Casanova Killer Step 10
posted on 26 Aug 2009 21:46 by boradori in CasanovaKiller
Title :: Casanova Killer
Step :: ten
Author :: Boradori
Cast :: KyuMin
ll Casanova Killer ll
Step by Step..
[10]
ความรู้สึกที่เรามีต่อใครสักคน ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจมนุษย์รู้สึกคล้ายดั่งมีเวทย์มนต์สะกด ยิ่งในตอนที่กลีบเนื้อบางเบาเบียดลงไปซับความหอมละมุน จากกลีบปากบาง ยิ่งทำให้รู้สึกว่า อากาศรอบตัวเรา เบาและล่องลอยเหมือนอย่างสวรรค์ แต่เมื่อ ถอนริมฝีปากละออกมา กลิ่นไอความหอมหวน มันยังคงควบคุมให้รู้สึกทุรนทุราย ขาดไม่ได้ โหยหาไม่มีวันจบวันสิ้น เหมือนชีวิตของโจวคยูฮยอนในเวลานี้
การจูบครั้งนี้กับอีซองมิน ทำให้โจวคยูฮยอนรู้สึกแบบนั้น กลีบปากบางฉ่ำหวานและโค้งตัวที่เชิดขึ้น สะกดแรงจนหัวใจของคยูฮยอนเต้นเป็นจังหวะร็อกดังตุ๊บๆราวกับว่ามีกลองชุดตามมาเป็นเเบล็กกราวข้างหลังโครมครามใหญ่โต เมื่อมองหน้าอีซองมินมากๆเข้า คยูฮยอนก็เกิดอาการตาลอย เดินเหินอะไรอย่างไม่มีสติ
จูบ จูบ จูบ..
“เฮ้ย!!”
อีซองมินปลุกคยูฮยอนให้ตื่นจากความฝันขึ้นมามองโลกของความเป็นจริงเมื่ออยู่ดีๆคยูฮยอนก็ทะเล่อทะล่าเดินนำอีซองมิน ออกไปกลางถนนตรงหน้าสี่เเยก จนเกือบโดนรถสิบล้อเสยเข้าให้ ร่างเล็กดึงชายเสื้อคนตัวสูงกลับเข้ามา
“นายบ้าไปเเล้วเหรอ ?”
“…..”
“ออกไปได้ยังไง บ้าเหรอ บ้าไปเเล้วเหรอ?”อีซองมินด่าคยูฮยอน ว่าบ้า อีกฝ่ายก็มองหน้าอีซองมินอย่างเดียว ดวงตาดำขลับสื่อความหมายมากมายออกมา คำว่าบ้าของอีซองมิน คยูฮยอนอ่านเป็นแต่คำว่า จูบ จูบจูบ
เมื่อครู่ คยูฮยอนจูบซองมิน เราได้จูบกันแล้ว
“อยู่ๆก็ทะเล่อทะล่าออกไป นายเป็นอะไร? เป็นโรคประสาทเเล้วเหรอ?” แก้วตาดำวิบวับล้อกับแสงไฟ คยูฮยอนรู้ดีว่าตัวเองไม่ได้เป็นโรคประสาทเสียหน่อย คยูฮยอนแค่อยากจูบอีซองมินอีก อยากจูบอีก แต่คยูฮยอนไม่กล้าขอ
“แล้วนั่นเป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้น เจ็บขาหรือว่าเจ็บเเผล ไหนยื่นเเขนมาดูสิ” อีซองมินดึงแขนคยูฮยอนเข้ามาใกล้แต่กลับถูกคยูฮยอนสวมกอดเต็มสองแขน นิ้วกระด้างกอดเอวบางไว้แนบตัว มันคงไม่ผิด ที่คยูฮยอนอยากจะสื่อความรู้สึกลึกๆข้างใน ออกมาบ้าง ก่อนที่จะเป็นบ้า บ้าตายด้วยความรู้สึกที่มีให้กับอีซองมิน
“พี่อยู่นิ่งๆสักแป้ปนึงได้มั้ยครับ”
“นายนึกอยากออกจากโรงพยาบาลก็หนีมา จะทำอะไรก็ไม่เคยขออนุญาตใคร ทำไม ฉันต้องเชื่อฟังคนที่เอาแต่ใจทุกเรื่องด้วย”
“พี่ถามเพราะพี่ไม่รู้จริงๆหรือครับ”
“ฉันไม่รู้”
“เพราะคนที่เอาแต่ใจคนนี้ ไม่ได้มองคนอื่นแล้ว เค้ามองแต่พี่คนเดียว” คยูฮยอนตัดสินใจบอก เด็กหนุ่มมองตาอีซองมินในระยะใกล้ อีซองมินเงยหน้ามองตรง ได้ยินเสียงจิ๊ตรงมุมปากบาง
“ฉันไม่ได้อยากกินขนมหวาน”
“ผมป้อนขนมจีบพี่ต่างหาก และจะป้อนต่อไปหลายๆชิ้น จนกว่าพี่จะมีใจให้ผม”
“นายคิดว่า จะมีวันนั้นเหรอ?”
“อย่างน้อย วันนี้ พี่ก็ยอมให้ผมจูบ โดยไม่ต่อว่าผมสักคำ”
อีซองมินรู้สึกว่า คยูฮยอนเจ้าเล่ห์ เจ้าเล่ห์มากขึ้นทุกวัน และนิสัยหลับหูหลับตายอม ก็ไม่ใช่นิสัยจริงๆของอีซองมิน อีซองมินอาจจะดูซื่อและไม่มีพิษภัย แต่สิ่งที่เป็นความจริงสำหรับอีซองมินก็คือ อีซองมินคนนี้ มีจุดยืนที่แน่นอน
“ปล่อยได้แล้ว”
“เพิ่งกอดไปได้สองนาทีเอง”
“ถ้านายไม่ปล่อย ฉันจะไม่ให้นายมีโอกาสแบบนี้อีกเลย”
“โห..” คยูฮยอนผละออกมาและวาดริมฝีปากเป็นรูปตัวโอ เด็กหนุ่มมองซองมินด้วยดวงตาตัดพ้อ หากแต่ว่า หวานฉ่ำ เต็มไปด้วยนัยยะสำคัญ
“ใจร้าย พี่ใจร้ายกับผมจัง”
“นายก็ไม่ต้องยุ่งกับฉันสิ”
“ผมทำได้ที่ไหนกันเล่า!”
“นั่นเป็นเรื่องของนายแล้ว” ริมฝีปากหนาโค้งเป็นรอยยิ้มสวยงาม คยูฮยอนอมยิ้มมากขึ้นเมื่ออีซองมินผละออก แล้วเดินตรงไปที่ป้ายรถเมล์ การเดินไปแล้วกอดแขน ถูข้อศอก เป่าริมฝีปาก ยืนสั่นกับอากาศยามค่ำคืน คยูฮยอนจะคิดว่า อีซองมินกำลังให้ท่า และอยากให้คยูฮยอน เดินไปกอดอีกรอบ นี่คือการคือเข้าข้างตัวเองหรือเปล่า?
มันคือการคิดเข้าข้างตัวเองนั้นแหละ แต่คยูฮยอนจะคิดว่า มันไม่มากทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม เพราะอีซองมิน ยอมรับเสื้อโค้ทที่คยูฮยอนถอดคลุมให้ แต่ไม่ยอมรับ ตัวของคยูฮยอน เด็กหนุ่มนั่งลงตรงที่นั่ง เพื่อรอรถเมล์ คยูฮยอนมองหลังอีซองมินที่ยืนอยู่ข้างหน้า แล้วก็เอนศีรษะไปหา ป้ายโฆษณาที่อยู่ทางด้านหลัง
“โอ้ยยย” หรี่ตาจนเกือบปิด โอดครวญ และก็ตะโกนเสียงดัง คยูฮยอนแอบมอง ตอนนี้อีซองมินมานั่งยองๆอยู่ข้างหน้าแล้ว
“นายปวดหัวเหรอ เจ็บตรงไหน เป็นอะไรมากหรือเปล่า?” คยูฮยอนแอบยิ้มที่อีซองมินเป็นห่วง ไม่มีคนเคยบอกอีซองมินเหรอว่า เรื่องอ้อนน่ะ คยูฮยอนเก่ง เด็กหนุ่มแกล้งร้องให้เสียงดังกว่าเดิม จับมืออีซองมิน ทาบตรงกลางกระหม่อม แล้วก็ปิดตาร้อง
“เจ็บตรงนี้ครับ โอ้ย ผมเจ็บจังเลย”
“ตรงนี้เหรอ”
“ครับ ตรงนี้” เสียงเศร้าซึม ตาก็เปิดขึ้นกระพริบปริบๆมอง อีซองมินเขยิบเข้ามาใกล้ ใบหน้าขาวจัดอยู่ห่างจนคยูฮยอนมองเห็นผิวสีน้ำนมตรงแก้มบาง ไรจมูก และริมฝีปากฉ่ำแดง
“แล้วตรงนี้หล่ะ”
“เจ็บครับ” เจ็บทั้งหมดครับ ความน่ารักของพี่ ทำให้หัวใจผมเจ็บ เพราะไม่อยากยั้งใจไว้ ผมอยากเข้าใกล้พี่กว่านี้ อยากจูบพี่ตอนนี้เลย
“แปลกจังเลยนะ”
“เห ?”
“เมื่อกี้ฉันเห็นนายแกล้งเอาหัวกระแทกป้ายโฆษณาข้างหลัง เบาๆเอง ไม่น่าจะเจ็บมาก ถ้าได้นั่งอยู่คนเดียวสักพัก นายต้องหายดีแน่เลย”
แป่ว!
ใจคยูฮยอนได้ยินแต่คำนี้ตอกย้ำเต็มไปหมด ริมฝีปากหนาเห็นเป็นเส้นขนานกับดวงตาที่หรี่ลง คยูฮยอนถอนหายใจเฮือกให้กับความรู้ทันของอีซองมิน เด็กหนุ่มรีบตรงไปคว้าแขนร่างบางไว้ เมื่ออีซองมินจะทิ้งคยูฮยอน หนีขึ้นแท็กซี่กลับไปก่อนอย่างที่บอกเอาไว้จริงๆ
“มันดึกแล้ว ผมจะไปส่งพี่ก่อนแล้วค่อยกลับไปที่โรงพยาบาล”
“……”
“พี่…ให้ผมไปส่งพี่ที่บ้านด้วยได้มั้ยครับ?”
“……”
“นะครับพี่ซองมิน” อีซองมินโบกแท็กซี่ไปเรื่อย โดยที่ไม่ฟัง ใบหน้าขาวจัดเฉยเสียจนคยูฮยอนชักหวั่นใจ
“พี่ซองมินอ่า” คยูฮยอนลงจากขอบฟุตบาทไปยืนตรงพื้นถนน เด็กหนุ่มโค้งตัว ท้าวมือทั้งสองข้างกับเข่า เงยมองอีซองมินปริบๆ พยายามง้องอน
“พี่ซองมิน พี่โกรธผมเหรอครับ ที่ผมโกหกว่าปวดหัว ผมมีเหตุผลนะ”
“….”
“ผมแค่อยากปกป้องพี่ ไม่ให้พี่ ใจร้ายเกินไป ผมไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่น จริงๆนะครับ” เป็นเหตุผลที่ช่างมีน้ำหนักมาก มากเหลือเกิน เห็นอีซองมินตวัดตามองหน่อยๆ คยูฮยอนก็รีบพูดต่อ
“…..”
“พี่ลองคิดดูนะครับ การทำให้รู้ว่า คนที่เราชอบแคร์เรารึเปล่า มันเป็นเรื่องของความรู้สึก ไม่ถือว่าเป็นความผิด คู่รัก คู่อื่น เค้าก็ทำกันแบบนี้ จริงๆนะครับ จะให้ผมลองไปถามความเห็นพวกเค้า เพื่อมายืนยันว่ามันเป็นเรื่องจริง ก็ได้นะครับ ” ชักไปกันใหญ่ มันต้องไปกันใหญ่แน่ๆ ถ้าอีซองมินยังไม่ยอมพูดอะไร ร่างเล็กพรูลมหายใจเป็นจังหวะยาวกว่าปกติ เอามือกอดอก ทำตาขวางๆมองคยูฮยอน
“เรียกสิ”
“หา”
“โบกแท็กซี่ไง รีบโบกเร็วๆ”
“อ้อ ครับ …….”
“ไหนบอกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องคู่รัก แค่นี้ยังไม่รู้ว่า คนตามจีบ ต้องเป็นฝ่ายทำให้ คู่เดท”
“……”อีซองมินว่าด้วยน้ำเสียงรำคาญ แต่มันทำให้คยูฮยอนอมยิ้ม และเมื่อ ยิ้มไปมองไป แล้วถูกอีซองมินถามว่ามีอะไรติดหน้า อีซองมินหรือ หรือว่า คยูฮยอนเป็นโรคตาเข ชอบเหล่ด้านข้าง คยูฮยอนก็อมยิ้มเข้าไปใหญ่ แต่หนนี้ อมยิ้มในใจอย่างเดียวนะ หัวใจคยูฮยอนพองโต มันสูบฉีดเร็วขึ้น แม้ว่าอีซองมิน จะไม่ได้พูดเรื่องอะไรเกี่ยวกับความรู้สึกของอีซองมินกลับมา คยูฮยอนก็มีความสุข
ดวงหน้าด้านข้าง ใสสกาวกับแสงจันทร์ ริ้วแก้มบางที่เจือสีชมพูอ่อนหน่อยๆ เส้นผมสีดำพลิ้วกับสายลม ใบหน้าที่เฉยชาอย่างกับภาพวาด เมื่อคยูฮยอน จับมืออีซองมินขึ้นรถแท็กซี่ที่เรียกมา
“Killer เป็นกลุ่มคน กลุ่มคนที่ถูกทั้งโลกประณามว่า ไม่มีหัวใจ ไร้ความรู้สึก และก็สามารถยืนอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาใครสักคน แม้แต่พ่อหรือแม่ Killer เป็นกลุ่มคนที่ทะนงตัว เย่อหยิ่ง ไร้สังคม ”
“เหมือนกับมนุษย์ทั่วๆไป........"
"Killer น่ะ มีความเจ็บปวด และความรู้สึก ที่อยากจะรักใครสักคนเหมือนกัน
คยูฮยอนไม่แน่ใจ เพราะเหตุผลใด อีซองมินถึงยอมเผยด้านเศร้าที่สุดให้คยูฮยอนได้รู้จัก ดวงตาดำกลมที่สะท้อนเงาของหยาดน้ำในตา ราวกับว่า เคยพบกับความทุกข์แสนสาหัส เมื่อในอดีต ทุกเหตุผลของการกระทำ ขึ้นอยู่กับคำว่า จำเป็นต้องทำ แม้จะไม่รู้ว่าทำไม แต่คยูฮยอนก็อยากเป็นคนเข้าไปอยู่ในหัวใจของอีซองมิน อยากช่วย ให้หัวใจที่หนาวเหน็บนั้นอบอุ่นขึ้น
วันนี้ คยูฮยอนทำได้แค่เปิดประตูแท็กซี่ และนั่งข้างๆ มองอีซองมินเท่านั้น แต่สักวัน คยูฮยอนจะเข้าไปเปิดประตูหัวใจ คยูฮยอนจะทำให้อีซองมิน รู้ให้ได้ว่า คนที่เคยมองความรัก แค่เพียงสนุก คบใครเล่นไปวันๆ วันนี้นั้น เพราะความรัก….ทำให้เค้าคนนั้นเปลี่ยนไปแล้ว
ภาพที่เห็นอยู่ในกรอบสายตาตอนนี้ทั้งหมดทำให้อีซองมินถอนหายใจยาว คยูฮยอนขึ้นรถแท็กซี่กลับไปแล้ว ถึงแม้ว่า คยูฮยอนยังอยู่ด้วย แต่อีซองมิน ก็ไม่อยากให้คยูฮยอนรับรู้เรื่องนี้อยู่ดี ร้านของอีซองมินถูกงัดเป็นครั้งที่สาม โต๊ะเก้าอี้ถูกเตะระเนระนาด ข้าวของบนชั้นวาง หล่นแตกอยู่บนพื้น ทุกสิ่งถูกรื้อค้น ไม่เว้นแม้แต่ในห้องครัว
แผ่นหลังบางทรุดตัวนั่งลงกองกับพื้น ยิ่งมองเห็นความยับเยินของทุกส่วนในร้านที่ตัวเองรัก อีซองมินก็ยิ่งรู้สึกขมขื่นในใจ คำพูดของใครคนนึงตอกย้ำให้รู้สึกแค้นเคือง ทั้งปวดร้าวมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“รับเงินไปสิ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่อยากรบกวน”
“ถ้าไม่รับจากพ่อ เจ้าจองซูก็ต้องให้ลูกอยู่ดี พ่ออยากเป็นคนช่วยลูกบ้าง”
“พ่ออยากช่วยผมจริงๆหรือครับ หรืออยากให้ผมสำนึกบุญคุณ จนยอมกลับบ้านบ้าง”
“ซองมินอ่า ร้านเค้กน่ะ มันไม่มีชีวิต แต่บ้าน มีหลายชีวิตที่ทำให้ลูกเกิดมา หลายชีวิตที่รอลูกอยู่ ซองมินอ่า คิดถึงแม่บ้างสิ”
“เพราะผมคิดถึงแม่ ผมถึงต้องมีชีวิตแบบนี้ ชีวิตที่เกลียดพ่อให้มากๆ”
“ซองมินอ่า พ่อรู้ว่าลูกยังโกรธพ่อ แต่คนที่อยู่ในบ้านมาตลอดอย่างลูก ลูกเคยชินชีวิตแบบนั้น คิดว่าออกจากบ้านแล้ว จะมีชีวิตรอดได้ มันไม่มีทางหรอกน่ะซองมิน สักวัน ลูกจะเป็นฝ่ายท้อ…..”
“….”
“พ่อได้ยินมาว่า ลูกกำลังถูกไล่ที่ อีกไม่นาน ร้านเค้กร้านนี้ มันจะถูกปิด”
“รู้ได้ยังไง ผมไม่มีทางปล่อยให้ร้านนี้เป็นอะไรไปหรอก!”
“ซองมินอ่า ความรักน่ะ มันกินไม่ได้ ร้านเค้กที่ลูกรักจะอยู่ได้ยังไง ถ้าลูกไม่มีเงิน ”
อีซองมินรู้สึกว่าตัวเองกำลังจนแต้ม ท่ามกลางความคับแค้นใจนั้นมือเล็กกำเข้าหากันแน่น ดวงตากลมโต เหนื่อยล้า นึกถึงตัวช่วยสุดท้ายแล้วก็เผลอถอนหายใจ
ทางแก้ปัญหา ถ้าบอกพี่จองซูตรงๆ พี่จองซูคงสามารถช่วยแก้ปัญหาได้เหมือนทุกคราว แต่อีซองมินไม่อยากพึ่งพาพี่จองซู พี่จองซูช่วยซองมินมามาก คนที่ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งนี้ คือขาของอีซองมิน ไม่ใช่ มือ หรือ เงิน ของพี่จองซู และอีกอย่าง อีซองมิน ไม่อยากเป็นคนแบบที่พ่อว่า
อีซองมินเกลียดพ่อ เกลียดคำว่า ต้องให้จองซูช่วย เกลียดคำว่า ต้องท้อ เพราะฉะนั้น อีซองมินเป็นคนแบบนั้นไม่ได้หรอก
เช้าวันนี้ อากาศสดใสเหมือนกับวันก่อนๆ แต่สำหรับอีซองมินนั้นกลับรู้สึกว่า มันเป็นเช้าที่อึมครึ้ม และหาความสวยงามไม่ได้เลย กลิ่นชาหอม พร้อมด้วยเบเกอรี่หนึ่งชิ้นที่วางอยู่ตรงหน้า ไม่ได้ช่วยทำให้ความอึดอัดคลายลง เมื่ออีซองมิน ต้องเผชิญหน้ากับคนที่ ต้องขอร้อง ขอความเห็นใจ
“ช่วยผมด้วยเถอะครับ ขอเวลาผมอีกสองเดือน ผมจะหาเงินค่าเช่า ล่วงหน้า หกเดือนมาให้ เป็นการรับประกัน”
“ฉันก็อยากช่วยนาย แต่บริษัทก่อสร้างที่รับเหมา เค้าเร่งมาเหลือเกิน ฉันก็ตกลงเซ็นสัญญากับเค้าไปแล้ว ทางที่ดี นายยอมรับเงินชดเชยจากฉัน แล้วก็ปิดร้าน ย้ายไปที่อื่นดีกว่า”
“ผมขอร้องหล่ะครับ เห็นใจผม ผมเช่าที่นี่มานาน และก็รักร้านนั้นมาก”
“ยิ่งนายรักร้านนั้นมาก นายก็ยิ่งต้องยอม ถ้านายไม่ยอมย้ายออก นายอาจจะต้องเดือนร้อน นายก็รู้ ฉันไม่อยากใช้วิธีรุนแรงอีก แต่มันจำเป็น”
“ผมมีทางเลือกอื่นอีกรึเปล่าครับ?”
“ค่าถอนสัญญา แปดสิบล้านวอน นายมีเงินนั้นมั้ยหล่ะ?”
“เป็นอะไรซองมิน ” ความรู้สึกน้ำท่วมปาก มันเป็นแบบนี้ อีซองมิน ไม่กล้าเอ่ยอะไร ทั้งๆที่รู้ว่า คิบอมอาจจะช่วยได้ แต่ซองมิน ก็เอาแต่นั่งซึม และใช้ตะเกียบเขี่ยข้าวในถ้วย
“ไหนบอกว่า อยากกินซุปเนื้อ ไม่เห็นกินสักคำ หรือทำอะไรไม่ถูก ที่ได้นั่งกินข้าวกับดาราดัง?” ปกติคิบอมไม่ใช่คนชอบแซวหรือพูดหยอกล้อหรอก ซองมินรู้ว่า ที่วันนี้คิบอมเป็นแบบนี้ เพราะคิบอม อยากให้อีซองมินยิ้มออกมา
“อิ่มแล้ว เราอิ่มแล้วหล่ะ”
“เป็นอะไร อยากกินไอศครีมหรือเปล่า” คิบอมทำเหมือนเมื่อตอนเด็ก ไอศกรีม เป็นของปลอบใจที่เพื่อนคนนี้มักจะมีให้อีซองมินประจำ
“เราโตแล้วนะ”
“โตแต่ตัวน่ะสิ สำหรับคิบอม ซองมินยังเป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆอยู่เลย”
“คิบอม ช่วงนี้งานเป็นไงบ้าง ยุ่งมากหรือเปล่า” อีซองมินเปลี่ยนเรื่อง และเลื่อนมือที่คิบอมจับอยู่ออกมาวางที่ตักของตัวเอง
“ก็ดีนะ ถ้าไม่มี…..” คิบอมนึกถึงคนคนๆนึง แก่นแก้ว ดื้อรั้น และน่ารำคาญที่สุดในโลก
“หืม? ”
“ไม่มีอะไรหรอก ซองมินอิ่มแล้วใช่มั้ย งั้นเราเช็คบิลนะ จะได้ไปกินของหวานกัน”
“คิบอม สำหรับ นาย ความฝันสำคัญแค่ไหน”
“อยู่ดีๆถามเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม?”
“ก็นายเลือกเป็นดารา คนที่ไม่มีชีวิตส่วนตัว เลยอยากรู้น่ะว่า ความฝัน สำหรับนายสำคัญแค่ไหน”
“ก็เป็นจุดมุ่งหมายที่ต้องไปให้ถึง ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปให้ถึง แค่นี้หล่ะ”
“…..” คำตอบของคิบอมเสมือนมีดปักลงกลางอกอีซองมิน ร่างเล็กยิ้มให้กับเพื่อนตั้งเเต่วัยเยาว์ เเล้วหันมองกระจกด้านข้าง ภาพสะท้อน เป็นใบหน้าที่เศร้าซึมของตัวเอง
ดวงตากลมโตที่เคยทดท้อ ดูเเน่วเเน่ขึ้น เมื่อคิดถึงคำพูดของคิบอม ทวนมันซ้ำๆให้กับหัวใจ
“ก็เป็นจุดมุ่งหมายที่ต้องไปให้ถึง ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปให้ถึง แค่นี้หล่ะ”
น๊อะ แค่นี้เอง ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปให้ถึง แค่นี้เอง………
มีคนบอกไว้ว่า ช่วงเวลาที่เป็นความสุขนั้นจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว เร็วจนเราไม่คาดคิด เร็วจนเราคาดไม่ถึง เร็วจนเราไม่ทันตั้งตัว สองวันแล้วที่คยูฮยอนมาหาอีซองมิน อีซองมินปิดร้าน เเละที่สำคัญอีซองมินไม่ไปหาคยูฮยอนที่โรงพยาบาลด้วย อยู่ดีๆ อีซองมินก็หายไป คยูฮยอนกำลังจะกลายเป็นคนบ้า เพราะไม่รู้ว่า อีซองมินไปอยู่ที่ไหน และไม่รู้ว่าจะตามหาอีซองมินได้ยังไง
“มีอะไรครับแม่” คยูฮยอนไม่มีอารมณ์คุยกับใคร แต่ก็ต้องกดรับโทรศัพท์ เรื่องธุระของแม่ คงไม่พ้น การบอกให้คยูฮยอน ย้ายกลับเข้าไปอยู่ที่บ้านเสียที
“ผมหายแล้วครับ ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ”
((คยูฮยอนนี่ ลูกจะกลับมาทานข้าวที่บ้านมั้ยคะ เย็นนี้ คุณพ่อของลูก มีเรื่องสำคัญกับลูกนะคะ))
“……” พ่อคงพูดเรื่องให้คยูฮยอนทำตัวดีๆ ไม่เที่ยวเสเพลเหมือนทุกครั้ง พ่อคงถามแบบที่แม่อยากถามก็คือ เมื่อไหร่คยูฮยอนจะย้ายกลับเข้าไปอยู่ที่บ้าน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นมันอยู่ที่ คยูฮยอนต้องตามหาอีซองมิน และต้องรู้ให้ได้ว่าอีซองมินอยู่ที่ไหน จะมัวไปกินข้าวรื่นเริงอยู่ได้ยังไง
((ว่าไงคะ คยูฮยอนนี่ของแม่))
“……”
((คยูฮยอนนี่ ลูกฟังแม่อยู่มั้ยจ๊ะ))
“…..”
“คยูฮยอนนี่จ๊ะ บัตรเครดิตของลูกน่ะ แม่ว่ามันชักจะมีมาก หลายบัตรเกินไป ……”
“โอเคครับๆ แล้วผมจะเข้าไป” แต่แม่ก็ยังเป็นแม่ ตราบใดที่ยังต้องแบมือขอเงิน คยูฮยอนก็ต้องฝืนใจ ทำตัวเป็นคนดี เป็นเด็กน่ารักในสายตาของแม่ทุกครั้งไป
((แม่จะรอคยูฮยอนนี่นะ)) มาดามโจวบอกเสียงหวาน หวานกว่าเดิม หวานจนคยูฮยอน ชักจะเสียวสันหลัง เด็กหนุ่มมองสาวๆที่เดินผ่านไปผ่านมา เฉียดหน้าอยู่ตามท้องถนน ความคิดที่ว่า แม่อาจจะนัดบอดให้คยูฮยอนเจอกับลูกคุณหญิงคุณนาย ลูกของใครๆเอามาสักคน แว้บ ผ่านเข้ามา คยูฮยอนแตะลิ้นกับริมฝีปากล่าง เม้มริมฝีปากอย่างครุ่นคิด คิดแล้วคยูฮยอนก็กลัว เค้ากลัว กลัวเหลือเกิน
คยูฮยอนเป็นคนใจกล้าหน้าด้าน (ยกเว้นเรื่องอีซองมินที่มีปอดแหกเล็กน้อย) แม้ว่าจะกลัวยังไงแต่เมื่อรับปากแม่ไปแล้ว คยูฮยอนก็จะต้องไปตามที่นัดไว้ เด็กหนุ่มกลับเข้าบ้านเป็นครั้งแรกในรอบสองเดือน วันนี้มาดามโจว สั่งให้แม่บ้าน ทำอาหารไว้เยอะแยะ แถมยังกำชับให้คยูฮยอนเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่ ให้มันดูดีและก็มีมาดมากกว่า เสื้อยืด กางเกงยีนส์ชุดนี้ ท่านสั่งให้คยูฮยอนแต่งตัวอย่างดี ใส่สูทสีดำ เรียบ เนี๊ยบ อย่างกับว่า คยูฮยอนกำลังจะเข้าพิธีดูตัว เป็นเจ้าบ่าว อย่างไรอย่างนั้น
เจ้าบ่าว?!
ไม่ได้การณ์ ถ้าสังหรณ์ที่คยูฮยอนคิดเกิดเป็นจริงขึ้นมา คยูฮยอนจะทำยังไง มุดดินหายไปตอนนี้จะทันมั้ย? ตัวช่วยจะให้ใครช่วยดี
คยูฮยอนกดตัวช่วยที่หนึ่ง คือโทรหาเพื่อนในกลุ่ม เอาใครสักคน
“กูไม่กล้าเข้าห้องไปหาแม่”
((มึงกล้าก็บ้าแล้วคยูฮยอน กับแม่มึงก็ไม่เว้นไว้สักคนหรือ มึงต้องยั้งๆบ้าง)) ขอบพระคุณมากที่สุดเลยปาร์คยูชอน กูโทรมาปรึกษามึง แล้วมึงคิดแต่เรื่องทะลึ่ง มึงช่วยกูได้มากเลย ขอบคุณครับเพื่อน
“ไม่ใช่เรื่องนั้น คือ งี้นะมึง คือกูมีเซนส์ เซนส์แรงว่า ป๋ากับแม่กู ต้องจับกูนัดบอด แล้วกูไม่กล้าเข้าไป บางทีท่านบาทหลวง อาจจะอยู่ในบ้านกูพร้อม รออยู่แล้วก็ได้”
(( เรื่องคอขาดบาดตายเกิดขึ้นได้ไง อ้าว..ไหนมึงบอกกูว่า แม่มึงปลื้มพี่ซองมินไง ถึงขั้นหาร่งหาฤกษ์ให้))
“ปลื้มมันก็คือเรื่องหนึ่ง ลูกสาวคุณหญิงคุณนาย มันก็เป็นอีกเรื่อง แม่กูเป็นสาวสังคม ท่านก็พอใจคนโน้นคนนี้ง่าย มึงช่วยกูคิดหน่อย กูจะทำยังไงดี”
((กูว่า มึงก็…..))
“แค่นี้นะมึง ไม่ทันละ”
“อ้าว คยูฮยอนนี่ แต่งตัวเสร็จ แล้วทำไมไม่เข้าไปข้างในละคะลูก “คยูฮยอนยิ้มฝืด เค้าบอกมาดามโจวว่า กำลังเช็คความเรียบร้อยของตัวเอง เค้ากอดแม่ไว้ไม่ให้แม่สงสัยด้วย
“รีบเข้าไปสิจ๊ะ อย่าให้แขกรอ พ่อกับแม่และก็…. เอ่อ เรากำลังคุยกันถูกคอเชียว”
เอาแล้วมั้ยหล่ะ มีคุณอีกคนนั่งอยู่ในห้องนั้นด้วยจริงๆ นอนตายไปเลยดีกว่า เพราะให้เป็นพระอินทร์มาจุติก็ช่วยให้คยูฮยอนรอดพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไม่ได้แน่ เด็กหนุ่มยิ้มแกนๆ เมื่อถูกมาดามโจว ดึงตัวให้เข้าไปข้างใน หลังจากที่ท่านสั่งแม่บ้านตรงหน้าประตูว่า ให้เอาของว่างมาเพิ่มให้คยูฮยอนอีก่ทีหนึ่ง
กินของว่างตอนนี้?
คยูฮยอนไม่มีอารมณ์ เค้าไม่อยากจะกินหรือยัดอะไรใส่ท้องลงไปทั้งนั้น คยูฮยอนทำหน้าตาให้เซ็งที่สุดเท่าที่จะทำได้ เข้าไปถึงปั๊ป เด็กหนุ่มก็โค้งตัวสวัสดีป๋าที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ตัวกลางของห้อง โดยไม่หันมองใคร
“ป๋า ดีครับ”
“มาแล้วเหรอเอ็ง ปล่อยให้แม่หนู เค้ามารอตั้งนาน ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย แม่หนูจ๊ะ ป๋าไม่ได้เสี้ยมสอนลูกไว้เลยนะ นิสัยไม่ดีแบบนี้ แต่ไม่ต้องห่วง ถ้าหนูมาเป็นครอบครัวเดียวกันกับเรา ป๋าจะเป็นคนฝึกคยูฮยอนให้รู้จักอะไรแบบนี้เอง” คยูฮยอนเกิดความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เค้าวาดภาพได้โดยไม่ต้องมองว่า คุณป๋าต้องทำสายตากรุ่มกริ่ม ใส่หญิงสาวนางนั้น คุณป๋าคยูฮยอนเป็นคนเจ้าชู้ ต่อหน้าต่อตานายแม่ ก็ยังกล้าเล่นหูเล่นตา มาดามโจว ท่านก็ไม่ว่า ท่านบอกว่า มันคือนิสัยผู้ชาย ที่จะต้องมองดอกไม้สวยๆ มันเป็นเรื่องธรรมดา ขอแค่เค้ายังรัก ยังไว้ใจ ให้เราเหนือกว่าคนอื่น ไม่ทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาจนเกินไป นั่นมันก็พอแล้ว คยูฮยอนเกิดในครอบครัวที่เห็นว่าเรื่องแบบนี้เป็นของนอกกาย ไม่ใช่สิ่งผิดแปลก นิสัยคลาสโนว่า เลยอยู่ในสายเลือดของคยูฮยอนตั้งแต่ลืมตาดูขึ้นมา
“นี่เอ็งจะก้มหัวอีกนานแค่ไหน เงยหน้ามองหนูเค้าบ้าง เป็นแบบนี้สิ ถึงไม่ค่อยได้เรื่องได้ราว หนูอย่าถือสาเลยนะ”
“ผมไม่ถือหรอกครับ”
“หนูซองมิน นี่เป็นคนดีจริงๆ”
หาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!
เมื่อกี้มันอะไร มันเกิดอะไรขึ้น เสียงใครที่ตอบรับ มันเกิดอะไร ใคร ชื่อใคร
หู ตา จมูกปาก โครงหน้า ..
ใช่ พี่ซองมินของผม พี่ซองมินของผม! พี่ซองมินจริงๆ
คุณเคยเห็นอาการตาค้าง เกร็ง ชัก ยืนอยู่กับที่ ก่อนที่จะเกิดอาการลนลาน เหมือนปลากระดี่ได้น้ำหรือเปล่า นั่นเลย นั่นคืออาการของโจวคยูฮยอนตอนที่เห็นว่า คนที่นั่งอยู่ข้างๆคุณป๋า คือร่างของอีซองมิน เด็กหนุ่มตรงหรี่เข้าไปใกล้ นั่งยองๆ มือจับหัว จับมือ จับตัวอีซองมิน มั่วไปหมด เสียงทุ้มแหบพร่า ยากที่จะกลั่นเสียงให้ออกมา
“พี่ซองมิน พี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ ผมเป็นห่วงพี่มาก เป็นห่วงพี่มาก พี่รู้มั้ยครับ” สองแขนคยูฮยอนโอบอ้อมไปทางด้านหลัง
กอด… คยูฮยอนตั้งใจว่า จะกอดอีซองมินแรงๆ กอดอีซองมินใกล้ๆ แต่ไม่ทันได้ทำ ไม้เท้าของคุณป๋า ก็ขวางเข้าตรงกลางหน้าผากของคยูฮยอน
ผัวะ!
“โอ้ย ป๋า ผมเจ็บนะ”
“เกรงใจป๋ากับแม่เอ็งบ้าง มากไป มากเกินพอดี”
“คนมันกำลังดีใจนะป๋า แล้ว แล้ว ป๋าลากพี่ซองมินผมมาทำไม อย่าบอกนะ ว่าป๋าจะเอาพี่ซองมินผมมาเป็นอีหนู แม่ ช่วยผมหน่อย” คยูฮยอนคลานเข้าไปซุกกลางตักของมาดามโจว ท่านประธานใหญ่ของบ้าน ส่ายศีรษะ
“เอ็งนี่มันยังเด็กจริงๆ สงสัยจะโตแต่ตัว แต่กระเจี๊ยวเท่าเดิม”
“ป๋า!”
“คุณคะ อย่าพูดแบบนี้กับคยูฮยอนนี่สิคะ อย่าพูดความจริง”
“แม่!”
“……” คยูฮยอนเกิดมาเป็นคนบุญน้อย ใครๆก็ซ้ำเติม ช่วยโปรดเห็นใจนิดนึง เห็นใจกันหน่อยนะครับ คยูฮยอนทำตาอ้อน คนที่คยูฮยอนอ้อน คือคนที่นั่งอยู่ระหว่างแม่และป๋า ไม่อ้อนเฉยๆอย่างเดียว คยูฮยอนเป่าปาก เป็นคำว่า คิดถึงมากๆ ให้อีซองมินรู้ด้วย
มองลูกชายทำตาเยิ้ม อาจจะหวานกว่าอาหารหวานมื้อเย็นในค่ำคืนนี้เสียอีก ท่านประธานใหญ่ของบ้าน และนายแม่แอบมองหน้ากัน นายแม่บอกให้คยูฮยอนคุยกับอีซองมินไปก่อน นายแม่จะไปเตรียมความเรียบร้อยในครัว คยูฮยอนกระเถิบตัวขึ้นไปนั่งข้างอีซองมินแทนที่ของมาดามโจว กำลังจะไต่ถามสารทุกข์ สุข และก็รัก แต่ ท่านประธานใหญ่ของบ้าน ก็โพล่งออกมาว่า อยากให้อีซองมิน ช่วยเลือกดอกไม้ที่เหมาะกับห้องทำงานให้ ป๋าคยูฮยอนเป็นคนรักธรรมชาติ ชอบจัดสวน ต้นไม้พวกไม้ประดับ คยูฮยอนรู้ แต่ที่คยูฮยอนยอมไม่ได้ ทั้งๆที่อีซองมินเปิดร้านขายเบเกอรี่ ป๋ารู้ได้ไงว่า อีซองมินถนัดเรื่องต้นไม้ ดอกไม้ด้วย ป๋ารู้เรื่องที่คยูฮยอนไม่เคยรู้มาก่อนได้ยังไง!
ไม่อยากจะยอมง่ายๆ
“หนูซองมิน ช่วยคนแก่เลือกหน่อย คนแก่หูตาฝ้าฟาง ไม่ค่อยรู้เรื่องแบบนี้ ช่วยหน่อยนะจ๊ะ”
อ่า…ไม่ยอมแต่ทำอะไรไม่ได้ ป๋าลุกขึ้นและดึงพี่ซองมินไป ป๋าให้พี่ซองมินพยุงไปที่ห้องทำงาน พี่ซองมินไม่อิดออด แต่ ป๋าครับ ที่ป๋าจับมือและกอดอยู่น่ะ ลูกสะใภ้ป๋าในอนาคตนะครับ แฟนของผม
“พี่ซองมิน!!! อย่าครับพี่ซองมิน!” คยูฮยอนโวยวาย และปราดเข้าไปขวางระหว่างกลาง อีซองมินทำตาดุใส่ พูดเรียบๆ
“นายเป็นอะไร?”
“คือเอ่อ คือ ผมจะพยุงป๋าไปเอง พี่ไปช่วยแม่ผมดีกว่านะครับ”
“ฉันคุยกับคุณลุงแล้วว่า จะไปช่วยท่านเลือกต้นไม้” เอ่อ ไปต่อไม่ถูก จะหาเหตุผลไหนอีกดี หันมาทางฝั่งป๋าบ้างดีกว่า
“ป๋าครับ มันใกล้เวลาอาหารแล้ว กินข้าวกันก่อนเถอะนะครับ ป๋า ไว้ค่อยเลือกวันอื่นเถอะครับ”
“ป๋ายังไม่หิวเลย เมื่อกี้นั่งคุยกับหนูซองมิน กินของว่างไปตั้งเยอะ”
“ แต่ป๋าต้องรีบกินยาหลังอาหารให้ตรงต่อเวลาไม่ใช่หรือครับ ถ้าไม่กินข้าวตอนนี้ เดี๋ยวระบงระบบ ไม่ได้สมดุลนะครับ ”
“ยาป๋าที่กินอยู่ประจำ เป็นยาก่อนนอนอย่างเดียว เอ็งมีอะไรอีกรึเปล่า หือ?”
…
คยูฮยอนหน้าแตก เลยต้องยืนกัดฟันเพื่อตั้งหลัก เด็กหนุ่มกอดอกระงับใจ เมื่อคุณป๋าหันไปกระซิบบอกอีซองมิน ให้รีบไปที่ห้องทำงาน ช่วยท่านเลือก ท่านใจร้อน พรุ่งนี้จะได้ให้คนงาน จัดดอกไม้ ต้นไม้ที่อีซองมินเลือกมาวางไว้ให้ คยูฮยอนมองสองคนที่ประคองกอดกันไป พยายามท่องนะโมๆ แต่ได้ไม่เท่าไหร่ก็ฟิวส์ขาด ทำหน้ายักษ์
ป๋าของคยูฮยอนกอดอีซองมินอีกแล้ว!
ความหงุดหงิดมันเป็นเรื่องที่เราบังคับห้ามไม่ได้ ยิ่งเราต้องเห็น ต้องรับรู้ เราก็ยิ่งหงุดหงิดงุ่นงานใจมากขึ้นเท่านั้น คยูฮยอนหงุดหงิด! หลังจากที่ออกมาจากห้องทำงานแล้ว ป๋าก็ยังตัวติดกับพี่ซองมินของคยูฮยอนเป็นตังเม มาดามโจวเองก็ทำเป็นมองไม่เห็นแต่คยูฮยอนนั่งติดที่ไม่ได้ หลังจากที่อาหารมื้อเย็นผ่านพ้นไป เมื่อสบโอกาส คยูฮยอนก็รีบหาทางเข้าใกล้ตัวอีซองมิน วันนี้ลมพัดแรงกว่าทุกวัน คยูฮยอนถือผ้าพันคอออกมาด้วย เค้ากลัวว่าอีซองมิน ที่ออกมาเดินเล่นในสวน จะไม่สบาย
อีซองมินยืนพิงเสาของโคมไฟสีส้ม ใกล้กับแนวทางเดินอิฐที่เชื่อมโยงตัดสวนดอกไม้ ไปออกประตูทางด้านข้างของบ้าน คยูฮยอนยืนมองอีซองมินจากทางด้านหลัง เด็กหนุ่มยิ้มให้กับภาพความสวยงามนั้น ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหา คล้องผ้าพันคอให้อย่างแผ่วเบา เมื่อขยับเข้าไปยืนข้างๆ คยูฮยอนชอบที่อีซองมินหันมามองที่คยูฮยอนคนเดียว แต่ไม่ใช่ พร้อมกับการส่งผ้าพันคอกลับคืนให้แบบนี้
“พี่ซองมินครับ”
“ไม่เป็นไร ฉันจะเข้าบ้านแล้ว”
“เอ่อ เอ่อ “
“……”
“ตั้งแต่มาที่นี่เรายังไม่ได้อยู่ด้วยกันสองคนเลย คือผมมีเรื่องอยากคุยกับพี่เยอะแยะ พี่อยู่ต่ออีกหน่อย นั่งคุยเป็นเพื่อนผม ไม่ได้หรือครับ”
อีซองมินวางผ้าพันคอคืนให้แล้วส่ายหน้า ใจคยูฮยอนหล่นกระทบก้อนหินที่อยู่บนพื้น ได้ยินเสียงตกแตกและเจ็บรัว แต่คยูฮยอนไม่ท้อตั้งแต่ได้พบหน้ากัน ยังไม่ได้คุยกันแบบจริงจังสักคำเลย การได้ขบคิดมาตลอดระยะเวลาหลายวันที่ไม่เจอกัน ทำให้คยูฮยอนรีบวิ่งไปข้างหน้าและรั้งอีซองมินด้วยการมองหน้าอีซองมินตรงๆ
“พี่ซองมินครับ ผมคิดถึงพี่ คิดถึงจะบ้าอยู่แล้ว พี่อย่าหันหลังให้ผมอีกเลยนะครับ ผมไม่อยากเห็นพี่เดินหนีผมแบบนี้”
“ฉันไม่ได้หนีนาย ฉันแค่จะเข้าไปนอน”
“พี่ทำเป็นมองไม่เห็น ความรู้สึกของผมอีกแล้ว”
“…..”
“ช่วงเวลาที่พี่หายไป ผมเป็นห่วง กลัวพี่จะเป็นอันตราย แม้จะไม่รู้ว่าพี่มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แต่ผมก็ดีใจที่ได้เห็นพี่อีกครั้งที่นี่ ต้องทำยังไงครับ พี่ถึงจะยอมเปิดใจให้ผม เข้าไปอยู่ในหัวใจของพี่บ้าง” ไหนๆก็พูดแล้ว คยูฮยอนจะพูดต่อไป พูดให้หมด ถึงอีซองมินจะเงียบ ไปจนคำพูดสุดท้ายที่คยูฮยอนจะพูดออกมา คยูฮยอนก็ยังจะบอกอีซองมินอยู่เหมือนเดิม
“ผมเคยคบใครมาหลายคน แต่ไม่เคยจริงจังกับใคร ยกเว้นพี่”
“พี่ทำให้หัวใจผมเต้นแรง พี่ทำให้ผม เกิดความรู้สึก อยากได้อะไรจริงๆ เหมือนกับผู้ชายทั่วๆไป ผมแค่อยากอยู่ข้างๆพี่ ดูแลพี่ อยากทำให้พี่ยิ้ม ฟังเสียงของพี่ จะด่า หรือจะเฉยกับผม ผมก็อยากอยู่ใกล้ๆพี่ตลอดไป ”
“……”
“สิ่งที่ผมทำให้พี่ ความรู้สึกของผม ความรักครั้งนี้ มันเป็นเรื่องจริงนะครับ”
“รักครั้งนี้ของผม เป็นความจริงนะครับ..”
“…….”หน้าของอีซองมินเฉย ราวกับว่า ได้ฟังถ้อยคำธรรมดาเฉกเช่นคำบอกกล่าวทั่วไป ความจริงที่คยูฮยอนสื่อออกมานั้น อีซองมินไม่อยากรับ และไม่อยากได้ยินตอนนี้ สิ่งที่เพียรออกมาจากหัวใจของคยูฮยอน ยิ่งมันจริงจังมากเท่าไหร่ อีซองมินก็ยิ่งลำบากใจ
โจวคยูฮยอนนายไม่รู้หรือว่า หัวใจของอีซองมิน ยังไม่ได้ผูกติดไว้กับที่นี่
เพราะที่อีซองมินยอมเข้ามาอยู่ที่นี่ เหตุผลที่แท้จริง มันไม่ได้เกี่ยวโยงกับเรื่องของหัวใจ
หรือความเป็นจริงแม้เพียงหนึ่งเสี้ยว ของความรู้สึก
….แม้แต่น้อยเลย……
ll Casanova Killer ll
to be con Step 11
borA :
หายไปนานมากเลย ตั้งแต่สอบ สอบเสร็จปิดเทอม
คอมพังเอาฤกษ์ ซ่อมอยู่อาทิตย์นึง เลยหนีเที่ยว และเพิ่งกลับนี่หละคะ
หลายคน ที่นึกถึงคาซ่า และพีเอ็มมาทวง โบราขอโทษจริงๆนะคะ ที่ไม่ได้ตอบพีเอ็มเลย
เพิ่งได้จับคอมเอาในช่วงสามสี่วันนี่หล่ะคะ
ตอนนี้ อะไรๆเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็เจอกัน อาทิตย์ละครั้งสองครั้งเป็นปกตินะคะ
(ภาวนาไม่ให้โบรามีทริปต้องเดินทางอีก เอิ๊กกก)
คิดถึงคนอ่านทุกคนคะ
และก็ขอบคุณ สำหรับทุกการติดตาม ^^
Step :: ten
Author :: Boradori
Cast :: KyuMin
ll Casanova Killer ll
Step by Step..
[10]
ความรู้สึกที่เรามีต่อใครสักคน ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจมนุษย์รู้สึกคล้ายดั่งมีเวทย์มนต์สะกด ยิ่งในตอนที่กลีบเนื้อบางเบาเบียดลงไปซับความหอมละมุน จากกลีบปากบาง ยิ่งทำให้รู้สึกว่า อากาศรอบตัวเรา เบาและล่องลอยเหมือนอย่างสวรรค์ แต่เมื่อ ถอนริมฝีปากละออกมา กลิ่นไอความหอมหวน มันยังคงควบคุมให้รู้สึกทุรนทุราย ขาดไม่ได้ โหยหาไม่มีวันจบวันสิ้น เหมือนชีวิตของโจวคยูฮยอนในเวลานี้
การจูบครั้งนี้กับอีซองมิน ทำให้โจวคยูฮยอนรู้สึกแบบนั้น กลีบปากบางฉ่ำหวานและโค้งตัวที่เชิดขึ้น สะกดแรงจนหัวใจของคยูฮยอนเต้นเป็นจังหวะร็อกดังตุ๊บๆราวกับว่ามีกลองชุดตามมาเป็นเเบล็กกราวข้างหลังโครมครามใหญ่โต เมื่อมองหน้าอีซองมินมากๆเข้า คยูฮยอนก็เกิดอาการตาลอย เดินเหินอะไรอย่างไม่มีสติ
จูบ จูบ จูบ..
“เฮ้ย!!”
อีซองมินปลุกคยูฮยอนให้ตื่นจากความฝันขึ้นมามองโลกของความเป็นจริงเมื่ออยู่ดีๆคยูฮยอนก็ทะเล่อทะล่าเดินนำอีซองมิน ออกไปกลางถนนตรงหน้าสี่เเยก จนเกือบโดนรถสิบล้อเสยเข้าให้ ร่างเล็กดึงชายเสื้อคนตัวสูงกลับเข้ามา
“นายบ้าไปเเล้วเหรอ ?”
“…..”
“ออกไปได้ยังไง บ้าเหรอ บ้าไปเเล้วเหรอ?”อีซองมินด่าคยูฮยอน ว่าบ้า อีกฝ่ายก็มองหน้าอีซองมินอย่างเดียว ดวงตาดำขลับสื่อความหมายมากมายออกมา คำว่าบ้าของอีซองมิน คยูฮยอนอ่านเป็นแต่คำว่า จูบ จูบจูบ
เมื่อครู่ คยูฮยอนจูบซองมิน เราได้จูบกันแล้ว
“อยู่ๆก็ทะเล่อทะล่าออกไป นายเป็นอะไร? เป็นโรคประสาทเเล้วเหรอ?” แก้วตาดำวิบวับล้อกับแสงไฟ คยูฮยอนรู้ดีว่าตัวเองไม่ได้เป็นโรคประสาทเสียหน่อย คยูฮยอนแค่อยากจูบอีซองมินอีก อยากจูบอีก แต่คยูฮยอนไม่กล้าขอ
“แล้วนั่นเป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้น เจ็บขาหรือว่าเจ็บเเผล ไหนยื่นเเขนมาดูสิ” อีซองมินดึงแขนคยูฮยอนเข้ามาใกล้แต่กลับถูกคยูฮยอนสวมกอดเต็มสองแขน นิ้วกระด้างกอดเอวบางไว้แนบตัว มันคงไม่ผิด ที่คยูฮยอนอยากจะสื่อความรู้สึกลึกๆข้างใน ออกมาบ้าง ก่อนที่จะเป็นบ้า บ้าตายด้วยความรู้สึกที่มีให้กับอีซองมิน
“พี่อยู่นิ่งๆสักแป้ปนึงได้มั้ยครับ”
“นายนึกอยากออกจากโรงพยาบาลก็หนีมา จะทำอะไรก็ไม่เคยขออนุญาตใคร ทำไม ฉันต้องเชื่อฟังคนที่เอาแต่ใจทุกเรื่องด้วย”
“พี่ถามเพราะพี่ไม่รู้จริงๆหรือครับ”
“ฉันไม่รู้”
“เพราะคนที่เอาแต่ใจคนนี้ ไม่ได้มองคนอื่นแล้ว เค้ามองแต่พี่คนเดียว” คยูฮยอนตัดสินใจบอก เด็กหนุ่มมองตาอีซองมินในระยะใกล้ อีซองมินเงยหน้ามองตรง ได้ยินเสียงจิ๊ตรงมุมปากบาง
“ฉันไม่ได้อยากกินขนมหวาน”
“ผมป้อนขนมจีบพี่ต่างหาก และจะป้อนต่อไปหลายๆชิ้น จนกว่าพี่จะมีใจให้ผม”
“นายคิดว่า จะมีวันนั้นเหรอ?”
“อย่างน้อย วันนี้ พี่ก็ยอมให้ผมจูบ โดยไม่ต่อว่าผมสักคำ”
อีซองมินรู้สึกว่า คยูฮยอนเจ้าเล่ห์ เจ้าเล่ห์มากขึ้นทุกวัน และนิสัยหลับหูหลับตายอม ก็ไม่ใช่นิสัยจริงๆของอีซองมิน อีซองมินอาจจะดูซื่อและไม่มีพิษภัย แต่สิ่งที่เป็นความจริงสำหรับอีซองมินก็คือ อีซองมินคนนี้ มีจุดยืนที่แน่นอน
“ปล่อยได้แล้ว”
“เพิ่งกอดไปได้สองนาทีเอง”
“ถ้านายไม่ปล่อย ฉันจะไม่ให้นายมีโอกาสแบบนี้อีกเลย”
“โห..” คยูฮยอนผละออกมาและวาดริมฝีปากเป็นรูปตัวโอ เด็กหนุ่มมองซองมินด้วยดวงตาตัดพ้อ หากแต่ว่า หวานฉ่ำ เต็มไปด้วยนัยยะสำคัญ
“ใจร้าย พี่ใจร้ายกับผมจัง”
“นายก็ไม่ต้องยุ่งกับฉันสิ”
“ผมทำได้ที่ไหนกันเล่า!”
“นั่นเป็นเรื่องของนายแล้ว” ริมฝีปากหนาโค้งเป็นรอยยิ้มสวยงาม คยูฮยอนอมยิ้มมากขึ้นเมื่ออีซองมินผละออก แล้วเดินตรงไปที่ป้ายรถเมล์ การเดินไปแล้วกอดแขน ถูข้อศอก เป่าริมฝีปาก ยืนสั่นกับอากาศยามค่ำคืน คยูฮยอนจะคิดว่า อีซองมินกำลังให้ท่า และอยากให้คยูฮยอน เดินไปกอดอีกรอบ นี่คือการคือเข้าข้างตัวเองหรือเปล่า?
มันคือการคิดเข้าข้างตัวเองนั้นแหละ แต่คยูฮยอนจะคิดว่า มันไม่มากทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม เพราะอีซองมิน ยอมรับเสื้อโค้ทที่คยูฮยอนถอดคลุมให้ แต่ไม่ยอมรับ ตัวของคยูฮยอน เด็กหนุ่มนั่งลงตรงที่นั่ง เพื่อรอรถเมล์ คยูฮยอนมองหลังอีซองมินที่ยืนอยู่ข้างหน้า แล้วก็เอนศีรษะไปหา ป้ายโฆษณาที่อยู่ทางด้านหลัง
“โอ้ยยย” หรี่ตาจนเกือบปิด โอดครวญ และก็ตะโกนเสียงดัง คยูฮยอนแอบมอง ตอนนี้อีซองมินมานั่งยองๆอยู่ข้างหน้าแล้ว
“นายปวดหัวเหรอ เจ็บตรงไหน เป็นอะไรมากหรือเปล่า?” คยูฮยอนแอบยิ้มที่อีซองมินเป็นห่วง ไม่มีคนเคยบอกอีซองมินเหรอว่า เรื่องอ้อนน่ะ คยูฮยอนเก่ง เด็กหนุ่มแกล้งร้องให้เสียงดังกว่าเดิม จับมืออีซองมิน ทาบตรงกลางกระหม่อม แล้วก็ปิดตาร้อง
“เจ็บตรงนี้ครับ โอ้ย ผมเจ็บจังเลย”
“ตรงนี้เหรอ”
“ครับ ตรงนี้” เสียงเศร้าซึม ตาก็เปิดขึ้นกระพริบปริบๆมอง อีซองมินเขยิบเข้ามาใกล้ ใบหน้าขาวจัดอยู่ห่างจนคยูฮยอนมองเห็นผิวสีน้ำนมตรงแก้มบาง ไรจมูก และริมฝีปากฉ่ำแดง
“แล้วตรงนี้หล่ะ”
“เจ็บครับ” เจ็บทั้งหมดครับ ความน่ารักของพี่ ทำให้หัวใจผมเจ็บ เพราะไม่อยากยั้งใจไว้ ผมอยากเข้าใกล้พี่กว่านี้ อยากจูบพี่ตอนนี้เลย
“แปลกจังเลยนะ”
“เห ?”
“เมื่อกี้ฉันเห็นนายแกล้งเอาหัวกระแทกป้ายโฆษณาข้างหลัง เบาๆเอง ไม่น่าจะเจ็บมาก ถ้าได้นั่งอยู่คนเดียวสักพัก นายต้องหายดีแน่เลย”
แป่ว!
ใจคยูฮยอนได้ยินแต่คำนี้ตอกย้ำเต็มไปหมด ริมฝีปากหนาเห็นเป็นเส้นขนานกับดวงตาที่หรี่ลง คยูฮยอนถอนหายใจเฮือกให้กับความรู้ทันของอีซองมิน เด็กหนุ่มรีบตรงไปคว้าแขนร่างบางไว้ เมื่ออีซองมินจะทิ้งคยูฮยอน หนีขึ้นแท็กซี่กลับไปก่อนอย่างที่บอกเอาไว้จริงๆ
“มันดึกแล้ว ผมจะไปส่งพี่ก่อนแล้วค่อยกลับไปที่โรงพยาบาล”
“……”
“พี่…ให้ผมไปส่งพี่ที่บ้านด้วยได้มั้ยครับ?”
“……”
“นะครับพี่ซองมิน” อีซองมินโบกแท็กซี่ไปเรื่อย โดยที่ไม่ฟัง ใบหน้าขาวจัดเฉยเสียจนคยูฮยอนชักหวั่นใจ
“พี่ซองมินอ่า” คยูฮยอนลงจากขอบฟุตบาทไปยืนตรงพื้นถนน เด็กหนุ่มโค้งตัว ท้าวมือทั้งสองข้างกับเข่า เงยมองอีซองมินปริบๆ พยายามง้องอน
“พี่ซองมิน พี่โกรธผมเหรอครับ ที่ผมโกหกว่าปวดหัว ผมมีเหตุผลนะ”
“….”
“ผมแค่อยากปกป้องพี่ ไม่ให้พี่ ใจร้ายเกินไป ผมไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่น จริงๆนะครับ” เป็นเหตุผลที่ช่างมีน้ำหนักมาก มากเหลือเกิน เห็นอีซองมินตวัดตามองหน่อยๆ คยูฮยอนก็รีบพูดต่อ
“…..”
“พี่ลองคิดดูนะครับ การทำให้รู้ว่า คนที่เราชอบแคร์เรารึเปล่า มันเป็นเรื่องของความรู้สึก ไม่ถือว่าเป็นความผิด คู่รัก คู่อื่น เค้าก็ทำกันแบบนี้ จริงๆนะครับ จะให้ผมลองไปถามความเห็นพวกเค้า เพื่อมายืนยันว่ามันเป็นเรื่องจริง ก็ได้นะครับ ” ชักไปกันใหญ่ มันต้องไปกันใหญ่แน่ๆ ถ้าอีซองมินยังไม่ยอมพูดอะไร ร่างเล็กพรูลมหายใจเป็นจังหวะยาวกว่าปกติ เอามือกอดอก ทำตาขวางๆมองคยูฮยอน
“เรียกสิ”
“หา”
“โบกแท็กซี่ไง รีบโบกเร็วๆ”
“อ้อ ครับ …….”
“ไหนบอกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องคู่รัก แค่นี้ยังไม่รู้ว่า คนตามจีบ ต้องเป็นฝ่ายทำให้ คู่เดท”
“……”อีซองมินว่าด้วยน้ำเสียงรำคาญ แต่มันทำให้คยูฮยอนอมยิ้ม และเมื่อ ยิ้มไปมองไป แล้วถูกอีซองมินถามว่ามีอะไรติดหน้า อีซองมินหรือ หรือว่า คยูฮยอนเป็นโรคตาเข ชอบเหล่ด้านข้าง คยูฮยอนก็อมยิ้มเข้าไปใหญ่ แต่หนนี้ อมยิ้มในใจอย่างเดียวนะ หัวใจคยูฮยอนพองโต มันสูบฉีดเร็วขึ้น แม้ว่าอีซองมิน จะไม่ได้พูดเรื่องอะไรเกี่ยวกับความรู้สึกของอีซองมินกลับมา คยูฮยอนก็มีความสุข
ดวงหน้าด้านข้าง ใสสกาวกับแสงจันทร์ ริ้วแก้มบางที่เจือสีชมพูอ่อนหน่อยๆ เส้นผมสีดำพลิ้วกับสายลม ใบหน้าที่เฉยชาอย่างกับภาพวาด เมื่อคยูฮยอน จับมืออีซองมินขึ้นรถแท็กซี่ที่เรียกมา
“Killer เป็นกลุ่มคน กลุ่มคนที่ถูกทั้งโลกประณามว่า ไม่มีหัวใจ ไร้ความรู้สึก และก็สามารถยืนอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาใครสักคน แม้แต่พ่อหรือแม่ Killer เป็นกลุ่มคนที่ทะนงตัว เย่อหยิ่ง ไร้สังคม ”
“เหมือนกับมนุษย์ทั่วๆไป........"
"Killer น่ะ มีความเจ็บปวด และความรู้สึก ที่อยากจะรักใครสักคนเหมือนกัน
คยูฮยอนไม่แน่ใจ เพราะเหตุผลใด อีซองมินถึงยอมเผยด้านเศร้าที่สุดให้คยูฮยอนได้รู้จัก ดวงตาดำกลมที่สะท้อนเงาของหยาดน้ำในตา ราวกับว่า เคยพบกับความทุกข์แสนสาหัส เมื่อในอดีต ทุกเหตุผลของการกระทำ ขึ้นอยู่กับคำว่า จำเป็นต้องทำ แม้จะไม่รู้ว่าทำไม แต่คยูฮยอนก็อยากเป็นคนเข้าไปอยู่ในหัวใจของอีซองมิน อยากช่วย ให้หัวใจที่หนาวเหน็บนั้นอบอุ่นขึ้น
วันนี้ คยูฮยอนทำได้แค่เปิดประตูแท็กซี่ และนั่งข้างๆ มองอีซองมินเท่านั้น แต่สักวัน คยูฮยอนจะเข้าไปเปิดประตูหัวใจ คยูฮยอนจะทำให้อีซองมิน รู้ให้ได้ว่า คนที่เคยมองความรัก แค่เพียงสนุก คบใครเล่นไปวันๆ วันนี้นั้น เพราะความรัก….ทำให้เค้าคนนั้นเปลี่ยนไปแล้ว
ภาพที่เห็นอยู่ในกรอบสายตาตอนนี้ทั้งหมดทำให้อีซองมินถอนหายใจยาว คยูฮยอนขึ้นรถแท็กซี่กลับไปแล้ว ถึงแม้ว่า คยูฮยอนยังอยู่ด้วย แต่อีซองมิน ก็ไม่อยากให้คยูฮยอนรับรู้เรื่องนี้อยู่ดี ร้านของอีซองมินถูกงัดเป็นครั้งที่สาม โต๊ะเก้าอี้ถูกเตะระเนระนาด ข้าวของบนชั้นวาง หล่นแตกอยู่บนพื้น ทุกสิ่งถูกรื้อค้น ไม่เว้นแม้แต่ในห้องครัว
แผ่นหลังบางทรุดตัวนั่งลงกองกับพื้น ยิ่งมองเห็นความยับเยินของทุกส่วนในร้านที่ตัวเองรัก อีซองมินก็ยิ่งรู้สึกขมขื่นในใจ คำพูดของใครคนนึงตอกย้ำให้รู้สึกแค้นเคือง ทั้งปวดร้าวมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“รับเงินไปสิ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่อยากรบกวน”
“ถ้าไม่รับจากพ่อ เจ้าจองซูก็ต้องให้ลูกอยู่ดี พ่ออยากเป็นคนช่วยลูกบ้าง”
“พ่ออยากช่วยผมจริงๆหรือครับ หรืออยากให้ผมสำนึกบุญคุณ จนยอมกลับบ้านบ้าง”
“ซองมินอ่า ร้านเค้กน่ะ มันไม่มีชีวิต แต่บ้าน มีหลายชีวิตที่ทำให้ลูกเกิดมา หลายชีวิตที่รอลูกอยู่ ซองมินอ่า คิดถึงแม่บ้างสิ”
“เพราะผมคิดถึงแม่ ผมถึงต้องมีชีวิตแบบนี้ ชีวิตที่เกลียดพ่อให้มากๆ”
“ซองมินอ่า พ่อรู้ว่าลูกยังโกรธพ่อ แต่คนที่อยู่ในบ้านมาตลอดอย่างลูก ลูกเคยชินชีวิตแบบนั้น คิดว่าออกจากบ้านแล้ว จะมีชีวิตรอดได้ มันไม่มีทางหรอกน่ะซองมิน สักวัน ลูกจะเป็นฝ่ายท้อ…..”
“….”
“พ่อได้ยินมาว่า ลูกกำลังถูกไล่ที่ อีกไม่นาน ร้านเค้กร้านนี้ มันจะถูกปิด”
“รู้ได้ยังไง ผมไม่มีทางปล่อยให้ร้านนี้เป็นอะไรไปหรอก!”
“ซองมินอ่า ความรักน่ะ มันกินไม่ได้ ร้านเค้กที่ลูกรักจะอยู่ได้ยังไง ถ้าลูกไม่มีเงิน ”
อีซองมินรู้สึกว่าตัวเองกำลังจนแต้ม ท่ามกลางความคับแค้นใจนั้นมือเล็กกำเข้าหากันแน่น ดวงตากลมโต เหนื่อยล้า นึกถึงตัวช่วยสุดท้ายแล้วก็เผลอถอนหายใจ
ทางแก้ปัญหา ถ้าบอกพี่จองซูตรงๆ พี่จองซูคงสามารถช่วยแก้ปัญหาได้เหมือนทุกคราว แต่อีซองมินไม่อยากพึ่งพาพี่จองซู พี่จองซูช่วยซองมินมามาก คนที่ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งนี้ คือขาของอีซองมิน ไม่ใช่ มือ หรือ เงิน ของพี่จองซู และอีกอย่าง อีซองมิน ไม่อยากเป็นคนแบบที่พ่อว่า
อีซองมินเกลียดพ่อ เกลียดคำว่า ต้องให้จองซูช่วย เกลียดคำว่า ต้องท้อ เพราะฉะนั้น อีซองมินเป็นคนแบบนั้นไม่ได้หรอก
เช้าวันนี้ อากาศสดใสเหมือนกับวันก่อนๆ แต่สำหรับอีซองมินนั้นกลับรู้สึกว่า มันเป็นเช้าที่อึมครึ้ม และหาความสวยงามไม่ได้เลย กลิ่นชาหอม พร้อมด้วยเบเกอรี่หนึ่งชิ้นที่วางอยู่ตรงหน้า ไม่ได้ช่วยทำให้ความอึดอัดคลายลง เมื่ออีซองมิน ต้องเผชิญหน้ากับคนที่ ต้องขอร้อง ขอความเห็นใจ
“ช่วยผมด้วยเถอะครับ ขอเวลาผมอีกสองเดือน ผมจะหาเงินค่าเช่า ล่วงหน้า หกเดือนมาให้ เป็นการรับประกัน”
“ฉันก็อยากช่วยนาย แต่บริษัทก่อสร้างที่รับเหมา เค้าเร่งมาเหลือเกิน ฉันก็ตกลงเซ็นสัญญากับเค้าไปแล้ว ทางที่ดี นายยอมรับเงินชดเชยจากฉัน แล้วก็ปิดร้าน ย้ายไปที่อื่นดีกว่า”
“ผมขอร้องหล่ะครับ เห็นใจผม ผมเช่าที่นี่มานาน และก็รักร้านนั้นมาก”
“ยิ่งนายรักร้านนั้นมาก นายก็ยิ่งต้องยอม ถ้านายไม่ยอมย้ายออก นายอาจจะต้องเดือนร้อน นายก็รู้ ฉันไม่อยากใช้วิธีรุนแรงอีก แต่มันจำเป็น”
“ผมมีทางเลือกอื่นอีกรึเปล่าครับ?”
“ค่าถอนสัญญา แปดสิบล้านวอน นายมีเงินนั้นมั้ยหล่ะ?”
“เป็นอะไรซองมิน ” ความรู้สึกน้ำท่วมปาก มันเป็นแบบนี้ อีซองมิน ไม่กล้าเอ่ยอะไร ทั้งๆที่รู้ว่า คิบอมอาจจะช่วยได้ แต่ซองมิน ก็เอาแต่นั่งซึม และใช้ตะเกียบเขี่ยข้าวในถ้วย
“ไหนบอกว่า อยากกินซุปเนื้อ ไม่เห็นกินสักคำ หรือทำอะไรไม่ถูก ที่ได้นั่งกินข้าวกับดาราดัง?” ปกติคิบอมไม่ใช่คนชอบแซวหรือพูดหยอกล้อหรอก ซองมินรู้ว่า ที่วันนี้คิบอมเป็นแบบนี้ เพราะคิบอม อยากให้อีซองมินยิ้มออกมา
“อิ่มแล้ว เราอิ่มแล้วหล่ะ”
“เป็นอะไร อยากกินไอศครีมหรือเปล่า” คิบอมทำเหมือนเมื่อตอนเด็ก ไอศกรีม เป็นของปลอบใจที่เพื่อนคนนี้มักจะมีให้อีซองมินประจำ
“เราโตแล้วนะ”
“โตแต่ตัวน่ะสิ สำหรับคิบอม ซองมินยังเป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆอยู่เลย”
“คิบอม ช่วงนี้งานเป็นไงบ้าง ยุ่งมากหรือเปล่า” อีซองมินเปลี่ยนเรื่อง และเลื่อนมือที่คิบอมจับอยู่ออกมาวางที่ตักของตัวเอง
“ก็ดีนะ ถ้าไม่มี…..” คิบอมนึกถึงคนคนๆนึง แก่นแก้ว ดื้อรั้น และน่ารำคาญที่สุดในโลก
“หืม? ”
“ไม่มีอะไรหรอก ซองมินอิ่มแล้วใช่มั้ย งั้นเราเช็คบิลนะ จะได้ไปกินของหวานกัน”
“คิบอม สำหรับ นาย ความฝันสำคัญแค่ไหน”
“อยู่ดีๆถามเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม?”
“ก็นายเลือกเป็นดารา คนที่ไม่มีชีวิตส่วนตัว เลยอยากรู้น่ะว่า ความฝัน สำหรับนายสำคัญแค่ไหน”
“ก็เป็นจุดมุ่งหมายที่ต้องไปให้ถึง ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปให้ถึง แค่นี้หล่ะ”
“…..” คำตอบของคิบอมเสมือนมีดปักลงกลางอกอีซองมิน ร่างเล็กยิ้มให้กับเพื่อนตั้งเเต่วัยเยาว์ เเล้วหันมองกระจกด้านข้าง ภาพสะท้อน เป็นใบหน้าที่เศร้าซึมของตัวเอง
ดวงตากลมโตที่เคยทดท้อ ดูเเน่วเเน่ขึ้น เมื่อคิดถึงคำพูดของคิบอม ทวนมันซ้ำๆให้กับหัวใจ
“ก็เป็นจุดมุ่งหมายที่ต้องไปให้ถึง ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปให้ถึง แค่นี้หล่ะ”
น๊อะ แค่นี้เอง ไม่ว่ายังไงก็ต้องไปให้ถึง แค่นี้เอง………
มีคนบอกไว้ว่า ช่วงเวลาที่เป็นความสุขนั้นจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว เร็วจนเราไม่คาดคิด เร็วจนเราคาดไม่ถึง เร็วจนเราไม่ทันตั้งตัว สองวันแล้วที่คยูฮยอนมาหาอีซองมิน อีซองมินปิดร้าน เเละที่สำคัญอีซองมินไม่ไปหาคยูฮยอนที่โรงพยาบาลด้วย อยู่ดีๆ อีซองมินก็หายไป คยูฮยอนกำลังจะกลายเป็นคนบ้า เพราะไม่รู้ว่า อีซองมินไปอยู่ที่ไหน และไม่รู้ว่าจะตามหาอีซองมินได้ยังไง
“มีอะไรครับแม่” คยูฮยอนไม่มีอารมณ์คุยกับใคร แต่ก็ต้องกดรับโทรศัพท์ เรื่องธุระของแม่ คงไม่พ้น การบอกให้คยูฮยอน ย้ายกลับเข้าไปอยู่ที่บ้านเสียที
“ผมหายแล้วครับ ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ”
((คยูฮยอนนี่ ลูกจะกลับมาทานข้าวที่บ้านมั้ยคะ เย็นนี้ คุณพ่อของลูก มีเรื่องสำคัญกับลูกนะคะ))
“……” พ่อคงพูดเรื่องให้คยูฮยอนทำตัวดีๆ ไม่เที่ยวเสเพลเหมือนทุกครั้ง พ่อคงถามแบบที่แม่อยากถามก็คือ เมื่อไหร่คยูฮยอนจะย้ายกลับเข้าไปอยู่ที่บ้าน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นมันอยู่ที่ คยูฮยอนต้องตามหาอีซองมิน และต้องรู้ให้ได้ว่าอีซองมินอยู่ที่ไหน จะมัวไปกินข้าวรื่นเริงอยู่ได้ยังไง
((ว่าไงคะ คยูฮยอนนี่ของแม่))
“……”
((คยูฮยอนนี่ ลูกฟังแม่อยู่มั้ยจ๊ะ))
“…..”
“คยูฮยอนนี่จ๊ะ บัตรเครดิตของลูกน่ะ แม่ว่ามันชักจะมีมาก หลายบัตรเกินไป ……”
“โอเคครับๆ แล้วผมจะเข้าไป” แต่แม่ก็ยังเป็นแม่ ตราบใดที่ยังต้องแบมือขอเงิน คยูฮยอนก็ต้องฝืนใจ ทำตัวเป็นคนดี เป็นเด็กน่ารักในสายตาของแม่ทุกครั้งไป
((แม่จะรอคยูฮยอนนี่นะ)) มาดามโจวบอกเสียงหวาน หวานกว่าเดิม หวานจนคยูฮยอน ชักจะเสียวสันหลัง เด็กหนุ่มมองสาวๆที่เดินผ่านไปผ่านมา เฉียดหน้าอยู่ตามท้องถนน ความคิดที่ว่า แม่อาจจะนัดบอดให้คยูฮยอนเจอกับลูกคุณหญิงคุณนาย ลูกของใครๆเอามาสักคน แว้บ ผ่านเข้ามา คยูฮยอนแตะลิ้นกับริมฝีปากล่าง เม้มริมฝีปากอย่างครุ่นคิด คิดแล้วคยูฮยอนก็กลัว เค้ากลัว กลัวเหลือเกิน
คยูฮยอนเป็นคนใจกล้าหน้าด้าน (ยกเว้นเรื่องอีซองมินที่มีปอดแหกเล็กน้อย) แม้ว่าจะกลัวยังไงแต่เมื่อรับปากแม่ไปแล้ว คยูฮยอนก็จะต้องไปตามที่นัดไว้ เด็กหนุ่มกลับเข้าบ้านเป็นครั้งแรกในรอบสองเดือน วันนี้มาดามโจว สั่งให้แม่บ้าน ทำอาหารไว้เยอะแยะ แถมยังกำชับให้คยูฮยอนเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่ ให้มันดูดีและก็มีมาดมากกว่า เสื้อยืด กางเกงยีนส์ชุดนี้ ท่านสั่งให้คยูฮยอนแต่งตัวอย่างดี ใส่สูทสีดำ เรียบ เนี๊ยบ อย่างกับว่า คยูฮยอนกำลังจะเข้าพิธีดูตัว เป็นเจ้าบ่าว อย่างไรอย่างนั้น
เจ้าบ่าว?!
ไม่ได้การณ์ ถ้าสังหรณ์ที่คยูฮยอนคิดเกิดเป็นจริงขึ้นมา คยูฮยอนจะทำยังไง มุดดินหายไปตอนนี้จะทันมั้ย? ตัวช่วยจะให้ใครช่วยดี
คยูฮยอนกดตัวช่วยที่หนึ่ง คือโทรหาเพื่อนในกลุ่ม เอาใครสักคน
“กูไม่กล้าเข้าห้องไปหาแม่”
((มึงกล้าก็บ้าแล้วคยูฮยอน กับแม่มึงก็ไม่เว้นไว้สักคนหรือ มึงต้องยั้งๆบ้าง)) ขอบพระคุณมากที่สุดเลยปาร์คยูชอน กูโทรมาปรึกษามึง แล้วมึงคิดแต่เรื่องทะลึ่ง มึงช่วยกูได้มากเลย ขอบคุณครับเพื่อน
“ไม่ใช่เรื่องนั้น คือ งี้นะมึง คือกูมีเซนส์ เซนส์แรงว่า ป๋ากับแม่กู ต้องจับกูนัดบอด แล้วกูไม่กล้าเข้าไป บางทีท่านบาทหลวง อาจจะอยู่ในบ้านกูพร้อม รออยู่แล้วก็ได้”
(( เรื่องคอขาดบาดตายเกิดขึ้นได้ไง อ้าว..ไหนมึงบอกกูว่า แม่มึงปลื้มพี่ซองมินไง ถึงขั้นหาร่งหาฤกษ์ให้))
“ปลื้มมันก็คือเรื่องหนึ่ง ลูกสาวคุณหญิงคุณนาย มันก็เป็นอีกเรื่อง แม่กูเป็นสาวสังคม ท่านก็พอใจคนโน้นคนนี้ง่าย มึงช่วยกูคิดหน่อย กูจะทำยังไงดี”
((กูว่า มึงก็…..))
“แค่นี้นะมึง ไม่ทันละ”
“อ้าว คยูฮยอนนี่ แต่งตัวเสร็จ แล้วทำไมไม่เข้าไปข้างในละคะลูก “คยูฮยอนยิ้มฝืด เค้าบอกมาดามโจวว่า กำลังเช็คความเรียบร้อยของตัวเอง เค้ากอดแม่ไว้ไม่ให้แม่สงสัยด้วย
“รีบเข้าไปสิจ๊ะ อย่าให้แขกรอ พ่อกับแม่และก็…. เอ่อ เรากำลังคุยกันถูกคอเชียว”
เอาแล้วมั้ยหล่ะ มีคุณอีกคนนั่งอยู่ในห้องนั้นด้วยจริงๆ นอนตายไปเลยดีกว่า เพราะให้เป็นพระอินทร์มาจุติก็ช่วยให้คยูฮยอนรอดพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไม่ได้แน่ เด็กหนุ่มยิ้มแกนๆ เมื่อถูกมาดามโจว ดึงตัวให้เข้าไปข้างใน หลังจากที่ท่านสั่งแม่บ้านตรงหน้าประตูว่า ให้เอาของว่างมาเพิ่มให้คยูฮยอนอีก่ทีหนึ่ง
กินของว่างตอนนี้?
คยูฮยอนไม่มีอารมณ์ เค้าไม่อยากจะกินหรือยัดอะไรใส่ท้องลงไปทั้งนั้น คยูฮยอนทำหน้าตาให้เซ็งที่สุดเท่าที่จะทำได้ เข้าไปถึงปั๊ป เด็กหนุ่มก็โค้งตัวสวัสดีป๋าที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ตัวกลางของห้อง โดยไม่หันมองใคร
“ป๋า ดีครับ”
“มาแล้วเหรอเอ็ง ปล่อยให้แม่หนู เค้ามารอตั้งนาน ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย แม่หนูจ๊ะ ป๋าไม่ได้เสี้ยมสอนลูกไว้เลยนะ นิสัยไม่ดีแบบนี้ แต่ไม่ต้องห่วง ถ้าหนูมาเป็นครอบครัวเดียวกันกับเรา ป๋าจะเป็นคนฝึกคยูฮยอนให้รู้จักอะไรแบบนี้เอง” คยูฮยอนเกิดความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เค้าวาดภาพได้โดยไม่ต้องมองว่า คุณป๋าต้องทำสายตากรุ่มกริ่ม ใส่หญิงสาวนางนั้น คุณป๋าคยูฮยอนเป็นคนเจ้าชู้ ต่อหน้าต่อตานายแม่ ก็ยังกล้าเล่นหูเล่นตา มาดามโจว ท่านก็ไม่ว่า ท่านบอกว่า มันคือนิสัยผู้ชาย ที่จะต้องมองดอกไม้สวยๆ มันเป็นเรื่องธรรมดา ขอแค่เค้ายังรัก ยังไว้ใจ ให้เราเหนือกว่าคนอื่น ไม่ทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาจนเกินไป นั่นมันก็พอแล้ว คยูฮยอนเกิดในครอบครัวที่เห็นว่าเรื่องแบบนี้เป็นของนอกกาย ไม่ใช่สิ่งผิดแปลก นิสัยคลาสโนว่า เลยอยู่ในสายเลือดของคยูฮยอนตั้งแต่ลืมตาดูขึ้นมา
“นี่เอ็งจะก้มหัวอีกนานแค่ไหน เงยหน้ามองหนูเค้าบ้าง เป็นแบบนี้สิ ถึงไม่ค่อยได้เรื่องได้ราว หนูอย่าถือสาเลยนะ”
“ผมไม่ถือหรอกครับ”
“หนูซองมิน นี่เป็นคนดีจริงๆ”
หาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!
เมื่อกี้มันอะไร มันเกิดอะไรขึ้น เสียงใครที่ตอบรับ มันเกิดอะไร ใคร ชื่อใคร
หู ตา จมูกปาก โครงหน้า ..
ใช่ พี่ซองมินของผม พี่ซองมินของผม! พี่ซองมินจริงๆ
คุณเคยเห็นอาการตาค้าง เกร็ง ชัก ยืนอยู่กับที่ ก่อนที่จะเกิดอาการลนลาน เหมือนปลากระดี่ได้น้ำหรือเปล่า นั่นเลย นั่นคืออาการของโจวคยูฮยอนตอนที่เห็นว่า คนที่นั่งอยู่ข้างๆคุณป๋า คือร่างของอีซองมิน เด็กหนุ่มตรงหรี่เข้าไปใกล้ นั่งยองๆ มือจับหัว จับมือ จับตัวอีซองมิน มั่วไปหมด เสียงทุ้มแหบพร่า ยากที่จะกลั่นเสียงให้ออกมา
“พี่ซองมิน พี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ ผมเป็นห่วงพี่มาก เป็นห่วงพี่มาก พี่รู้มั้ยครับ” สองแขนคยูฮยอนโอบอ้อมไปทางด้านหลัง
กอด… คยูฮยอนตั้งใจว่า จะกอดอีซองมินแรงๆ กอดอีซองมินใกล้ๆ แต่ไม่ทันได้ทำ ไม้เท้าของคุณป๋า ก็ขวางเข้าตรงกลางหน้าผากของคยูฮยอน
ผัวะ!
“โอ้ย ป๋า ผมเจ็บนะ”
“เกรงใจป๋ากับแม่เอ็งบ้าง มากไป มากเกินพอดี”
“คนมันกำลังดีใจนะป๋า แล้ว แล้ว ป๋าลากพี่ซองมินผมมาทำไม อย่าบอกนะ ว่าป๋าจะเอาพี่ซองมินผมมาเป็นอีหนู แม่ ช่วยผมหน่อย” คยูฮยอนคลานเข้าไปซุกกลางตักของมาดามโจว ท่านประธานใหญ่ของบ้าน ส่ายศีรษะ
“เอ็งนี่มันยังเด็กจริงๆ สงสัยจะโตแต่ตัว แต่กระเจี๊ยวเท่าเดิม”
“ป๋า!”
“คุณคะ อย่าพูดแบบนี้กับคยูฮยอนนี่สิคะ อย่าพูดความจริง”
“แม่!”
“……” คยูฮยอนเกิดมาเป็นคนบุญน้อย ใครๆก็ซ้ำเติม ช่วยโปรดเห็นใจนิดนึง เห็นใจกันหน่อยนะครับ คยูฮยอนทำตาอ้อน คนที่คยูฮยอนอ้อน คือคนที่นั่งอยู่ระหว่างแม่และป๋า ไม่อ้อนเฉยๆอย่างเดียว คยูฮยอนเป่าปาก เป็นคำว่า คิดถึงมากๆ ให้อีซองมินรู้ด้วย
มองลูกชายทำตาเยิ้ม อาจจะหวานกว่าอาหารหวานมื้อเย็นในค่ำคืนนี้เสียอีก ท่านประธานใหญ่ของบ้าน และนายแม่แอบมองหน้ากัน นายแม่บอกให้คยูฮยอนคุยกับอีซองมินไปก่อน นายแม่จะไปเตรียมความเรียบร้อยในครัว คยูฮยอนกระเถิบตัวขึ้นไปนั่งข้างอีซองมินแทนที่ของมาดามโจว กำลังจะไต่ถามสารทุกข์ สุข และก็รัก แต่ ท่านประธานใหญ่ของบ้าน ก็โพล่งออกมาว่า อยากให้อีซองมิน ช่วยเลือกดอกไม้ที่เหมาะกับห้องทำงานให้ ป๋าคยูฮยอนเป็นคนรักธรรมชาติ ชอบจัดสวน ต้นไม้พวกไม้ประดับ คยูฮยอนรู้ แต่ที่คยูฮยอนยอมไม่ได้ ทั้งๆที่อีซองมินเปิดร้านขายเบเกอรี่ ป๋ารู้ได้ไงว่า อีซองมินถนัดเรื่องต้นไม้ ดอกไม้ด้วย ป๋ารู้เรื่องที่คยูฮยอนไม่เคยรู้มาก่อนได้ยังไง!
ไม่อยากจะยอมง่ายๆ
“หนูซองมิน ช่วยคนแก่เลือกหน่อย คนแก่หูตาฝ้าฟาง ไม่ค่อยรู้เรื่องแบบนี้ ช่วยหน่อยนะจ๊ะ”
อ่า…ไม่ยอมแต่ทำอะไรไม่ได้ ป๋าลุกขึ้นและดึงพี่ซองมินไป ป๋าให้พี่ซองมินพยุงไปที่ห้องทำงาน พี่ซองมินไม่อิดออด แต่ ป๋าครับ ที่ป๋าจับมือและกอดอยู่น่ะ ลูกสะใภ้ป๋าในอนาคตนะครับ แฟนของผม
“พี่ซองมิน!!! อย่าครับพี่ซองมิน!” คยูฮยอนโวยวาย และปราดเข้าไปขวางระหว่างกลาง อีซองมินทำตาดุใส่ พูดเรียบๆ
“นายเป็นอะไร?”
“คือเอ่อ คือ ผมจะพยุงป๋าไปเอง พี่ไปช่วยแม่ผมดีกว่านะครับ”
“ฉันคุยกับคุณลุงแล้วว่า จะไปช่วยท่านเลือกต้นไม้” เอ่อ ไปต่อไม่ถูก จะหาเหตุผลไหนอีกดี หันมาทางฝั่งป๋าบ้างดีกว่า
“ป๋าครับ มันใกล้เวลาอาหารแล้ว กินข้าวกันก่อนเถอะนะครับ ป๋า ไว้ค่อยเลือกวันอื่นเถอะครับ”
“ป๋ายังไม่หิวเลย เมื่อกี้นั่งคุยกับหนูซองมิน กินของว่างไปตั้งเยอะ”
“ แต่ป๋าต้องรีบกินยาหลังอาหารให้ตรงต่อเวลาไม่ใช่หรือครับ ถ้าไม่กินข้าวตอนนี้ เดี๋ยวระบงระบบ ไม่ได้สมดุลนะครับ ”
“ยาป๋าที่กินอยู่ประจำ เป็นยาก่อนนอนอย่างเดียว เอ็งมีอะไรอีกรึเปล่า หือ?”
…
คยูฮยอนหน้าแตก เลยต้องยืนกัดฟันเพื่อตั้งหลัก เด็กหนุ่มกอดอกระงับใจ เมื่อคุณป๋าหันไปกระซิบบอกอีซองมิน ให้รีบไปที่ห้องทำงาน ช่วยท่านเลือก ท่านใจร้อน พรุ่งนี้จะได้ให้คนงาน จัดดอกไม้ ต้นไม้ที่อีซองมินเลือกมาวางไว้ให้ คยูฮยอนมองสองคนที่ประคองกอดกันไป พยายามท่องนะโมๆ แต่ได้ไม่เท่าไหร่ก็ฟิวส์ขาด ทำหน้ายักษ์
ป๋าของคยูฮยอนกอดอีซองมินอีกแล้ว!
ความหงุดหงิดมันเป็นเรื่องที่เราบังคับห้ามไม่ได้ ยิ่งเราต้องเห็น ต้องรับรู้ เราก็ยิ่งหงุดหงิดงุ่นงานใจมากขึ้นเท่านั้น คยูฮยอนหงุดหงิด! หลังจากที่ออกมาจากห้องทำงานแล้ว ป๋าก็ยังตัวติดกับพี่ซองมินของคยูฮยอนเป็นตังเม มาดามโจวเองก็ทำเป็นมองไม่เห็นแต่คยูฮยอนนั่งติดที่ไม่ได้ หลังจากที่อาหารมื้อเย็นผ่านพ้นไป เมื่อสบโอกาส คยูฮยอนก็รีบหาทางเข้าใกล้ตัวอีซองมิน วันนี้ลมพัดแรงกว่าทุกวัน คยูฮยอนถือผ้าพันคอออกมาด้วย เค้ากลัวว่าอีซองมิน ที่ออกมาเดินเล่นในสวน จะไม่สบาย
อีซองมินยืนพิงเสาของโคมไฟสีส้ม ใกล้กับแนวทางเดินอิฐที่เชื่อมโยงตัดสวนดอกไม้ ไปออกประตูทางด้านข้างของบ้าน คยูฮยอนยืนมองอีซองมินจากทางด้านหลัง เด็กหนุ่มยิ้มให้กับภาพความสวยงามนั้น ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหา คล้องผ้าพันคอให้อย่างแผ่วเบา เมื่อขยับเข้าไปยืนข้างๆ คยูฮยอนชอบที่อีซองมินหันมามองที่คยูฮยอนคนเดียว แต่ไม่ใช่ พร้อมกับการส่งผ้าพันคอกลับคืนให้แบบนี้
“พี่ซองมินครับ”
“ไม่เป็นไร ฉันจะเข้าบ้านแล้ว”
“เอ่อ เอ่อ “
“……”
“ตั้งแต่มาที่นี่เรายังไม่ได้อยู่ด้วยกันสองคนเลย คือผมมีเรื่องอยากคุยกับพี่เยอะแยะ พี่อยู่ต่ออีกหน่อย นั่งคุยเป็นเพื่อนผม ไม่ได้หรือครับ”
อีซองมินวางผ้าพันคอคืนให้แล้วส่ายหน้า ใจคยูฮยอนหล่นกระทบก้อนหินที่อยู่บนพื้น ได้ยินเสียงตกแตกและเจ็บรัว แต่คยูฮยอนไม่ท้อตั้งแต่ได้พบหน้ากัน ยังไม่ได้คุยกันแบบจริงจังสักคำเลย การได้ขบคิดมาตลอดระยะเวลาหลายวันที่ไม่เจอกัน ทำให้คยูฮยอนรีบวิ่งไปข้างหน้าและรั้งอีซองมินด้วยการมองหน้าอีซองมินตรงๆ
“พี่ซองมินครับ ผมคิดถึงพี่ คิดถึงจะบ้าอยู่แล้ว พี่อย่าหันหลังให้ผมอีกเลยนะครับ ผมไม่อยากเห็นพี่เดินหนีผมแบบนี้”
“ฉันไม่ได้หนีนาย ฉันแค่จะเข้าไปนอน”
“พี่ทำเป็นมองไม่เห็น ความรู้สึกของผมอีกแล้ว”
“…..”
“ช่วงเวลาที่พี่หายไป ผมเป็นห่วง กลัวพี่จะเป็นอันตราย แม้จะไม่รู้ว่าพี่มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แต่ผมก็ดีใจที่ได้เห็นพี่อีกครั้งที่นี่ ต้องทำยังไงครับ พี่ถึงจะยอมเปิดใจให้ผม เข้าไปอยู่ในหัวใจของพี่บ้าง” ไหนๆก็พูดแล้ว คยูฮยอนจะพูดต่อไป พูดให้หมด ถึงอีซองมินจะเงียบ ไปจนคำพูดสุดท้ายที่คยูฮยอนจะพูดออกมา คยูฮยอนก็ยังจะบอกอีซองมินอยู่เหมือนเดิม
“ผมเคยคบใครมาหลายคน แต่ไม่เคยจริงจังกับใคร ยกเว้นพี่”
“พี่ทำให้หัวใจผมเต้นแรง พี่ทำให้ผม เกิดความรู้สึก อยากได้อะไรจริงๆ เหมือนกับผู้ชายทั่วๆไป ผมแค่อยากอยู่ข้างๆพี่ ดูแลพี่ อยากทำให้พี่ยิ้ม ฟังเสียงของพี่ จะด่า หรือจะเฉยกับผม ผมก็อยากอยู่ใกล้ๆพี่ตลอดไป ”
“……”
“สิ่งที่ผมทำให้พี่ ความรู้สึกของผม ความรักครั้งนี้ มันเป็นเรื่องจริงนะครับ”
“รักครั้งนี้ของผม เป็นความจริงนะครับ..”
“…….”หน้าของอีซองมินเฉย ราวกับว่า ได้ฟังถ้อยคำธรรมดาเฉกเช่นคำบอกกล่าวทั่วไป ความจริงที่คยูฮยอนสื่อออกมานั้น อีซองมินไม่อยากรับ และไม่อยากได้ยินตอนนี้ สิ่งที่เพียรออกมาจากหัวใจของคยูฮยอน ยิ่งมันจริงจังมากเท่าไหร่ อีซองมินก็ยิ่งลำบากใจ
โจวคยูฮยอนนายไม่รู้หรือว่า หัวใจของอีซองมิน ยังไม่ได้ผูกติดไว้กับที่นี่
เพราะที่อีซองมินยอมเข้ามาอยู่ที่นี่ เหตุผลที่แท้จริง มันไม่ได้เกี่ยวโยงกับเรื่องของหัวใจ
หรือความเป็นจริงแม้เพียงหนึ่งเสี้ยว ของความรู้สึก
….แม้แต่น้อยเลย……
ll Casanova Killer ll
to be con Step 11
borA :
หายไปนานมากเลย ตั้งแต่สอบ สอบเสร็จปิดเทอม
คอมพังเอาฤกษ์ ซ่อมอยู่อาทิตย์นึง เลยหนีเที่ยว และเพิ่งกลับนี่หละคะ
หลายคน ที่นึกถึงคาซ่า และพีเอ็มมาทวง โบราขอโทษจริงๆนะคะ ที่ไม่ได้ตอบพีเอ็มเลย
เพิ่งได้จับคอมเอาในช่วงสามสี่วันนี่หล่ะคะ
ตอนนี้ อะไรๆเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็เจอกัน อาทิตย์ละครั้งสองครั้งเป็นปกตินะคะ
(ภาวนาไม่ให้โบรามีทริปต้องเดินทางอีก เอิ๊กกก)
คิดถึงคนอ่านทุกคนคะ
และก็ขอบคุณ สำหรับทุกการติดตาม ^^

และแล้วความพยายามก็สำเร็จ.....เหมือนคยู???
คยูก้อยังคงง้อต่อไป
มินน่าสงสารอ่ะ
คยูมาช่วยเติมความสดใสให้มิน....จะรอนะคะ
#1 By yeeva (114.128.102.153) on 2009-08-26 23:11