KyuMong (Intro)
posted on 21 May 2008 19:09 by boradori in SFKyuHae
Title :: KyuMong (Intro)
Author :: Boradori
Cast :: KyuHae
// KyuMong //
แดดจ้าลอดผ่านผ้าม่านสีโปร่งจนเหลือแค่เพียงริ้วแดดจางๆ ร่างเล็กขนตัวกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ในผ้าห่ม ตาเรียวหลับตาพริ้ม เอียงคอเกยกับหมอนอย่างมีความสุข มือเล็กตะปบหาหมอนข้างข้างกาย เจอเป้าหมายแล้วก็ครางออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้ม ร่างเล็กเอียงศีรษะแนบหมอนข้างนั้นไว้ กำลังคิดว่าจะนอนให้สบายต่ออีกชั่วโมง แต่ก็ต้องเด้งตื่นขึ้นเพราะเสียงดังประมาณสี่ล้านเดซิเบล
โครม!!!!
ไม่ใช่แค่เสียงโวกเวกโวยวายมันกระแทกหู แต่เป็นเพราะความเปียกชื้นที่ซัดใส่หน้านี่ด้วย
“โว้ยยยย อะไรกันนี่” ทงเฮกระเด้งตัวยืนกอดอก ผู้ประสงค์ร้ายของทงเฮยังคงยืนมองทงเฮอยู่ปลายเตียง ในมือยังถือถังน้ำขนาดย่อม ซึ่งไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่า น้ำในถังนั้นมันพุ่งใส่หน้าทงเฮหมดแล้ว
“แม่ ทำไมต้องทำแบบนี้ ผมเปียกหมดเลยไม่รู้รึไง ” เมื่อเห็นว่าคนที่มาก่อกวนคือบุพการีทงเฮก็ลดเสียงดังลงนิด แต่ก็ยังห้ามอาการบู้หน้าไม่พอใจไม่ได้
“ไอ้ลูกเวร! ก็ฉันเป็นคนสาดแกเองกับมือ ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าแกเปียก ตื่นก็ดีแล้ว รีบๆไปอาบน้ำได้แล้ว ฉันมีงานให้แกทำ”
ทงเฮย่นหน้าบ่นเบาๆ
“ปลุกหยาบๆแต่ใช้ให้ทำงาน ”
“ลีทงเฮ !!!!!”
“รู้แล้วน่า” ทงเฮใช้ความเร็วอย่างจรวดวิ่งปรู้ด เข้าไปในห้องน้ำ เค้ายังปากกล้าได้มากกว่านี้อีก แต่เค้าไม่อยากให้หน้าของเค้าเสียโฉมเพราะไอ้ถังน้ำบูดๆเบี้ยวๆนั้น
.
.
.
ไม่มีอะไรเซ็งในชีวิตของลีทงเฮเท่านี้อีกแล้ว..
การที่จะต้องตื่นนอนแต่เช้า เอาจดหมายของแม่ไปให้ป้าซึ่งไม่เคยจะพบหน้าคาดตาที่ต่างเมืองเป็นเรื่องแย่อยู่แล้ว
แต่นี้มันยิ่งแย่ยิ่งกว่า เมื่อลงจากรถไฟแล้ว สิ่งที่อยู่ในกรอบสายตาของทงเฮ เหมือนย้อนกลับไปอยู่อีกโลกนึงเลย
เมืองที่ทงเฮมานั้น เป็นเมืองที่อารามบ้านช่องต่างๆถูกสร้างในรูปแบบเดียวกันหมด ตรงชั้นสองจะมีระเบียงไม้ยื่นออกมาเกือบทุกบ้าน และตรงหน้าบ้านของแต่ละบ้าน จะมีโอ่งดินเผาอันเล็กๆตั้งอยู่อย่างกับว่า มันคือเครื่องรางป้องกัน
ทงเฮก้าวเข้ามาอยู่ในเมืองแห่งนี้ได้เกือบห้านาทีแล้ว ทงเฮยังไม่พบสิ่งมีชิวีตแม้เพียงสักคน สิ่งที่ทงเฮเห็นมีเพียงลมซึ่งพัดตัวทงเฮรวมถึงบานประตูบ้านที่ทงเฮเดินผ่านไปมาให้สั่นไหวเท่านั้น
“เมดง เมืองห่าอะไรว่ะ อย่างกับเมืองผีสิง” ร่างเล็กทำปากเบ้ ก่อนก้มมองกระดาษโน้ตซึ่งแม่บังเกิดเกล้าของเค้าจดให้ ทงเฮดูแลมันอย่างดี กำมันจนจะเละคามืออยู่แล้ว
“นี่ก็..ลายมืออะไรไม่รู้ อ่านไม่ออก เลือนรางตามอายุเหรอว่ะ ” กลัวพระเจ้าจะกินหัว เพราะค่อนขอดว่าบุพการี ทงเฮเลยเลือกที่จะปิดปากเงียบเสีย
“เฮ้ยยย อะไรกัน” ร่างเล็กไม่ทันได้เก็บกระดาษโน้ตแผ่นนั้นเข้ากระเป๋า ลมก็พัดทำโทษทงเฮเสียแล้ว ลมขนาดยักษ์พัดตัวทงเฮเซไปด้านหลัง แต่ที่สำคัญกว่านั้น กระดาษซึ่งเป็นเป้าหมายของทงเฮปลิวว่อนไปอีกทางหนึ่งแล้ว ทงเฮฮึดสู้วิ่งตาม แม้ว่าวิ่งไปจะเสี่ยงต่อการโดนลมพัดไปไหนก็ไม่รู้
เอ๊ะ! ทำไมไม่หนีกลับบ้านเลยว่ะ!
ความรู้สึกด้านการเป็นลูกกตัญญูต่อต้าน ทงเฮวิ่งตามกระดาษแผ่นนั้นโดยที่ไม่รู้เลยว่า
กระดาษที่ทงเฮวิ่งตาม ตอนนี้ไม่ใช่กระดาษที่อยู่นั้นแล้ว แต่เป็นใบเบิกทางไปสู่ห้วงในภูมิหลัง
เสียงโลหะสีเงินกระทบครูดเป็นทางยาวกับพื้น บุรุษหนุ่มผู้เป็นเจ้าของของมันยืนงอตัวผ่อนน้ำหนักลงบนปลายเท้าด้านหน้า ผมที่มีผ้าคาดสีน้ำเงินเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาจากชายผ้า แต่มือที่จับดาบเล่มนั้นและดวงตากลับเต็มไปด้วยความแน่วแน่ ใบหน้าคมเข้มไล่ลงมาตั้งแต่ดวงตา จมูกงามเป็นสันได้รูป และริมฝีปากสีสด ดูร้ายกาจไม่เว้นแม้แต่ตอนที่กำลังสบตาอยู่กับศัตรูหรือเพิ่งถูกศัตรูทำร้ายให้บาดเจ็บ
“ยอมแพ้เสียเถิด..องค์ชาย ” น้ำเสียงที่มีความทรนงในตัวของตัวเองไม่แพ้กันดังขึ้น
“คาดว่า เพลานี่ชัยชนะในการได้เป็นคู่ครองขององค์หญิงคงเป็นของข้า ไม่ใช่ท่าน ” บุรุษในชุดสีแดงซึ่งถูกประดับประดาด้วยอาภรณ์ซึ่งบอกถึงพระอิศริยายศไม่แพ้กันอวดโอ้ แต่นั่นทำให้เกิดเพียงรอยเหยียดมุมปากหัวเราะขำในสายตาของบุรุษอีกคน
วรกายอย่างชายชาติกษัตริย์ใช้เพียงแค่นิ้วเดียวก็สามารถเกี่ยวดาบซึ่งพุ่งปักอยู่กับพื้นนั้นมาครอบครองให้ชี้พุ่งไปยังศัตรูเบื้องหน้าได้ แสงสีวาวแกว่งเกี่ยวรัดพระองค์สีเลือดนกขององค์ชายจอมโอหังจนร่วงสู่พื้น ความรวดเร็วคล่องแคล่วเสียจนอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว มารู้ตัว ตัวเองก็ตกเป็นรองโดยการถูกของแหลมคมจ่อพระศอเอาไว้
“ถ้าท่านไม่ใช้พระเขฬะของท่านเปลืองโดยใช่เหตุ ข้าคิดว่า ท่านคงไม่ต้องมีอันเป็นไปเร็วเช่นนี้หรอก องค์ชายซีวอน ผู้มีกำลังเป็นเลิศแต่สมองเบาปัญญายิ่งนักแห่งประจิมทิศ ” คำดูถูกเช่นนั้นทำให้ชายผู้ซึ่งมีรูปโฉมสง่างามไม่แพ้กันขบกรามแน่น มือหนาไม่ได้เอื้อมออกมาเพื่อขอชีวิตหรืออย่างไร องค์ชายที่เพิ่งถูกกล่าวหาว่าเบาปัญญายืดอกขึ้นแล้วตอบฉะฉานแบบผู้ชายอกสามศอก
“การใช้วิธีทีเผลอเป็น วิธีของเหล่าโจร ข้าคิดว่า องค์ชายโจวคยูฮยอนแห่งบูรพาทิศ คงชำนาญวิธีเช่นนี้ สืบเนื่องจากทำเลที่ตั้งของเมืองเป็นหุบเขาเหมาะแก่การซุ่มโจมตี ” ท้ายดาบปาดลึกลงบนผิวสีขาวจนชิดติดกับไห้ปลาร้า ยิ่งอีกฝ่ายทำสีหน้าไม่ยี่หระ มันยิ่งทำให้ความแค้นเคืองประทุขึ้นมาเต็มอก วิชาแห่งการปกครองที่ร่ำเรียนมาทำให้ไม่สามารถแสดงอารมณ์ไปอย่างที่ใจนึกได้ ดวงตาคมกริบประสานสายตากับดวงตาคมหวานซึ่งแพรวพราวไปด้วยลูกเล่น
ริมฝีปากสีสดแสยะยิ้ม ก่อนยกอาวุธคู่กายกลับสู่ข้างลำตัวตัวเอง แต่ไม่ลืมใช้ความคมเฉียดละเลียดผิวตรงพระศอฝากความสะใจเอาไว้
“งั้นถือว่ายกนี้ ข้ากับท่านเราเสมอกัน ”
“นับว่าท่านยังเป็นชายชาตินักรบ” เชวซีวอนก้มศีรษะลง แต่รอยยิ้มที่ทรนงตัวเองว่าสูงกว่าคนอื่นแบบนั้นกลับทำให้ องค์ชายคยูฮยอนแห่งบูรพาทิศยกยิ้มมุมปาก
ถ้าหากสายตาขององค์ชายแห่งประจิมทิศเหมือนไฟร้อนดูดกลืนให้คนทั่วใต้หล้าอยู่ในมนต์สะกด
สายตาขององค์ชายแห่งบูรพาทิศคงเป็นน้ำลึกทั่วมหาสมุทรซึ่งแฝงความร้ายกาจเพื่อทำลายสรรพสิ่งให้ราบคาบ
“ยกนี่จะเป็นยกตัดสิน ถ้าใครทำให้อีกฝ่ายล้มได้ก่อน องค์หญิงผู้เลอโฉมจะต้องตกอยู่ในมือของฝ่ายนั้น ไม่มีการอุธรณ์ ”
“โปรดท่านรักษาคำของท่านเช่นกัน ”
ดาบกล้าลองเชิงกวัดแกว่งเข้าหากัน
แสงจ้าแวววับพร้อมปลิดเปลี่ยว
โลหิตหลั่งพสุธาศัตรูมอดม้วย
หนึ่งเดียวปลิดชีพสิ้นลม
“อภัยให้ข้าด้วย องค์ชายเชวซีวอน”
วะวะเฮ้ยยยย
โครม!!!!!!!
แรงประทะอย่างหนักปัดโลหะกล้าออกจากพระหัตถ์จนพ้นหล่นจากเวทีประลองไป เสียงโหวกเหวกผ่านนอกบ่งบอกว่าความอลหม่านได้เกิดขึ้นแล้ว องค์รักษ์ป้องกันขัตติยตระกูลชั้นสูงข้างเวทีเสียให้วุ่น
มือเล็กเกี่ยวดึงพระเชษฐา ซึ่งตอนนี้ความสนใจพุ่งไปที่องค์ชายแห่งประจิมทิศซึ่งล้มอยู่กลางเวที
“ท่านพี่ฮยอกแจ เข้าที่ประทับเถอะเพค่ะ ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว ”
“ไม่ได้หรอกเจฮุน เจ้าก็เห็นว่าพระสวามีในอนาคตของพี่กำลังได้รับอันตรายและบาดเจ็บ ”
“ท่านพี่! ใยท่านตรัสเช่นนั้น ท่านพ่อยังไม่ได้ทรงแต่งตั้งให้มีการอภิเษกสมรส! ท่านทรงเรียกอย่างสนิทสนมเช่นนั้นได้อย่างไรกัน ”
“แต่เมื่อกี้เจ้าก็เห็นแล้วว่า เจ้าชายแห่งบูรพาทิศเป็นฝ่ายล้มลงก่อน ถ้าเช่นนั้นแล้ว สามีของข้า คงไม่พ้น เจ้าชายเขวซีวอนจากประจิมทิศไม่ใช่รึ? ทำไมข้าจะพูดเช่นนั้นไม่ได้”
“ข้าจะไปบอกให้ท่านพ่อยกเลิกการประลอง ”
“เจฮุน อย่าลืมสิ ข้าช่วยเจ้านะ ข้ารู้เจ้ารักอยู่กับลูกชายเสนาบดีซึ่งเรียนวิชากฎหมายคนนั้น ถ้าเจ้ายกเลิกการประลอง ก็เท่ากับว่า เจ้าทำให้บ้านเมืองของเราไร้สัจจะ ถึงจะไม่ใช่ครั้งนี้แต่ คราวๆต่อๆไป เสด็จพ่อจะต้องประทานให้มีการเลือกคู่ครองแบบนี้อีกแน่ เจ้าจะยอมให้ความรักซึ่งปลูกฝังมาห้าปีของเจ้าถูกทำลายอย่างนั้นรึ”
“ท่านพี่ นี่ท่านหลงในรูปโฉมขององค์ชายจอมกระล่อนนั้นแล้วหรืออย่างไร ถึงฝักใฝ่จะเป็นทองแผนเดียวกับเค้าเพียงนี้ ”
“มันก็เหมือนกับเจ้า เวลาที่เจ้ารักอยู่กับบุตรเสนาบดีนั้นแหละ พฤติกรรมของเจ้าก็ฝักใฝ่อยู่กับบุรุษเช่นกัน”
“ท่านพี่..ที่ข้าให้ท่านช่วย เพียงเพื่อรับหมั้นเค้าไว้แล้วให้ท่านใช้ความสามารถของท่าน เขี่ยเค้าทิ้งในเพลาหลัง ไม่ใช่ให้ท่านมาหลงใหลองค์ชายต่างเมืองจนมาต่อว่าข้าแบบนี้ ”
“ปล่อยข้าได้แล้วเจฮุน ข้าจะไปหาท่านพี่ซีวอนของข้า ” วรองค์เล็กปัดมือพระขนิษฐาซึ่งทรงเหนี่ยวพระกรไว้ ร่างบางดินลิ่วไปหาคนซึ่งอยู่บนเวที ในขณะที่ผู้เป็นน้องฟึดฟัดอยู่กับตนเองแต่เพียงผู้เดียว
แรงถ่ายโถมขนาดยักษ์ซึ่งทับอยู่ตรงพระเอวทำให้องค์ชายคยูฮยอนแห่งบูรพาทิศขยับเขยื้อนกายไม่ได้ มือขาวนวลโอบรั้งเอวร่างสูงแน่น โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ถ้ายังไม่เอาร่างกายตัวเองออกไปจากบุรุษชาตินักรบคนนี้ ตัวเองจะมีอันเป็นไปในสองวินาทีข้างหน้า
“ท่านเป็นใคร ท่านทำให้การประลองข้าล่ม ยังไม่พอ เมื่อไหร่ท่านจะเลิกทับข้า” เสียงทุ้มพร่าถามเบาแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่น ใบหน้าคมมองชุดที่ชายแปลกหน้าคนนั้นใส่อยู่อย่างดูแคลน แล้วก็ใช้มือบีบต้นแขนเล็กเบี่ยงออกให้ไปไกลตัว
แรงดึงพระภูษาที่อยู่ภายล่างทำให้องค์ชายแห่งบูรพาทิศต้องข่มความเกรี้ยวกาจในพระทัยไว้ ทรงเพ่งมองตัวประหลาดเต็มพระเนตร กระชากร่างที่ยิ้มเยาะตนเองเข้าหาตัวอีกครั้ง
“เจ้าทำให้เสื้อผ้าข้าขาด เจ้าบังอาจยิ่งนัก เจ้าคนป่า! ”
“เจ้านะสิคนป่า แต่งตัวอย่างกับจะไปถ่ายหนัง หลุดมาจากวิกไหนกัน KBS , SBS , MBC หล่ะ”ร่างเล็กหัวเราะเอิ๊กอ๊าก มองคยูฮยอนตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วหัวเราะอีกรอบ
“อินมากนะเนี่ย ดูคำพูดคำจา โบร๊าณ โบราณ”
“เจ้าพูดอะไรข้าไม่เข้าใจ ” องค์ชายคยูฮยอนพูดว่าไม่เข้าใจ แต่กลับไปรั้งรอคำอธิบาย อาวุธคู่กายซึ่งถูกปัดให้หล่นถูกองค์รักษ์ซึ่งคุ้มกันอยู่ภายนอกหยิบยื่นมาให้อีกครั้ง และเมื่อมันแตะกับพระหัตถ์ มันก็ถูกยกขึ้นมาจ่อกับลำคอของร่างเล็กทันที
“ข้าให้โอกาสเจ้าพูดก่อนที่จะเจ้าตาย ฝากคำไปถึงพ่อแม่ของเจ้าซะ ก่อนที่ข้าจะตัดหัวเจ้า” เสียงทุ้มกร้าวดังไปทั่วบริเวณ แต่คนถูกขู่กับยักไหล่ไม่แคร์และมองว่ามันเป็นเรื่องตลก
“เฮ้ออ คงอินมากจริงๆ ดาบนี้ก็โฟมซึ่งมีขายตามเซเว่น อย่าเอามาหลอกเราเลย ถ่ายหนังเรื่องไรอยู่หล่ะ ถ่ายไปด้วย ออนแอร์ไปด้วยมั้ย เราจะได้กลับไปดูแล้วเช็คเรทติ้งให้ ”
“องค์ชาย หม่อมฉันคิดว่า ชายผู้นี้คงเสียสติ อย่าเสวนาให้ขุ่นเคืองพระทัยเลย ทรงตรัสมาคำเดียว หม่อนฉันจะเอาศีรษะมันผู้นั้นมาถวาย..” องค์รักษ์ผู้หมายมั่นในหน้าที่ประชิดเข้ามาข้างกาย ดาบสีเงินถูกชักออกมาเตรียมพร้อมรอบัญชา
ตาคมก้มลงมองพื้น คยูฮยอนรีบให้สัญญาณมือบอกว่าไม่ต้อง
“โธ่องค์ชาย เวทีนี่ทำให้หม่อมฉันลื่นได้เพลาเดียวเท่านั้นฝ่าบาท ก็ตอนที่หม่อมฉันเห็นหนุ่มน้อยหน้ามนคนนั้น ” องค์ชายแห่งบูรพาทิศลลอบยิ้ม คาดว่างานนี้ องค์รักษ์คู่กายของเค้า คิมจองอุน คงจะมีใจต้องกับคนต่างเมืองเข้าแล้วกระมัง
“เจ้าไปรวมคนของเราไว้ ไม่ถึงชั่วยามหลังจากเราเอาชีวิตชายผู้นี้ เราจะเสด็จกลับอุทยาน เตรียมการณ์ให้พร้อม !! ” คำสั่งของผู้เป็นนายคือคำประกาษิต
“รับด้วยเกล้า ” คิมจองอุนถวายความเคารพด้วยการโค้งศีรษะต่ำ แล้วเดินละเลียดจากข้างเวทีประลองออกไป
องค์ชายแห่งประจิมทิศหายไปอยู่แห่งหนใด ไม่ใช่เรื่องต้องพระทัยองค์ชายคยูฮยอนอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่ต้องจัดการให้สิ้นซาก คือคนที่แส่มายุ่งในเวลามิบังควรต่างหาก
“การเข้ามาของเจ้าทำให้ข้าต้องแพ้การประลอง โทษของเจ้าคือตายสถานเดียว เจ้ารู้หรือไม่!”
“ตลกแล้ว “ คนตัวเล็กนั่งยองๆลงกวักมือเรียกคนที่กำลังแสดงอำนาจบาดใหญ่
“ เลิกแสดงหนังเถอะ มาช่วยกันเก็บนี่กัน “
“อ่า~ ทำงานให้แม่ไม่สำเร็จ แต่ได้นี่กลับไปคงแทนกันได้ มันเพชรจริงๆป่าวว่ะ” เขี้ยวฟันหน้ากัดเม็ดสีแวววาวที่ตกลงเกลื่อนพื้นเป็นการพิสูจน์ แล้วก็ต้องโวยลั่น เพราะแขนอีกข้างถูกหิ้วปีกขึ้นด้วยมือแข็งแรง
“เจ้าไม่มีเวลาทำอย่างอื่น นอกจากยืนฟังข้าสำเร็จโทษเจ้า!!!”
“ไอ้บ้า!! เจ็บนะเว้ย!! ” ร่างเล็กดิ้นขลุกขละให้พ้นจากพันธนาการ
“ปล่อย!! บอกให้ปล่อยยังไงเล่า!!!!” แต่ยิ่งดิ้น คอเสื้อยิ่งถูกมือแข็งแรงดึงให้สูงขึ้นเท่านั้น เมื่อสูงเกินกว่าระยะที่จะยกมือถึง สองแขนขององค์ชายแห่งบูรพาทิศ ก็รัดร่างเล็กไว้แน่นราวกับเชือกหนาพันเมตร
“ไอ้คนบ้า!!!! ไอ้โจรชั่ว!!!”
“คำก็คนบ้า คำก็โจรชั่ว เจ้ารู้มั้ยว่าข้าเป็นใคร ถึงได้บังอาจมาว่าข้าเยี่ยงนี่” ปลายคางของคนตัวเล็กถูกทำให้เชิดขึ้นด้วยปลายดาบแหลมคม ดวงตาสีมืดสนิทมองคนตัวเล็กด้วยความร้ายกาจและแฝงไปด้วยความขบขัน
“ข้าไม่รู้ และไม่อยากจะรู้ด้วย!!!!”
“แต่ ข้าไม่เคยฆ่าใครโดยไม่ถามชื่อ ข้าคงต้องสั่งให้เจ้าบอกชื่อเสียงเรียงนามแก่ข้าแล้ว”
“บอกไปเจ้าคงอึ้ง จนไม่อยากมีปัญหากับเรา ในมหาวิทยาลัยโซลไม่มีใครไม่รู้จัก ลีทงเฮ!! หนึ่งเดียวผู้เป็นดาวของคณะวิศวะ แชมป์ฟันดาบสี่สมัย เทควันโดสายดำ แชมป์ว่ายน้ำสามปีซ้อน ไม่รวมงานอดิเรกขี่ม้าและยิงปืน ”
“อย่างนั้นหรือ? เจ้าคงสติไม่สบประกอบจริงๆ เราได้ข่าวว่า บ้านเมืองนี้ไม่มีสิ่งที่เจ้าพูดสักอย่าง จะมีอยู่อย่าง ก็อาวุธที่จ่อคางเจ้าอยู่นี่ พ่อหนุ่มน้อย ” ทงเฮเริ่มอึ้งไปและทำไรไม่ถูกแล้ว เมื่อแววตาคมกริบปานราชสีห์นั้น เพิ่มความยิ้มเยาะมากขึ้นโดยไม่มีความเกรงกลัว อาวุธที่จ่ออยู่ตรงหน้ามันก็ไม่ใช่โฟมแบบที่ทงเฮคิดไว้ตอนแรก ความแหลมของมันที่เสียดเข้ากับผิวของทงเฮ บอกทงเฮว่า มันคือของจริงทั้งหมด
อะไรกันว่ะเนี่ย!!!!!!!!!
ร่างเล็กเริ่มเหลียวซ้ายขวาหาตัวช่วยเพิ่ม แล้วทงเฮก็ต้องเบิกสายตากว้างกว่าปกติ เมื่อรอบกายที่เห็นนั้นไม่มีความคุ้นเคยสำหรับทงเฮแม้เพียงอย่างเดียว
มันไม่มีตึกและอารามบ้านช่อง อย่าว่าแต่เซเว่นที่ทงเฮพูดถึงเลย บานประตูไม้เก่าๆที่นี่ก็ยังไม่มี บ้านเรือนของคนที่นี่ใช้พืชนิดนึงในการก่อสร้าง ทุกคนที่นี่แต่งตัวพื้นเมืองสมัยศตวรรษที่สิบแปด มีอาวุธคือดาบและธนู
โอ้ววว มายก๊อดดด ทงเฮอยู่ที่ไหน ใครก็ได้ช่วยทงเฮที!!!!!!!!
ร่างบางล้มลงกองแทบเท้าองค์ชายแห่งบูรพาทิศ ริมฝีปากคมซึ่งเต็มไปด้วยร้อยเล่ห์แห่งบุรุษเพศยกยิ้ม ในขณะที่องค์รักษ์สองคนเข้ามาถามซึ่งความเห็น
“องค์ชาย จะให้ทำเช่นไรกับคนป่าผู้นี้”
ดวงเนตรซึ่งสยบคนทักโลกให้อยู่แทบฝ่าเท้ากำลังมองทงเฮเช่นเดียวกันกับเวลาที่เหยียดมองผู้อื่น ไม่มีถ้อยคำใดออกจากริมฝีปากองค์ชายแห่งบูรพาทิศ นอกเสียจาก..
“จับมันไปเป็นเชลยของเรา!!!”
To be con…
Author :: Boradori
Cast :: KyuHae
// KyuMong //
แดดจ้าลอดผ่านผ้าม่านสีโปร่งจนเหลือแค่เพียงริ้วแดดจางๆ ร่างเล็กขนตัวกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ในผ้าห่ม ตาเรียวหลับตาพริ้ม เอียงคอเกยกับหมอนอย่างมีความสุข มือเล็กตะปบหาหมอนข้างข้างกาย เจอเป้าหมายแล้วก็ครางออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้ม ร่างเล็กเอียงศีรษะแนบหมอนข้างนั้นไว้ กำลังคิดว่าจะนอนให้สบายต่ออีกชั่วโมง แต่ก็ต้องเด้งตื่นขึ้นเพราะเสียงดังประมาณสี่ล้านเดซิเบล
โครม!!!!
ไม่ใช่แค่เสียงโวกเวกโวยวายมันกระแทกหู แต่เป็นเพราะความเปียกชื้นที่ซัดใส่หน้านี่ด้วย
“โว้ยยยย อะไรกันนี่” ทงเฮกระเด้งตัวยืนกอดอก ผู้ประสงค์ร้ายของทงเฮยังคงยืนมองทงเฮอยู่ปลายเตียง ในมือยังถือถังน้ำขนาดย่อม ซึ่งไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่า น้ำในถังนั้นมันพุ่งใส่หน้าทงเฮหมดแล้ว
“แม่ ทำไมต้องทำแบบนี้ ผมเปียกหมดเลยไม่รู้รึไง ” เมื่อเห็นว่าคนที่มาก่อกวนคือบุพการีทงเฮก็ลดเสียงดังลงนิด แต่ก็ยังห้ามอาการบู้หน้าไม่พอใจไม่ได้
“ไอ้ลูกเวร! ก็ฉันเป็นคนสาดแกเองกับมือ ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าแกเปียก ตื่นก็ดีแล้ว รีบๆไปอาบน้ำได้แล้ว ฉันมีงานให้แกทำ”
ทงเฮย่นหน้าบ่นเบาๆ
“ปลุกหยาบๆแต่ใช้ให้ทำงาน ”
“ลีทงเฮ !!!!!”
“รู้แล้วน่า” ทงเฮใช้ความเร็วอย่างจรวดวิ่งปรู้ด เข้าไปในห้องน้ำ เค้ายังปากกล้าได้มากกว่านี้อีก แต่เค้าไม่อยากให้หน้าของเค้าเสียโฉมเพราะไอ้ถังน้ำบูดๆเบี้ยวๆนั้น
.
.
.
ไม่มีอะไรเซ็งในชีวิตของลีทงเฮเท่านี้อีกแล้ว..
การที่จะต้องตื่นนอนแต่เช้า เอาจดหมายของแม่ไปให้ป้าซึ่งไม่เคยจะพบหน้าคาดตาที่ต่างเมืองเป็นเรื่องแย่อยู่แล้ว
แต่นี้มันยิ่งแย่ยิ่งกว่า เมื่อลงจากรถไฟแล้ว สิ่งที่อยู่ในกรอบสายตาของทงเฮ เหมือนย้อนกลับไปอยู่อีกโลกนึงเลย
เมืองที่ทงเฮมานั้น เป็นเมืองที่อารามบ้านช่องต่างๆถูกสร้างในรูปแบบเดียวกันหมด ตรงชั้นสองจะมีระเบียงไม้ยื่นออกมาเกือบทุกบ้าน และตรงหน้าบ้านของแต่ละบ้าน จะมีโอ่งดินเผาอันเล็กๆตั้งอยู่อย่างกับว่า มันคือเครื่องรางป้องกัน
ทงเฮก้าวเข้ามาอยู่ในเมืองแห่งนี้ได้เกือบห้านาทีแล้ว ทงเฮยังไม่พบสิ่งมีชิวีตแม้เพียงสักคน สิ่งที่ทงเฮเห็นมีเพียงลมซึ่งพัดตัวทงเฮรวมถึงบานประตูบ้านที่ทงเฮเดินผ่านไปมาให้สั่นไหวเท่านั้น
“เมดง เมืองห่าอะไรว่ะ อย่างกับเมืองผีสิง” ร่างเล็กทำปากเบ้ ก่อนก้มมองกระดาษโน้ตซึ่งแม่บังเกิดเกล้าของเค้าจดให้ ทงเฮดูแลมันอย่างดี กำมันจนจะเละคามืออยู่แล้ว
“นี่ก็..ลายมืออะไรไม่รู้ อ่านไม่ออก เลือนรางตามอายุเหรอว่ะ ” กลัวพระเจ้าจะกินหัว เพราะค่อนขอดว่าบุพการี ทงเฮเลยเลือกที่จะปิดปากเงียบเสีย
“เฮ้ยยย อะไรกัน” ร่างเล็กไม่ทันได้เก็บกระดาษโน้ตแผ่นนั้นเข้ากระเป๋า ลมก็พัดทำโทษทงเฮเสียแล้ว ลมขนาดยักษ์พัดตัวทงเฮเซไปด้านหลัง แต่ที่สำคัญกว่านั้น กระดาษซึ่งเป็นเป้าหมายของทงเฮปลิวว่อนไปอีกทางหนึ่งแล้ว ทงเฮฮึดสู้วิ่งตาม แม้ว่าวิ่งไปจะเสี่ยงต่อการโดนลมพัดไปไหนก็ไม่รู้
เอ๊ะ! ทำไมไม่หนีกลับบ้านเลยว่ะ!
ความรู้สึกด้านการเป็นลูกกตัญญูต่อต้าน ทงเฮวิ่งตามกระดาษแผ่นนั้นโดยที่ไม่รู้เลยว่า
กระดาษที่ทงเฮวิ่งตาม ตอนนี้ไม่ใช่กระดาษที่อยู่นั้นแล้ว แต่เป็นใบเบิกทางไปสู่ห้วงในภูมิหลัง
เสียงโลหะสีเงินกระทบครูดเป็นทางยาวกับพื้น บุรุษหนุ่มผู้เป็นเจ้าของของมันยืนงอตัวผ่อนน้ำหนักลงบนปลายเท้าด้านหน้า ผมที่มีผ้าคาดสีน้ำเงินเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาจากชายผ้า แต่มือที่จับดาบเล่มนั้นและดวงตากลับเต็มไปด้วยความแน่วแน่ ใบหน้าคมเข้มไล่ลงมาตั้งแต่ดวงตา จมูกงามเป็นสันได้รูป และริมฝีปากสีสด ดูร้ายกาจไม่เว้นแม้แต่ตอนที่กำลังสบตาอยู่กับศัตรูหรือเพิ่งถูกศัตรูทำร้ายให้บาดเจ็บ
“ยอมแพ้เสียเถิด..องค์ชาย ” น้ำเสียงที่มีความทรนงในตัวของตัวเองไม่แพ้กันดังขึ้น
“คาดว่า เพลานี่ชัยชนะในการได้เป็นคู่ครองขององค์หญิงคงเป็นของข้า ไม่ใช่ท่าน ” บุรุษในชุดสีแดงซึ่งถูกประดับประดาด้วยอาภรณ์ซึ่งบอกถึงพระอิศริยายศไม่แพ้กันอวดโอ้ แต่นั่นทำให้เกิดเพียงรอยเหยียดมุมปากหัวเราะขำในสายตาของบุรุษอีกคน
วรกายอย่างชายชาติกษัตริย์ใช้เพียงแค่นิ้วเดียวก็สามารถเกี่ยวดาบซึ่งพุ่งปักอยู่กับพื้นนั้นมาครอบครองให้ชี้พุ่งไปยังศัตรูเบื้องหน้าได้ แสงสีวาวแกว่งเกี่ยวรัดพระองค์สีเลือดนกขององค์ชายจอมโอหังจนร่วงสู่พื้น ความรวดเร็วคล่องแคล่วเสียจนอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว มารู้ตัว ตัวเองก็ตกเป็นรองโดยการถูกของแหลมคมจ่อพระศอเอาไว้
“ถ้าท่านไม่ใช้พระเขฬะของท่านเปลืองโดยใช่เหตุ ข้าคิดว่า ท่านคงไม่ต้องมีอันเป็นไปเร็วเช่นนี้หรอก องค์ชายซีวอน ผู้มีกำลังเป็นเลิศแต่สมองเบาปัญญายิ่งนักแห่งประจิมทิศ ” คำดูถูกเช่นนั้นทำให้ชายผู้ซึ่งมีรูปโฉมสง่างามไม่แพ้กันขบกรามแน่น มือหนาไม่ได้เอื้อมออกมาเพื่อขอชีวิตหรืออย่างไร องค์ชายที่เพิ่งถูกกล่าวหาว่าเบาปัญญายืดอกขึ้นแล้วตอบฉะฉานแบบผู้ชายอกสามศอก
“การใช้วิธีทีเผลอเป็น วิธีของเหล่าโจร ข้าคิดว่า องค์ชายโจวคยูฮยอนแห่งบูรพาทิศ คงชำนาญวิธีเช่นนี้ สืบเนื่องจากทำเลที่ตั้งของเมืองเป็นหุบเขาเหมาะแก่การซุ่มโจมตี ” ท้ายดาบปาดลึกลงบนผิวสีขาวจนชิดติดกับไห้ปลาร้า ยิ่งอีกฝ่ายทำสีหน้าไม่ยี่หระ มันยิ่งทำให้ความแค้นเคืองประทุขึ้นมาเต็มอก วิชาแห่งการปกครองที่ร่ำเรียนมาทำให้ไม่สามารถแสดงอารมณ์ไปอย่างที่ใจนึกได้ ดวงตาคมกริบประสานสายตากับดวงตาคมหวานซึ่งแพรวพราวไปด้วยลูกเล่น
ริมฝีปากสีสดแสยะยิ้ม ก่อนยกอาวุธคู่กายกลับสู่ข้างลำตัวตัวเอง แต่ไม่ลืมใช้ความคมเฉียดละเลียดผิวตรงพระศอฝากความสะใจเอาไว้
“งั้นถือว่ายกนี้ ข้ากับท่านเราเสมอกัน ”
“นับว่าท่านยังเป็นชายชาตินักรบ” เชวซีวอนก้มศีรษะลง แต่รอยยิ้มที่ทรนงตัวเองว่าสูงกว่าคนอื่นแบบนั้นกลับทำให้ องค์ชายคยูฮยอนแห่งบูรพาทิศยกยิ้มมุมปาก
ถ้าหากสายตาขององค์ชายแห่งประจิมทิศเหมือนไฟร้อนดูดกลืนให้คนทั่วใต้หล้าอยู่ในมนต์สะกด
สายตาขององค์ชายแห่งบูรพาทิศคงเป็นน้ำลึกทั่วมหาสมุทรซึ่งแฝงความร้ายกาจเพื่อทำลายสรรพสิ่งให้ราบคาบ
“ยกนี่จะเป็นยกตัดสิน ถ้าใครทำให้อีกฝ่ายล้มได้ก่อน องค์หญิงผู้เลอโฉมจะต้องตกอยู่ในมือของฝ่ายนั้น ไม่มีการอุธรณ์ ”
“โปรดท่านรักษาคำของท่านเช่นกัน ”
ดาบกล้าลองเชิงกวัดแกว่งเข้าหากัน
แสงจ้าแวววับพร้อมปลิดเปลี่ยว
โลหิตหลั่งพสุธาศัตรูมอดม้วย
หนึ่งเดียวปลิดชีพสิ้นลม
“อภัยให้ข้าด้วย องค์ชายเชวซีวอน”
วะวะเฮ้ยยยย
โครม!!!!!!!
แรงประทะอย่างหนักปัดโลหะกล้าออกจากพระหัตถ์จนพ้นหล่นจากเวทีประลองไป เสียงโหวกเหวกผ่านนอกบ่งบอกว่าความอลหม่านได้เกิดขึ้นแล้ว องค์รักษ์ป้องกันขัตติยตระกูลชั้นสูงข้างเวทีเสียให้วุ่น
มือเล็กเกี่ยวดึงพระเชษฐา ซึ่งตอนนี้ความสนใจพุ่งไปที่องค์ชายแห่งประจิมทิศซึ่งล้มอยู่กลางเวที
“ท่านพี่ฮยอกแจ เข้าที่ประทับเถอะเพค่ะ ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว ”
“ไม่ได้หรอกเจฮุน เจ้าก็เห็นว่าพระสวามีในอนาคตของพี่กำลังได้รับอันตรายและบาดเจ็บ ”
“ท่านพี่! ใยท่านตรัสเช่นนั้น ท่านพ่อยังไม่ได้ทรงแต่งตั้งให้มีการอภิเษกสมรส! ท่านทรงเรียกอย่างสนิทสนมเช่นนั้นได้อย่างไรกัน ”
“แต่เมื่อกี้เจ้าก็เห็นแล้วว่า เจ้าชายแห่งบูรพาทิศเป็นฝ่ายล้มลงก่อน ถ้าเช่นนั้นแล้ว สามีของข้า คงไม่พ้น เจ้าชายเขวซีวอนจากประจิมทิศไม่ใช่รึ? ทำไมข้าจะพูดเช่นนั้นไม่ได้”
“ข้าจะไปบอกให้ท่านพ่อยกเลิกการประลอง ”
“เจฮุน อย่าลืมสิ ข้าช่วยเจ้านะ ข้ารู้เจ้ารักอยู่กับลูกชายเสนาบดีซึ่งเรียนวิชากฎหมายคนนั้น ถ้าเจ้ายกเลิกการประลอง ก็เท่ากับว่า เจ้าทำให้บ้านเมืองของเราไร้สัจจะ ถึงจะไม่ใช่ครั้งนี้แต่ คราวๆต่อๆไป เสด็จพ่อจะต้องประทานให้มีการเลือกคู่ครองแบบนี้อีกแน่ เจ้าจะยอมให้ความรักซึ่งปลูกฝังมาห้าปีของเจ้าถูกทำลายอย่างนั้นรึ”
“ท่านพี่ นี่ท่านหลงในรูปโฉมขององค์ชายจอมกระล่อนนั้นแล้วหรืออย่างไร ถึงฝักใฝ่จะเป็นทองแผนเดียวกับเค้าเพียงนี้ ”
“มันก็เหมือนกับเจ้า เวลาที่เจ้ารักอยู่กับบุตรเสนาบดีนั้นแหละ พฤติกรรมของเจ้าก็ฝักใฝ่อยู่กับบุรุษเช่นกัน”
“ท่านพี่..ที่ข้าให้ท่านช่วย เพียงเพื่อรับหมั้นเค้าไว้แล้วให้ท่านใช้ความสามารถของท่าน เขี่ยเค้าทิ้งในเพลาหลัง ไม่ใช่ให้ท่านมาหลงใหลองค์ชายต่างเมืองจนมาต่อว่าข้าแบบนี้ ”
“ปล่อยข้าได้แล้วเจฮุน ข้าจะไปหาท่านพี่ซีวอนของข้า ” วรองค์เล็กปัดมือพระขนิษฐาซึ่งทรงเหนี่ยวพระกรไว้ ร่างบางดินลิ่วไปหาคนซึ่งอยู่บนเวที ในขณะที่ผู้เป็นน้องฟึดฟัดอยู่กับตนเองแต่เพียงผู้เดียว
แรงถ่ายโถมขนาดยักษ์ซึ่งทับอยู่ตรงพระเอวทำให้องค์ชายคยูฮยอนแห่งบูรพาทิศขยับเขยื้อนกายไม่ได้ มือขาวนวลโอบรั้งเอวร่างสูงแน่น โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ถ้ายังไม่เอาร่างกายตัวเองออกไปจากบุรุษชาตินักรบคนนี้ ตัวเองจะมีอันเป็นไปในสองวินาทีข้างหน้า
“ท่านเป็นใคร ท่านทำให้การประลองข้าล่ม ยังไม่พอ เมื่อไหร่ท่านจะเลิกทับข้า” เสียงทุ้มพร่าถามเบาแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่น ใบหน้าคมมองชุดที่ชายแปลกหน้าคนนั้นใส่อยู่อย่างดูแคลน แล้วก็ใช้มือบีบต้นแขนเล็กเบี่ยงออกให้ไปไกลตัว
แรงดึงพระภูษาที่อยู่ภายล่างทำให้องค์ชายแห่งบูรพาทิศต้องข่มความเกรี้ยวกาจในพระทัยไว้ ทรงเพ่งมองตัวประหลาดเต็มพระเนตร กระชากร่างที่ยิ้มเยาะตนเองเข้าหาตัวอีกครั้ง
“เจ้าทำให้เสื้อผ้าข้าขาด เจ้าบังอาจยิ่งนัก เจ้าคนป่า! ”
“เจ้านะสิคนป่า แต่งตัวอย่างกับจะไปถ่ายหนัง หลุดมาจากวิกไหนกัน KBS , SBS , MBC หล่ะ”ร่างเล็กหัวเราะเอิ๊กอ๊าก มองคยูฮยอนตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วหัวเราะอีกรอบ
“อินมากนะเนี่ย ดูคำพูดคำจา โบร๊าณ โบราณ”
“เจ้าพูดอะไรข้าไม่เข้าใจ ” องค์ชายคยูฮยอนพูดว่าไม่เข้าใจ แต่กลับไปรั้งรอคำอธิบาย อาวุธคู่กายซึ่งถูกปัดให้หล่นถูกองค์รักษ์ซึ่งคุ้มกันอยู่ภายนอกหยิบยื่นมาให้อีกครั้ง และเมื่อมันแตะกับพระหัตถ์ มันก็ถูกยกขึ้นมาจ่อกับลำคอของร่างเล็กทันที
“ข้าให้โอกาสเจ้าพูดก่อนที่จะเจ้าตาย ฝากคำไปถึงพ่อแม่ของเจ้าซะ ก่อนที่ข้าจะตัดหัวเจ้า” เสียงทุ้มกร้าวดังไปทั่วบริเวณ แต่คนถูกขู่กับยักไหล่ไม่แคร์และมองว่ามันเป็นเรื่องตลก
“เฮ้ออ คงอินมากจริงๆ ดาบนี้ก็โฟมซึ่งมีขายตามเซเว่น อย่าเอามาหลอกเราเลย ถ่ายหนังเรื่องไรอยู่หล่ะ ถ่ายไปด้วย ออนแอร์ไปด้วยมั้ย เราจะได้กลับไปดูแล้วเช็คเรทติ้งให้ ”
“องค์ชาย หม่อมฉันคิดว่า ชายผู้นี้คงเสียสติ อย่าเสวนาให้ขุ่นเคืองพระทัยเลย ทรงตรัสมาคำเดียว หม่อนฉันจะเอาศีรษะมันผู้นั้นมาถวาย..” องค์รักษ์ผู้หมายมั่นในหน้าที่ประชิดเข้ามาข้างกาย ดาบสีเงินถูกชักออกมาเตรียมพร้อมรอบัญชา
ตาคมก้มลงมองพื้น คยูฮยอนรีบให้สัญญาณมือบอกว่าไม่ต้อง
“โธ่องค์ชาย เวทีนี่ทำให้หม่อมฉันลื่นได้เพลาเดียวเท่านั้นฝ่าบาท ก็ตอนที่หม่อมฉันเห็นหนุ่มน้อยหน้ามนคนนั้น ” องค์ชายแห่งบูรพาทิศลลอบยิ้ม คาดว่างานนี้ องค์รักษ์คู่กายของเค้า คิมจองอุน คงจะมีใจต้องกับคนต่างเมืองเข้าแล้วกระมัง
“เจ้าไปรวมคนของเราไว้ ไม่ถึงชั่วยามหลังจากเราเอาชีวิตชายผู้นี้ เราจะเสด็จกลับอุทยาน เตรียมการณ์ให้พร้อม !! ” คำสั่งของผู้เป็นนายคือคำประกาษิต
“รับด้วยเกล้า ” คิมจองอุนถวายความเคารพด้วยการโค้งศีรษะต่ำ แล้วเดินละเลียดจากข้างเวทีประลองออกไป
องค์ชายแห่งประจิมทิศหายไปอยู่แห่งหนใด ไม่ใช่เรื่องต้องพระทัยองค์ชายคยูฮยอนอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่ต้องจัดการให้สิ้นซาก คือคนที่แส่มายุ่งในเวลามิบังควรต่างหาก
“การเข้ามาของเจ้าทำให้ข้าต้องแพ้การประลอง โทษของเจ้าคือตายสถานเดียว เจ้ารู้หรือไม่!”
“ตลกแล้ว “ คนตัวเล็กนั่งยองๆลงกวักมือเรียกคนที่กำลังแสดงอำนาจบาดใหญ่
“ เลิกแสดงหนังเถอะ มาช่วยกันเก็บนี่กัน “
“อ่า~ ทำงานให้แม่ไม่สำเร็จ แต่ได้นี่กลับไปคงแทนกันได้ มันเพชรจริงๆป่าวว่ะ” เขี้ยวฟันหน้ากัดเม็ดสีแวววาวที่ตกลงเกลื่อนพื้นเป็นการพิสูจน์ แล้วก็ต้องโวยลั่น เพราะแขนอีกข้างถูกหิ้วปีกขึ้นด้วยมือแข็งแรง
“เจ้าไม่มีเวลาทำอย่างอื่น นอกจากยืนฟังข้าสำเร็จโทษเจ้า!!!”
“ไอ้บ้า!! เจ็บนะเว้ย!! ” ร่างเล็กดิ้นขลุกขละให้พ้นจากพันธนาการ
“ปล่อย!! บอกให้ปล่อยยังไงเล่า!!!!” แต่ยิ่งดิ้น คอเสื้อยิ่งถูกมือแข็งแรงดึงให้สูงขึ้นเท่านั้น เมื่อสูงเกินกว่าระยะที่จะยกมือถึง สองแขนขององค์ชายแห่งบูรพาทิศ ก็รัดร่างเล็กไว้แน่นราวกับเชือกหนาพันเมตร
“ไอ้คนบ้า!!!! ไอ้โจรชั่ว!!!”
“คำก็คนบ้า คำก็โจรชั่ว เจ้ารู้มั้ยว่าข้าเป็นใคร ถึงได้บังอาจมาว่าข้าเยี่ยงนี่” ปลายคางของคนตัวเล็กถูกทำให้เชิดขึ้นด้วยปลายดาบแหลมคม ดวงตาสีมืดสนิทมองคนตัวเล็กด้วยความร้ายกาจและแฝงไปด้วยความขบขัน
“ข้าไม่รู้ และไม่อยากจะรู้ด้วย!!!!”
“แต่ ข้าไม่เคยฆ่าใครโดยไม่ถามชื่อ ข้าคงต้องสั่งให้เจ้าบอกชื่อเสียงเรียงนามแก่ข้าแล้ว”
“บอกไปเจ้าคงอึ้ง จนไม่อยากมีปัญหากับเรา ในมหาวิทยาลัยโซลไม่มีใครไม่รู้จัก ลีทงเฮ!! หนึ่งเดียวผู้เป็นดาวของคณะวิศวะ แชมป์ฟันดาบสี่สมัย เทควันโดสายดำ แชมป์ว่ายน้ำสามปีซ้อน ไม่รวมงานอดิเรกขี่ม้าและยิงปืน ”
“อย่างนั้นหรือ? เจ้าคงสติไม่สบประกอบจริงๆ เราได้ข่าวว่า บ้านเมืองนี้ไม่มีสิ่งที่เจ้าพูดสักอย่าง จะมีอยู่อย่าง ก็อาวุธที่จ่อคางเจ้าอยู่นี่ พ่อหนุ่มน้อย ” ทงเฮเริ่มอึ้งไปและทำไรไม่ถูกแล้ว เมื่อแววตาคมกริบปานราชสีห์นั้น เพิ่มความยิ้มเยาะมากขึ้นโดยไม่มีความเกรงกลัว อาวุธที่จ่ออยู่ตรงหน้ามันก็ไม่ใช่โฟมแบบที่ทงเฮคิดไว้ตอนแรก ความแหลมของมันที่เสียดเข้ากับผิวของทงเฮ บอกทงเฮว่า มันคือของจริงทั้งหมด
อะไรกันว่ะเนี่ย!!!!!!!!!
ร่างเล็กเริ่มเหลียวซ้ายขวาหาตัวช่วยเพิ่ม แล้วทงเฮก็ต้องเบิกสายตากว้างกว่าปกติ เมื่อรอบกายที่เห็นนั้นไม่มีความคุ้นเคยสำหรับทงเฮแม้เพียงอย่างเดียว
มันไม่มีตึกและอารามบ้านช่อง อย่าว่าแต่เซเว่นที่ทงเฮพูดถึงเลย บานประตูไม้เก่าๆที่นี่ก็ยังไม่มี บ้านเรือนของคนที่นี่ใช้พืชนิดนึงในการก่อสร้าง ทุกคนที่นี่แต่งตัวพื้นเมืองสมัยศตวรรษที่สิบแปด มีอาวุธคือดาบและธนู
โอ้ววว มายก๊อดดด ทงเฮอยู่ที่ไหน ใครก็ได้ช่วยทงเฮที!!!!!!!!
ร่างบางล้มลงกองแทบเท้าองค์ชายแห่งบูรพาทิศ ริมฝีปากคมซึ่งเต็มไปด้วยร้อยเล่ห์แห่งบุรุษเพศยกยิ้ม ในขณะที่องค์รักษ์สองคนเข้ามาถามซึ่งความเห็น
“องค์ชาย จะให้ทำเช่นไรกับคนป่าผู้นี้”
ดวงเนตรซึ่งสยบคนทักโลกให้อยู่แทบฝ่าเท้ากำลังมองทงเฮเช่นเดียวกันกับเวลาที่เหยียดมองผู้อื่น ไม่มีถ้อยคำใดออกจากริมฝีปากองค์ชายแห่งบูรพาทิศ นอกเสียจาก..
“จับมันไปเป็นเชลยของเรา!!!”
To be con…
กรีดร้อง ฮ่าฮ่าฮ่า
เมื่อคืนมีเรื่องกระตุกต่อมทำให้เกิดอาการเซ็งมาก
ประจวบเหมาะว่ากำลังได้ปลื้มกับโจวคยูฮยอนใน EHB อิพิโสดที่แล้ว
ไม่ต้องคิดเรื่องอื่นและ บอกเพื่อนว่าจะแต่ง คยูมง แล้วก็แต่งเลย
ฮ่าฮ่าฮ่า
ฟิกสนองตัณหาตัวเองหวังว่าคงจะถูกใจใครหลายคนนะค่ะ
ปล. มันคลอดเพราะความวูบ เพราะฉะนั้นแล้ว ความเร็วในการต่ออาจไม่แน่นอน(หัวเราะเหิด )
ปล.2 เจ๊ขอบคุณมายซิสมากมาย ^^

ในมหาวิทยาลัยโซลไม่มีใครไม่รู้จัก ลีทงเฮ!! หนึ่งเดียวผู้เป็นดาวของคณะวิศวะ แชมป์ฟันดาบสี่สมัย เทควันโดสายดำ แชมป์ว่ายน้ำสามปีซ้อน ไม่รวมงานอดิเรกขี่ม้าและยิงปืน ---> กรี๊ดๆๆ อยากสมัครเป็นแฟนคลับจังเลยอ่า หมวยห้าวชอบๆๆๆ
#1 By ||Caramel Macchiato|| on 2008-05-21 19:29