเคร่งขรึมที่ทุกคนต่างพบเห็นนั้นจึงค่อยๆผ่อนคลายลงแล้ววาดเป็นรอยยิ้มกว้าง
“คนสำคัญใช่มั้ยครับไม่ตอบแบบนี้ “
คนสำคัญ? อีทงเฮไม่ใช่แค่คนสำคัญหรอก ก็แค่ คู่สมรสคนเดียว ในชีวิตนี้ คนที่ให้โกรธมากยังไง ก็ไม่เคยโกรธเคืองได้เสียที มันก็เท่านั้นหล่ะ
“ทานอะไรร้อนๆมั้ย”
“….”
“คุณสามีจะอาบน้ำเลยรึเปล่า งั้นฉันอาบก่อนนะ”
“….”
“ปิดไฟหัวเตียงแล้วนะ”
“….”
“คุณสามีหลับรึยัง “
“…..”
“คุณสามี”
“……..”
ความจริงแล้ว เรื่องที่ทงเฮรวมหัวกับพวกคยูฮยอนแกล้งให้คิบอมออกตามหา ตอนที่รู้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นมันเป็นแค่ฉากละครซึ่งสร้างขึ้นมา ความรู้สึกคิบอมตอนแรกยอมรับเลยว่าโกรธมาก แต่มันถูกเจือจางลงทันทีเมื่อคิดถึงความจริงที่ว่า จุดมุ่งหมายที่คิบอมยอมเหนื่อยออกตามหานั่นเพราะอะไร เพราะคิบอมหวังว่า จะได้ทงเฮกลับมา..ในเมื่อทงเฮปลอดภัย และกลับมายืนข้างๆคิบอมแล้ว
มันควรจะเป็นสิ่งที่คิบอมพอใจมากที่สุดไม่ใช่หรือ?
คิบอมไม่ได้โกรธเคือง หรือไม่พอใจ แต่ที่คิบอมไม่ตอบอะไร เพราะคิบอมจงใจไม่อยากคุย..
ในสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร
ทงเฮจะทำหน้าไม่ค่อยมั่นใจเวลาเรียกชื่อคิบอม
ทงเฮจะคอยมองเวลาที่คิบอมเดินผ่านหรือทำอะไรก็ตามแต่
ทงเฮรู้จักการเอาใจใส่มากขึ้น
ทงเฮตื่นมาทำแซนวิชแต่เช้า
ทงเฮยอมเสียฟอร์มทำหน้าเขินต่อหน้าแม่บ้าน
ทงเฮยิ้มให้คิบอมเห็นบ่อย..
และที่สำคัญ คำติดปากที่ทงเฮมักจะพูดอยู่เสมอ จะมีแต่คำว่า..
“คุณสามี”
คิบอมไม่ยอมพูดเพราะแค่อยากฟังและได้ยิน..
“คุณสามี…”
“คุณสามีลืมของ”
“นี่ไง..ฉันลืมให้มอร์นิ่งคิส ”
ร่างบางจะรู้ตัวมั้ยนะว่า เป็นคนพูดคำนี้ แล้วทำให้คนฟังแบบคิบอมอมยิ้มกว้างที่สุดในโลก
กว้างกว่าหัวใจที่เป็นก้อนเนื้อตรงหน้าอกข้างซ้ายเสียอีก..
สำหรับคิบอมแล้ว อีทงเฮ ไม่ใช่คนสำคัญหรอก ก็แค่ชีวิต ที่ประเมินค่าความสำคัญออกมาเป็นปริมาณไม่ได้
มันก็เท่านั้นแหละ……
.
.
.
“ ทำไมไม่รู้ เป็นห่วงทงเฮจัง ฮัด ~ ฮัด ~ฮัดชิ้ว~!!” ร่างสูงวางปากกา เคลื่อนตัวเอาเสื้อโค้ทซึ่งวางพาดไว้บนบ่าร่างเล็กอยู่ก่อนแล้ว โอบตัวของร่างเล็กมากขึ้นกว่าเดิม
“ห่วงตัวเองก่อนเถอะครับที่จะห่วงคนอื่น”
“งั้นซองมินห่วงคยูฮยอนเท่าๆกับห่วงตัวเองได้มั้ย ฮัด~ ฮัดชิ้ว!!”
“เห็นมั้ย ผมบอกแล้วว่านั่งตรงนี้มันโดนลม ไม่ต้องรอผมหรอก ซองมินกลับบ้านเถอะ ผมตามไอ้เทมป์มารับ ภายในห้านาทียังได้ ซองมินไม่ต้องยืนรอเลย เอาแบบนั้นนะ” ร่างเล็กส่ายหน้าหยิก มือคว้ามือถือที่คยูฮยอนกำลังกดโทรออกไว้
“ไม่เอา ซองมินอยากรอ”
“ไม่ได้”
“ นะนะ “ อ้อนโดยการกระแซะตัวเข้าหาครับ
“……” คยูฮยอนส่ายหน้า
“น้านะ” คราวนี้กอดเต็มๆเลยครับ มือซองมินจับตรงเอวคยูฮยอน ร่างเล็กคงไม่รู้ว่า นี่ถ้าจับต่ำลงไปอีกนิด คยูฮยอนกะไว้ในใจว่าจะยอมอนุญาตแล้ว
“คยูฮยอนนะนะ” โฮกก ตามมาด้วยการเขย่งตัวเข้าหา จูบเลยที่รัก ผมจะยอมคุณทันที >///<
“คยูฮยอน ซองมินสงสัย เดี๋ยวแล้ว ทำไมคยูฮยอนต้องใช้ให้เทมป์มารับ คยูฮยอนเป็นกิ๊กกับเทมป์เหรอ? เทมป์ถึงยอมทุกอย่างน่ะ ”
“……” จากเขย่งเข้าใกล้ เหลือแค่การสะกิดมอง ขอบคุณมากครับพระเจ้า ที่ประทานความเซ็งมาให้อีกแล้ว
“หืม..จริงๆแล้ว เรื่องที่ซองมินไม่รู้คือเรื่องที่ คยูฮยอนกับเทมป์ชอบพอกันใช่เปล่า”
พรืดดด!
“……” นอกจากเก่งเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง อีซองมินยังเก่งเรื่องความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย
คยูฮยอนหันหน้าเข้าหาเอามือประคองใบหน้าพองลมของซองมินไว้ แตะแก้มเล็กซ้ายขวา
“ เอาอะไรมาพูดหืม ซองมิน เทมป์มันเป็นเพื่อนตาย เลยใช้อะไรก็ได้ ส่วนเเฟนผมน่ะมีคนเดียว คนที่นั่งอยู่ตรงนี้ ถ้าจะขยายอีก ก็ คนเมื่อคืน ที่เราทำ…ทำ..”
“หยุดไปเลยนะคยูฮยอน” ผลักให้กระเด็นแต่คยูฮยอนกลับรวบซองมินไว้กับอกแถมกระตุกยิ้มร้ายใส่
“หยุดอะไร เมื่อคืนซองมินยังบอกให้ผมทำอยู่เลย” สันจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ตามแก้มใส สัมผัสอุ่นวาบ เลื่อนมาจะแตะตรงริมฝีปาก
“อย่านะ..”
“อย่า..ช้า?”
“คยูฮยอนอ่า” กลีบปากอิ่มแดง เม้มตัวเข้าหากัน อีซองมินหลบตาวูบแล้วเงยหน้า คยูฮยอนต้องกระพริบตาซ้ำๆมอง เมื่อเห็นว่าความเขินอายนั้นมีสายตาเย้ายวนฉาบไว้เสียมากกว่า
“คยูฮยอนอ่า อย่ามารู้ใจได้มั้ย อ่ะ คยูฮยอน จูบสิ ซองมินเอียงแก้มให้คยูฮยอนจูบแล้ว จูบเลยนะ ”
“…….”..เค้าน่าจะรู้แก่ใจด้วยซ้ำว่า อีซองมิน แฟนของโจวคยูฮยอนคนนี้ไม่เหมือนคนอื่น คนอื่นอาจจะงอน โกรธจริงจัง ที่พูดเรื่องแบบนี้ในที่สาธาณชน แต่อีซองมินแล้ว ไม่ใช่แน่ๆ ร่างสูงรีบกลั้นเสียงหัวเราะในลำคอ จูบแก้มขาวจัดไปหนึ่งฟอดตามบัญชาเต็มรัก
ฟอด!
“อ่ะ คยูฮยอน..ขอซองมินจูบบ้าง เดี๋ยวไม่เท่ากัน ซองมินไม่ยอม…” กระพริบตาปริบๆ แล้วจัดการเหนี่ยวคอเสื้อของคยูฮยอนเข้าไปหาเสร็จสรรพ คยูฮยอนกลั้นยิ้ม
ขอมาก็จัดให้ครับ จะน่ารักไปถึงไหนเนี่ย อีซองมิน
ฟอด!
“ชื่นใจจัง แค่นี้ซองมินก็มีภูมิต้านทานแล้ว มีแรงรอคยูฮยอนต่อ ไม่เป็นหวัดแล้วด้วย ทำรายงานสิ ทำไป ” คนตัวเล็กเค้าเอามือรองประสานไว้บนโต๊ะเป็นที่เท้าคางแล้วเอียงหน้าไปทางคยูฮยอน ยิ่งทำให้ร่างสูงเสียสมาธิในการย่อความทำรายงานมากยิ่งขึ้นไปอีก ให้อัจฉริยะแค่ไหน โดนจูบซ้ายขวาแล้วมีคนน่ารักมาอยู่ใกล้ๆในระยะไม่ถึงเมตรแบบนี้ ก็ทนไม่ไหวหรอก คยูฮยอนพับหนังสือเก็บทันที
ร่างสูงจูงมือซองมินไปยังล็อกหนังสือที่อยู่ล็อกในสุดซึ่งเป็นที่เก็บวิทยานิพนธ์ คยูฮยอนดันแผ่นหลังเล็กจนติดกับฝาผนัง สองมือตรึงมือเล็กไว้เหนือศีรษะ สัมผัสอุ่นๆจาบจ้วงลงบนกลีบปากบางไม่ยั้ง จนอีซองมินหายใจหอบถี่ขึ้น คยูฮยอนถึงยอมปล่อยให้เสียงครวญครางลอดออกมาจากกลีบปากอิ่ม
“อึก..คยู..คยูฮยอน..”
“ขอให้ผม..อีกนิด…ซองมิน…..อีกนิด…ไม่นาน..” สัมผัสร้อนแรงทำให้ซองมินแทบทรุด ลิ้นร้อนลามเลียอยู่ตรงกลีบปาก มือคยูฮยอนเลื่อนมาคลึงสะโพกขาวก่อนที่ขายาวๆจะสอดกลางเข้าไประหว่างเรียวขาของซองมิน
รสจูบระหว่างเราดำเนินอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีใครรู้ถึงความเหน็ดเหนื่อย เมื่ออีซองมินเริ่มรู้จักการตอบสนอง ไม่ว่าจะเป็นกาเคลื่อนลำตัวเข้าใกล้ ตรึงท้ายทอยของคยูฮยอน หรือส่งเสียงครางให้ผ่อนปรนลมหายใจออกมา คยูฮยอนก็ไม่รั้งรออะไรแล้ว
ชายหนุ่มมองไม่เห็นสิ่งอื่นใด นอกจาก ความรักและร่างกายของอีซองมิน
แม้แต่แสงแฟลชที่สว่างวาบอยู่ทางด้านหลัง นับไม่ถ้วนครั้ง…….คยูฮยอนก็ไม่เห็น และไม่ได้ยินอะไรเช่นกัน…
.
.
.
คิบอมจอดรถอยู่ตรงริมฟุตบาทถัดจากรั้วโรงเรียนมัธยมของโซนินออกมาหน่อย ร่างสูงมองเวลาในนาฬิกาข้อมือ กะเวลาดูแล้วรับโซนินไปส่งที่บ้านเสร็จ ก็ทันเวลาไปหาทงเฮที่โรงหนังพอดี
“หรือจะแกล้งให้รอสักหน่อย” คิบอมจุดยิ้มขึ้นมุมปาก ถ้าเป็นคยูฮยอนความคิดนี้คงปฎิบัติให้เกิดผลที่เป็นการกระทำ แต่สำหรับคิบอม หมดเวลาเล่นแง่สำหรับความรักแล้ว การไม่ได้นอนกอดร่างบาง พูดคุยด้วยหนึ่งวันเต็มๆ หัวใจคิบอมคิดถึงทงเฮใจจะขาด และถ้าเผื่อเวลาแกล้งไม่สนใจไปอีกหน่อย คิบอมกลัวว่า คนดีเค้าจะหมดความอดทนที่จะง้อคิบอมเอาเสียก่อน ถ้าเป็นแบบนั้นคงเป็นความผิดของคิบอมคนเดียวเต็มๆ
คิบอมรออยู่นานก็ยังไม่เห็นร่างของโซนินออกมา ร่างสูงตัดสินใจล็อครถแล้วเดินเข้าไปดูในโรงเรียน ไม่ทันได้เดินไปถึงหน้าประตู ร่างสูงก็สวนกับคนหนึ่งกลุ่มที่วิ่งหน้าตื่นออกมา มันจะไม่เป็นอะไรเลย ถ้าร่างที่คนกลุ่มนั้นมุงและพยายามอุ้มไปที่รถพยาบาลซึ่งจอดอยู่อีกฝั่งถนนไม่ใช่ร่างของโซนิน
“โซนิน”
หัวใจคิบอมวูบเบาจนเกือบหยุด ใบหน้าคิบอมแห้งผาก ดีที่เพื่อนของโซนินซึ่งจำได้ว่าคิบอมเป็นใครเขย่าเรียกนั่นแหละ ร่างที่ชาไปทุกส่วนถึงกลับมามีสติอีกครั้ง
“พี่ใช่พี่คิบอม…พี่ของโซนินใช่มั้ยค่ะ ”
“……….”
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยโซนินด้วย”
“……….”
“ฮึก ฮึก โซนินเค้ากรีดข้อมือตัวเอง ”
“!!!!!!!!”
To be Con