Title :: Casanova Killer
Step :: nine
Author :: Boradori
Cast :: KyuMin
Fic Theme song : My Child - SNSD
ll Casanova Killer ll
Step by Step..
[9]
อาการเจ็บป่วยต่อให้เล็กน้อยแค่ไหน มันก็เป็นสิ่งที่ละเว้นไม่ได้ มาดามโจวบอกซองมินอย่างนั้น ท่านจัดการเรียกรถพยาบาลทันที ทั้งๆที่ คยูฮยอนมีรอยถลอกตรงหัวเข่า และรอยช้ำตรงข้อศอกอวดตัว เท่านั้นแหละ อันที่จริงไม่ต้องถึงขั้นไปโรงพยาบาลให้วุ่นวาย แต่ท่านก็บอกให้หมอจับคยูฮยอนเข้าห้องเอกซเรย์ ตั้งแต่สมอง รวมถึงกระดูกแขน ขา หัวเข่า หรือกระทั่งฝ่าเท้า แม่ของคยูฮยอนเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร
ครั้นเมื่อคยูฮยอนเรียนอยู่ประถมปลาย เด็กหนุ่มเคยโดนเศษกระจกบาด เลือดไหลเป็นแผลที่พอเอาน้ำแข็งประคบก็หาย พรุ่งนี้ก็สามารถกลับไปเรียนได้อย่างเดิม แต่แม่คยูฮยอนกลับบอกให้คยูฮยอนพัก และสั่งพยาบาลมาดูแล
ครั้งนี้ก็เหมือนกันกับครั้งเมื่อตอนเยาว์วัย เพียงแต่ว่า คนที่แม่บอกให้ดูแลคยูฮยอนนั้น ไม่ใช่พยาบาล แต่เป็น อีซองมิน
คยูฮยอนมองข้าวต้มมื้อเช้า ที่ถูกจ่อค้างอยู่ตรงริมฝีปาก ตั้งแต่เมื่อวานนี้เค้าถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เช็คอาการให้วุ่นวายมากมาย ราวกับว่าเป็นการตรวจสุขภาพประจำปีเสียอย่างนั้น กว่าจะเสร็จก็เล่นเอาดึกอยู่เลยทีเดียว อีซองมินกลับไปที่ร้าน แล้วก็มาหาเค้าตอนเช้า พร้อมกับคุณปาร์คเลขาของแม่ คยูฮยอนเดาว่า แม่คงไปทำงานเรียบร้อยแล้ว
“เรื่องที่แม่ผมถามเมื่อวาน พี่มีคำตอบให้แม่รึยังครับ” คยูฮยอนส่งสายตาเว้าวอน เมื่อสบกับดวงตากลมโต เด็กหนุ่มก็รู้แล้วว่า ถามอะไรที่ไม่ควรถามออกไป ร่างเล็กตักข้าวต้มป้อนให้ต่อ
“พี่ซองมินครับ ผมอยากรู้จริงๆนะ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ปีน….”
“…”
เคร้ง!!
เสียงหัวใจคยูฮยอนกระเด็นกระดอนชนโน่นชนนี่มั่วไปหมด อีซองมินแตะช้อนกับขอบถ้วย ชั่วอึดใจ..อึดใจจริงๆกว่าที่ร่างเล็กจะตักข้าวต้มจ่อตรงริมฝีปากให้คยูฮยอนเป็นคำต่อไป ดวงตาดำโตที่ยากจะหลั่งลึกถึงความรู้สึกลึกๆภายใน บอกคยูฮยอนเบาๆว่า
“มันเป็นเรื่องที่นายต้องถามเอาคำตอบในตอนนี้หรือยังไง ปิดตาแล้วก็กินข้าวให้หมดๆ เพื่อแผลของนายจะได้หายดี เพื่อฉันจะได้กลับไปร้าน เพื่อแม่ของนายจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องที่นายสมควรทำกว่าไม่ใช่เหรอ? ดีกว่าอยากรู้อะไรที่มันไม่เกี่ยวกับอาการของนาย”
“การอยู่ดูแลผมคงฝืนใจพี่มาก พี่เกลียดผมมากนักรึไง?” คยูฮยอนว่าจะไม่เก็บมาคิดให้มันรกสมอง เค้าอยากจะทำว่ามันเป็นเรื่องเล่น อยากจะถามอย่างหัวเราะออกมาได้แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับดวงตาที่มองลึกเท่าไหร่มันก็สะท้อนแต่ความรู้สึกของคยูฮยอนกลับมาฝ่ายเดียว คำพูดที่ออกจากปากของคยูฮยอน มันก็แปรเป็นความรู้สึกจริงจัง ความรู้สึกน้อยใจที่ออกมาจากหัวใจจริงๆทุกที
คยูฮยอนพยายามแล้ว แต่เค้าจะทำอย่างไร ในเมื่ออีซองมิน ไม่ยอมหยุดที่เดิมเพื่อรอโจวคยูฮยอนก้าวขา ผ่านคำว่า ให้โอกาส เข้ามาใกล้ ถ้าอีซองมินยังเดินหนีอยู่แบบนี้ คยูฮยอนก็คงทำอะไรไม่ได้เลย
ดวงตากลมโตมองผ่านมือคยูฮยอนที่จับข้อมือตัวเองไว้ ผ่านตรงไปยังดวงตาดำขลับ ใบหน้างดงามราวกับภาพวาดที่หลุดออกมาจากเทพนิยาย มองตรงที่คยูฮยอนโดยไม่มองสิ่งอื่นใด
“ฉันชอบนาย”
“….” เงียบ…..หากเสียงของหัวใจคยูฮยอนรัวเร็ว และแรงจนมิอาจบังคับห้าม
“ถ้าฉันบอกนายว่า เป็นเพราะฉันชอบนาย นายจะกินข้าวต่อไปจนหมด และเลิกนิสัย อยากรู้แบบเด็กๆนี้ ใช่หรือเปล่า”
“…..”
“ฉันชอบนาย เพราะงั้น…....ในเมื่อฉันพูดแล้ว กินข้าวต่อไปได้แล้วนะ อ่ะ อีกคำ….”
“……”เสียงหัวใจที่เต้นรัวของคยูฮยอน อยู่ๆมันก็เบาลงจนไม่รู้ว่า หัวใจมันยังเต้นอยู่หรือเปล่า มันไม่ใช่เรื่องตลก แต่มันเป็นเพราะ อีซองมิน แค่…อีซองมินคนเดียว
“จริงๆเลย ทำไมพี่ชอบทำแบบนี้กับผมนะ พี่น่ะชอบให้ความหวังแล้วอยู่ๆก็ผลักผมออกด้วยคำพูดใหม่ ก็รู้ๆกันอยู่ว่าผมติดพี่ ถ้าผมไม่ยอมปล่อยพี่ไป ก็เพราะตัวพี่นะ”
“…..”อีซองมินหัวเราะเบา ราวกับว่า มันเป็นเรื่องขำอย่างกับการ์ตูนตอนเช้าที่เด็กตัวเล็กได้ดูทุกวันก่อนไปโรงเรียน คราวนี้รอยยิ้มใสที่คยูฮยอนต้องการ ทอดมองคยูฮยอนเนิ่นนาน
“ถ้าทั้งหมดนั่นมันมาจากตัวฉันทั้งหมดก็ดีน่ะสิ ฉันน่ะ อยากมีชีวิตที่มีความสุขกับใครสักคนอยู่แล้ว”
“ใครคนนั้น ใคร พี่หมายถึงผม หมายถึงผมงั้นเหรอ?” อีซองมินหัวเราะดังร่างเล็กยกถาดข้าวไปวางไว้ตรงโต๊ะข้างๆเตียง แล้วถือน้ำและยามายื่นให้
“นายน่ะ ได้คืบจะเอาศอกนะ” คยูฮยอนรับมาและกระดกมันเข้าปากอย่างไม่สนใจนัก ร่างสูงมองร่างเล็กที่นำแก้วน้ำวางไว้กับที่และกำลังวุ่นอยู่กับการเก็บของเข้ากระเป๋า คยูฮยอนบ่นออกมาพอให้ได้ยิน
“ผมจะเอาพี่ต่างหาก”
“…..”
“ผมชอบพี่จริงๆนะ”
“……”
“พี่ซองมิน ผมชอบพี่จริงๆ”
“…..”
“ชอบมากด้วย ผมไม่เคยง้อใครเลย แต่ผมชอบพี่มาก ชอบจริงๆ ให้ผมทำอะไรผมก็ทำให้ได้ทั้งนั้น เพราะผมชอบพี่มาก ”
“…..”
“เมื่อไหร่ พี่ถึงจะชอบผมบ้างหล่ะ”
“……”
“เมื่อร้านปิดแล้ว ฉันจะมาอีกทีแล้วกัน” คำถามของคยูฮยอนดูเหมือนว่าจะถูกอีซองมินละเลยอีกตามเคย เหมือนกับความในใจที่สารภาพออกไปอย่างโจ้งแจ้ง ทั้งหมดไม่ต่างจากแรงลมที่พัดมาและก็จะผ่านไป โดยไม่ทำให้หัวใจของคนที่โดนสายลมพัดพานั้นเคลื่อนไหว ทั้งๆที่คยูฮยอนกลั้นใจอยู่นาน กว่าจะหลุดคำนี้ออกมาได้ กว่าจะพูดออกมา กว่าจะบอก สิ่งที่อยู่ข้างในหัวใจจริงๆ
ร่างสูงถอนหายใจเฮือกอย่างปลงตก คยูฮยอนหมดแรง เค้าได้แต่มองอีซองมินหิ้วกระเป๋าเดินออกจากห้องไป…ตาปรอย
อากาศในวันนี้ฟ้าไม่สดใสมาก และก็ไม่ถึงขนาดที่ว่าดำครึ้มจัดเพราะเมฆฝน สายลมที่พัดโชยกิ่งไม้ไหวๆ ทำให้รู้สึกว่า อากาศโดยรวม เย็นสบาย และ น่านอน
อีซองมินไม่ได้นอน ตามความตั้งใจที่อยากจะทำ ร่างเล็กนวดแป้งทำขนมปัง อย่างขะมักเขม้น ด้านนอกของร้าน มีปาร์คจองซู คอยจดออเดอร์ลูกค้า และหยิบจากตู้โชว์ ถ้าหากว่า รายการที่สั่งยังพอมีเหลือ ของส่วนที่ขาดอีซองมินก็จะเป็นคนยกอันที่อบเสร็จแล้วออกมาจากในครัว แซมไว้จนเต็มครบทุกแบบสวยงาม ชาร้อนกรุ่น ช่างเข้ากันได้ดีกับขนมปังกลิ่นหอม ยิ่งในตอนที่ลูกค้าออกปากเหมือนกันว่า ขนมปังของร้าน อร่อยจัง
ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตั้งแต่เช้า มันเลยถูกแต่งแต้มด้วยความสุขขึ้นมาแทนที่จนมลายหายไปโดยพลัน ยังมีที่เป็นร่องรอยเหลืออยู่เล็กน้อย ก็เมื่อคนที่ช่วยซองมินนั่งรวมบัญชีของวันนี้ พูดเรื่องของ ลูกจ้างของร้าน คนนั้นขึ้นมาตอนเย็น
“เมื่อไหร่น้อง ถึงจะหยุด เรื่อง คนนั้น” คนนั้น ที่ไม่ต้องขยายความหมาย หรือเพิ่มคำนำหน้าบอกแซ่ ก็รู้เลยว่า หมายถึงใคร
“พี่จะหาคนมาให้ ถ้าหายป่วยมาคราวนี้ ก็ไล่ออกเลย เข้าใจรึเปล่า ซองมิน ” ปาร์คจองซูพูดตรงแบบไม่อ้อมค้อม ความจริงแล้ว เค้าคัดค้านตั้งแต่อีซองมินรับหมอนั่นเข้าทำงาน แต่ในเมื่อน้องยืนกรานว่า ไม่มีอะไรมากไปกว่า การที่ทางร้านต้องการคน เห็นกับผลประโยชน์ของทางร้าน เค้าเลยพูดอะไรไม่ได้ แต่ตอนนี้ปาร์คจองซูรู้สึกว่ามันจะลามปามมากขึ้นทุกวัน เมื่ออีซองมินหิ้วของฝากมาให้ แล้วบอกหน้าตาเฉยว่า ไปเที่ยวทะเลกับใครมา
“ถ้าพี่ไม่รับของฝาก ซองมินจะวางไว้บนโต๊ะแล้วนะ ฉันเมื่อย” พูดตรงไม่อ้อมเลย แบบเชื้อไม่ทิ้งแถวตามกันมาจริงๆ คนเป็นพี่รวบของในมือของอีซองมินมากำไว้ ก้มมองเล็กน้อย และเมื่อเห็นว่ามันคืออะไร จองซูก็ถือมากอดไว้ข้างหลังทั้งถุงด้วยตนเอง
“เปลือกหอยพวกนี้ มันคงช่วยในธุรกิจอัญมณีของพี่ได้บ้างนะ” คนถามเลิกคิ้วให้ แล้วยิ้ม คนถูกถามส่ายหน้าช้าๆ
“เชื่อเลย เชื่อเลยจริงๆ”
เชื่อเลยจริงๆว่า ปาร์คจองซูไม่สามารถโกรธอีซองมินได้นาน ไม่ว่าจะเป็นเพราะสาเหตุไหนที่เค้ารู้สึกไม่ชอบใจ อีซองมินก็จะมีวิธีง้องอนปาร์คจองซูจนหายจากอาการเกรี้ยวกราดได้ทั้งสิ้น สงสัยว่า เรื่องของเจ้าหนุ่มคนนั้น ปาร์คจองซู คงต้องเป็นฝ่ายปล่อยให้เป็นไปตามทางที่อีซองมินอยากให้เป็น ด้วยเหมือนกัน
“คิบอมหล่ะ ช่วงนี้คิบอมแวะมาหาเราบ้างหรือเปล่า พี่ไม่เจอนานแล้วนะ” อยากจะทำแบบนั้น อยากปล่อยทิ้งไว้ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม แต่ปาร์คจองซูก็ทำไม่ได้ ในเมื่ออีซองมินใช้กำแพงที่มองไม่เห็นเป็นตัวกั้นเรื่องส่วนตัวออกจากพี่ชาย ปาร์คจองซูก็ขอส่งตัวแทนที่ไว้ใจได้ไปติดตามใกล้ๆแทนแล้วกัน
“ซองมินก็ไม่เจอนานแล้ว ” โทรไปวันนั้นจะต่อว่าเรื่องที่ไม่ยอมมารับสักหน่อย รู้สึกว่า จะอยู่กับใครอีกคนที่ซองมินไม่รู้จักในห้อง..
อีซองมินเลือกบอกแค่เพียงครึ่งแรก ส่วนครึ่งหลังที่ผุดข้อความขึ้นมาเป็นสเตปความคิด ร่างเล็กคลี่ยิ้มจางให้ปาร์คจองซูแทน
“อืม สงสัยงานคิบอมจะยุ่ง ”
ยุ่งเหรอ? ทำไมใครอีกคน ที่ซองมินได้ยินเสียงใกล้ๆคิบอม หัวเราะอย่างมีความสุขมากกว่า……….. แน่ล่ะว่า อีซองมินคิด แล้วก็แค่ยิ้มตอบปาร์คจองซู
“พี่ไปหล่ะ ซองมิน เก็บร้าน แล้วก็รีบเข้านอน อย่าลืมให้ทิปพี่หล่ะ ที่พี่ใส่สูทหล่อแบบนี้ แต่อุตส่าห์มาเป็นพนักงานเสริฟให้เต็มๆหนึ่งวัน”
คนที่อยู่ในชุดสูทหล่อเมื่อช่วงเช้าตรู่แต่ตอนนี้ไม่เหลือมาดแบบนั้นแล้ว ทวงถามหาค่าแรง เจ้าของร้านที่มีร่างกลมนิ่ม เขย่งปลายเท้า แตะแก้มกับแก้มของพี่ชาย
“ขอบคุณครับ พี่จองซู ”
“อย่าทำแบบนี้ กับไอ้เด็กหนุ่มนั้นนะ ซองมิน ” อีซองมินหัวเราะร่วน ร่างเล็กถอดผ้ากันเปื้อนออกให้ แล้วดันหลังพี่ชายที่สูงกว่าให้รีบกลับบ้านไปเสียที มือเล็กยื่นเสื้อสูทตัวนอกให้พี่ชาย ปาร์คจองซูรับมาตั้งไว้ตรงเบาะข้างๆ ก่อนที่จะเลื่อนปิดกระจกรถ ก็ยังคงหันมากำชับอีซองมินด้วยคำเดิม
“อย่าทำแบบนั้นกับเด็กหนุ่มนั่น เข้าใจนะ ซองมิน”
“ครับ ครับ พี่จองซู”
.
.
.
.
.
.
โลกในแต่ละวันของเรามีความสดใสไม่เท่ากัน บางวัน เราจะรู้สึกว่า เราไม่สามารถเรียกรอยยิ้มออกมาได้ แต่ในบางวัน แค่เพียงขยับแก้ม เราก็สามารถยิ้มออกมาได้แล้ว ยิ้มได้ง่าย ยิ้มออกมาโดยที่ยังไม่รู้สาเหตุเลยว่า ตัวเองยิ้มออกมาทำไมและเพราะอะไร หรือแม้กระทั่งเพราะ ใคร
จิตใจของอีซองมิน คนที่คล้ายกับว่า จะเป็นแค่ภาพสะท้อนเงาอยู่ข้างหลังกระจก ก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน
ร่างเล็กห่อลำตัวเข้าหากัน เมื่อรู้สึกถึงแรงกอดจากทางด้านหลัง เสื้อโค้ทตัวยาวที่ห่อลำตัวของอีซองมิน เข้าไปชิดอยู่กับแผงอกของใครอีกคน พร้อมทั้ง ดอกไม้ที่ยื่นมาให้ข้างหน้าด้วยสองมือที่กอดอยู่รอบตัว
คนที่หนีออกจากโรงพยาบาลออกมา โดยให้เหตุผลว่า เลยเวลาปิดร้านนานแล้วแต่ อีซองมินมาเยี่ยมช้าเกินไป
“สุขสันต์วันนี้ครับ” อีกหนึ่งคำพูด พร้อมด้วยดอกไม้ ช่อโต ซึ่งวางไว้ให้ตรงหน้าตักของซองมิน ด้วยปลายนิ้วหยาบกระด้าง ที่จับมืออีซองมินกุมไว้ไม่ยอมคลายให้เป็นอิสระ
สุขสันต์วันนี้?
มีใครเค้าให้ดอกไม้สาว แล้วทำแบบโจวคยูฮยอนกันบ้างมั้ย คงไม่มีใครทำ เหมือนกับที่ คงไม่มีใครกล้าหนีออกมาจากโรงพยาบาลออกมา ทั้งๆที่ยังใส่ชุดของคนไข้อยู่ มีเพียงเสื้อโค้ทปิดทับเท่านั้น
คงเป็นแค่ โจวคยูฮยอน โจวคยูฮยอนคนเดียวจริงๆ
“พี่หัวเราะอะไรอ่ะ ผมหนีออกมาจากโรงพยาบาล แล้วยังไม่ได้กินข้าว ผมหิวเลยชวนพี่มากิน มันผิดเหรอครับ? ”
มันไม่ผิดหรอก ถ้าท้องนายจะไม่ประจานความหิวนั้นด้วยเสียงร้อง จนคนข้างๆมอง แล้วฉันต้องพานายเข้าร้าน เพราะกลัวว่าจะมีใครสังเกตเห็นว่า นายเป็นคนไข้ที่หนีออกมาจากโรงพยาบาลมา
……. อีซองมินคิด คิดแล้วก็ยิ้ม วันนี้อีซองมินยิ้มบ่อย อีซองมินยิ้มกี่ครั้งแล้วนะ
ถ้าเป็นเพราะผู้ชายที่ชื่อโจวคยูฮยอน วันนี้ก็สองครั้งแล้ว…….
“พี่กินสิครับ”
“ฉันกินแล้วน่ะ”
“กินกับใครครับ”
“พี่จองซู”
“ที่มาเยี่ยมผมช้า ก็เพราะคนแซ่ปาร์คใช่มั้ยครับ ไอ้เราก็นั่งรออยู่คนเดียว ผม ขอให้คนแซ่ปาร์ค กลับไปท้องเสีย เนื่องจากว่า กินข้าวกับพี่ มื้อที่ผมไม่อนุญาต!!” โจวคยูฮยอนโวยวาย ส่วนอีซองมินก็ท้าวค้างมอง
“ขอให้พรุ่งนี้คนแซ่ปาร์คไปทำงานไม่ได้!!!”
“ขอ ขอ ขอ ขอ!!!!!!!” ขอ ขอ ขออีกมากมาย อีซองมินก็นั่งท้าวค้างมองอยู่อย่างนั้น ในที่สุดคยูฮยอนก็หยุดพูดเอง
“พี่เบื่อผมเหรอครับ?”
“…..”
“เบื่อผมแล้วเหรอครับ?”
“…….”
“พี่รำคาญผมเหรอครับ?”
“….”
“ผมน่ารำคาญแล้วเหรอครับ?”
“ผมไม่สบายอยู่ เป็นคนไข้นะ แอร่ก แอร่ก แอร่ก”
“……” เล่นให้สมบทบาทอย่างที่สุด ราวกับว่า สิ่งเหล่านี้จัดบริการเพื่อคุณเพียงคนเดียว อีซองมินยังนั่งเงียบ มุขนี้ก็ยังใช้ไม่ได้ผลอีกด้วยซ้ำ ร่างเล็กหยิบดอกไม้ที่ตั้งอยู่บนตักขึ้นมามอง เปลี่ยนบทโดยการถามขึ้นมาคนละฉากกับที่คยูฮยอนแสดง
“ทำไมนายยังซื้อดอกทิวลิปสีแดงให้ฉันอีกหล่ะ ในเมื่อวันนั้น นายให้แล้วฉันไม่ได้รับ แถมมัน ยังถูกทำให้พังไปแล้วด้วย…ทำไมหล่ะ?”
“ผมไม่มีเหตุผลอะไรหรอกครับ มีข้อเดียว ข้อเดียวจริงๆ” คยูฮยอนทำเสียงจริงจังขึ้น ยกนิ้วเป็นการประกอบด้วย คำตอบข้อเดียวนั้น ในที่สุดก็ถูกถามอย่างใคร่รู้ จากคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามเมื่อผ่านไปสักแป๊บที่คยูฮยอนหยุดพูดลง
“อะไรหล่ะ?”
“แค่นั้นจริงๆ ครับ ”
“เพราะมัน คือดอกไม้ที่พี่ชอบ”
ดอกทิวลิปสีแดง คือดอกไม้ที่พี่ชอบ
แค่นั้นจริงๆ
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผ่านฤดูหนาวที่สุดของโซลมาแล้ว แต่อากาศตอนกลางคืน มันก็ยังคงเย็นจัด ไม่ต่างกับช่วงฤดูหนาวเท่าไหร่นัก อีซองมิน ไม่ได้เดินจับมือกับคยูฮยอน เราแค่เดินคู่กับ แบบคนคู่หนึ่งเท่านั้น เพียงแต่บางเวลา ที่คยูฮยอน นึกจะจับมืออีซองมิน จูบข้ามถนน หรืออยากจะจับขึ้นมาเฉยๆ อีซองมิน ก็ไม่ขัดแย้งอะไร
แต่เป็นตัวคยูฮยอนเอง ที่จับได้ไม่นาน คยูฮยอนก็จะเป็นฝ่ายปล่อยมืออีซองมินออกแทน
“ไหน นายบอกว่า ชอบฉันไง แล้วปล่อยมือฉันทำไมหล่ะ” คนถามยกมือทั้งสองข้างขึ้นอัง แล้วผ่อนลมหายใจออกมา หลังจากที่เราข้ามถนนตรงมาอีกฝั่งที่เป็นทางเรียบยาวและตรง อีซองมินกำลังอาศัยความอุ่นของลมหายใจที่ออกมาจากร่างกาย ทำให้ฝ่ามือของตัวเองอุ่นขึ้น
คยูฮยอนยืนเยื้องไปข้างหลัง สอดมือลึกลงไปในกระเป๋าเสื้อโค้ท แล้วยืดตัว
“เพราะผมไม่รู้น่ะสิครับ ว่าตอนนี้พี่คิดอะไร”
“…..”
“ผมมองไม่ออก ไม่สิ ผมไม่เคยมองพี่ออก”
“……”
“พี่ใจดี แต่มัน ก็เหมือนฝัน”
“…..”
“หัวใจของพี่…..มีผมอยู่บ้างมั้ย ผมยังไม่รู้เลย”
“……” เท้าเรียวชะงักก้าวค้างไว้แล้วหยุดเดิน
“นายรู้ความหมายของ Killer มั้ย?” คนตัวเล็กพูดขึ้นเหมือนเปรย เพราะอีซองมินไม่ได้หันมามองคยูฮยอน แต่น้ำเสียงที่เป็นดั่งคำกระซิบนั้น ก็ทำให้คยูฮยอน ก้าวปลายเท้าไปยืนข้างๆและหันมองอีซองมิน คยูฮยอนเลือกที่จะฟัง ฟังเงียบๆ คยูฮยอนรู้ว่า อีซองมินมีคำตอบในสิ่งที่ถามนั้นอยู่แล้ว
“……”
“Killer เป็นกลุ่มคน กลุ่มคนที่ถูกทั้งโลกประณามว่า ไม่มีหัวใจ ไร้ความรู้สึก และก็สามารถยืนอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาใครสักคน แม้แต่พ่อหรือแม่ Killer เป็นกลุ่มคนที่ทะนงตัว เย่อหยิ่ง ไร้สังคม ”
“…..”
“แต่ความเป็นจริง ...คนทั้งโลก เข้าใจ Killer ผิด Killer มีหัวใจ แต่ซ่อนไม่ให้ใครมองเห็น Killer มีความรู้สึก Killer อยากอยู่ให้ได้ด้วยตัวเองเพราะไม่อยากให้พ่อกับแม่ลำบาก Killer ไม่ได้เย่อหยิ่ง แต่แค่เหงา เหงาจนไม่รู้ว่า ควรจะทำตัวแบบไหน ไม่ให้ซื่อ หรือดูอ่อนแอจนเกินไป”
“……”
“เหมือนกับมนุษย์ทั่วๆไป........"
"Killer น่ะ มีความเจ็บปวด และความรู้สึก ที่อยากจะรักใครสักคนเหมือนกัน”
“……”
อีซองมิน มองคยูฮยอนแล้วยิ้มให้ ใบหน้าเนียนใสล้อคลื่นเห็นถึงหยาดน้ำในนัยน์ตา ภาพความมืดของค่ำคืน และรถราที่ผ่านไปผ่านมาจากมุมตรงฟุตบาท ถูกกลืนหายเป็นใบหน้าของคยูฮยอนเข้ามาแทนที่ เมื่อร่างสูงโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลีบเนื้ออ่อนนุ่ม แทรกตัวทับลงบนกลีบปากบางแผ่วเบา ราวกับเล่าผ่านความรู้สึกทั้งหมดไม่มีจุดที่อยากให้สิ้นสุด...เนิ่นนาน
เราจูบกัน…….
จูบที่เกิดขึ้นเพราะความรู้สึกจริงๆ จูบที่ไม่มีเซ็กซ์ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย
ll Casanova Killer ll
to be con Step 10
borA :
เฮ้อ เหนื่อย นึกว่าจะไม่ทัน โบรามีอะไรจะสารภาพคะ ไม่มีครั้งไหน
จะแต่งฟิกแบบตับหลุดขนาดนี้ ตอนแรกจะไม่แต่งแล้ว
เพราะพรุ่งนี้โบรามีสอบ แต่ด้วยความที่ว่า
วันนี้วันดี ดีจริงๆ ปีหนึ่งมีครั้งเดียวนะเออ
แถมเพื่อนมาก็เอาเลย แฮปคยูมินกันเลย
อดใจไม่ไหวคะ ไม่ไหวจริงๆ
เลยปั่นรวด ชั่วโมงกว่าๆออกมาเป็นหนึ่งตอน
เพราะเดี๋ยวต้องไปอ่านหนังสือต่อแล้ว
ด้วยเวลาที่จำกัด ข้อผิดพลาดมันคงเยอะมากๆแน่ มองข้ามๆมันไปนะคะ
แต่ความน่ารักของคยูมิน ถ้าชอบใจกัน ได้โปรดบอกกันด้วย
13.07
สุขสันต์ วันนี้ ค่ะ คริคริคริ
ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ ^^
อ่า จูบจากความรู้สึก
คยูจะเข้าใจใช่มั้ย
โตเป็นคนซะทีนะเด็กชายโจ
#1 By ิblackduck (119.42.95.40) on 2009-07-14 00:07