HisoHusband

Hiso ’s Husband XVI

posted on 01 Jan 2009 22:14 by boradori  in HisoHusband

Title :: Hiso ’s Husband XVI
Author :: Boradori
Cast :: KiHae , KyuMin







Theme Song :: Don't know about that either By The Note (feat. Soulman)
// Must Listen ! //













*~ Hiso ’s Husband ~*











“ คุณสามี คุณสามีรู้มั้ยว่า ยิ่งอยู่ด้วย พี่จองซูคนนี้ เหมือนพี่จองซูคนก่อนไม่มีผิดเลยหล่ะ ”




คิบอมชาวาบไปทั้งอก เค้าอยากให้สายตาของเค้ามันพร่าเลื่อนไปชั่วครู่ เค้าคิดว่าคงเป็นเพราะความมืดภายในรถทำให้เค้าเห็นเป็นภาพแบบนั้น



แต่เวลานี้ คิบอมรู้ดีว่า...



ความรู้สึกที่เค้าคิดเมื่ออ่านรวมจากสายตาของปาร์คจองซู
ที่ทิ้งท้ายไว้ให้ก่อนจะขับรถออกไป




มันไม่ได้ผิดเพี้ยน จากลางสังหรณ์บอกย้ำอยู่ในอก แม้แต่น้อย!











:: สามีไฮโซ #16 ::










มือที่วางอยู่บนหน้าตักกระตุกเล็กน้อย จนต้องกุมมันให้แน่นขึ้นกว่าเดิม เพื่อรวบรวมสมาธิ
เมื่อเสียงกุกกะที่ได้ยินทางด้านหลังใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้นจนมาหยุดอยู่ตรงซอกคอ






“ คุณสามี ยังไม่นอนอีกเหรอ ? ” คนถามถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย เหมือนกับหน้าตาที่ยังมีรอยยับย่นของการนอนทับอยู่บนที่นอนเป็นเวลานาน แทนที่จะตอบคำถามของเจ้าตัว สองแขนแกร่งรั้งเอวคนพูดมากอด คิบอมวางมือลงบนหน้าผากบางแทน





“ เป็นไงดีขึ้นมั้ย หายมึนหัวแล้วรึยัง ” ในช่วงหัวค่ำที่ทงเฮสลึมสะลือกลับมาไม่ได้สติ คิบอมเป็นคนอุ้มทงเฮเข้าบ้าน เค้าวานให้แม่บ้านเป็นคนเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ทงเฮ ส่วนหน้าที่ป้อนยาแก้เมาให้ เค้าบังคับให้ทงเฮทานเข้าไปทั้งที่ไม่รู้สึกตัวนั้นแหละ





“ ดีขึ้นแล้ว ไวน์ที่พี่จองซูสั่งมากิน มันทำให้มึนหัวน่ะ แปลก อยู่ๆก็ไม่รู้สึกตัวไปเอง ฉันกินไปแค่นิดเดียวเองนะ ” ที่ทงเฮพูดมาทั้งหมด คิบอมเชื่อ เรื่องไวน์ที่ผ่านการกลั่นและหมักจากวัตุดิบชั้นดีนานับหลายสิบอย่าง เจ้าเพื่อนตัวดีซึ่งเป็นเซียนเหล้าคนนึงอย่างโจวคยูฮยอน เพื่อนของเค้า เคยได้รับบทเรียนมาแล้ว รสชาติของไวน์มันจะแทรกความหวานผ่านความขมปร่าของปลายลิ้น คนดื่มจะรู้สึกถึงความอยากดื่มมันอีกโดยไม่รู้ตัว เลยทำให้ปริมาณที่ดื่มเข้าไปล้ำเส้นของสติสัมปัญชัญญะในที่สุด คิบอมเลื่อนมือที่อังหน้าผากลงมา และวางมืออีกข้าง ประคองแก้มของทงเฮ ริมฝีปากได้รูปหยักยิ้มเป็นเส้นโค้ง



“ คราวหลังก็อย่าดื่มอีกแล้วกัน คุณเมามาแบบนั้น รู้มั้ย แม่บ้านในคฤหาสน์วิ่งให้วุ่นเลย เพราะกลัวว่าผมจะดุพวกเค้าเนื่องจากดูแลคุณหนูทงเฮไม่ทันใจของผม …เอาหล่ะ กลับไปนอนได้แล้ว ” สันมือหนาแตะเบาๆลงบนแก้มเมื่อเห็นว่าทงเฮตั้งท่าจะพูดอะไร ก่อนที่ความนุ่มนวลของสัมผัสอุ่นชื้นจากริมฝีปากจะทาบเข้ามาตรงกลางหน้าผากของทงเฮ คิบอมบอกคำว่า นอนหลับฝันดี ก่อนหันหน้ากลับเข้าไปหาโต๊ะทำงานอีกครั้ง อีทงเฮก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม




“ แล้วคุณสามีหล่ะ ”




“ คุณนอนก่อนได้เลย ผมขอเคลียร์งานอีกสักพักน่ะ ”




“ นี่มันตีสามแล้วนะ ”




“ อืม..”
ทงเฮมองเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะของคิบอม มันมีทั้งสัญญาการเจรจาร่วมลงทุนสร้างสนามกอล์ฟ เอกสารเกี่ยวกับสัมปทานที่ดิน หรือแม้แต่พวกงบดุลของบริษัททั้งหลายแหล่ จนถึงเรื่องบุคลากรภายใน ทงเฮไม่รู้จักงานที่คิบอมทำสักอย่าง แต่ทงเฮก็ยังอยากที่จะยืนอยู่ตรงนี้ ร่างบางเคลื่อนตัวเข้าไปหา โอบคล้องแผ่นหลังที่กำลังคร่ำเคร่ง ร่างบางถือโอกาสลอบสำรวจแผ่นหลังของคิบอม ก่อนหน้านี้แผ่นหลังของคุณสามีมันดูกว้างกว่านี้ ไม่อ่อนล้าขนาดนี้ และรับภาระมากมายขนาดนี้ ใบหน้าเรียวสวย วางตั้งอยู่บนหัวไหล่ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคุณสามี แล้วเอามือจับมือซ้ายที่ไม่ได้ถือปากกาของคิบอมเอาไว้ ทงเฮไม่ได้พูดอะไร นอกจากยิ้มและบีบกระชับมือของคิบอมมากขึ้นเมื่อคิบอมหันมามอง




ทงเฮไม่รู้จักวิธีทางการบริหารหรือพวกตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ แต่วิธีให้กำลังใจที่ทงเฮทำให้คิบอมได้ คือแบบนี้ ทงเฮให้เวลาอยู่เป็นเพื่อนในยามที่คิบอมต้องทำงานได้






ร่างสูงหันกลับไปให้ความสนใจกับงาน ตัวเลขหุ้นส่วน หรือเอกสารสัญญาการลงทุน การวางแผนโครงการยังมีความน่าเบื่อเหมือนเดิมไม่มีผิด เรื่องที่คิบอมได้เห็นในรถ ภาพที่ปาร์คจองซูก้มลงจูบหน้าผากของทงเฮ ก่อนที่ร่างบางจะถูกปลุกให้ตื่นแล้วเดินลงจากรถออกมาเรียกชื่อคิบอม รวมถึงความรู้สึกแอบแฝงของปาร์คจองซูยังคงวนเวียนรบกวนจิตใจอยู่ทุกขณะ แต่สัมผัสของทงเฮก็เหมือนมนต์ตราทำให้ทุกอย่างมันกลายเป็นหมอกควันและค่อยๆระเหยไปจากหัวใจที่รู้สึกถึงความหนักอึ้งก่อนหน้านี้




แค่มีอีทงเฮอยู่ข้างๆ และจับฝ่ามือนี้ไว้เท่านั้น









สายมากแล้ว

วันนี้ทงเฮนัดกับคุณฮยอนฮีว่าจะไปให้กำลังใจพี่จองซูตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล หลังจากที่คุณฮยอนฮีเล่าให้ฟังว่า ช่วงนี้พี่จองซูมีอาการปวดศีรษะมากขึ้น ทงเฮแอบเสียใจอยู่ลึกๆ ถ้าหากทงเฮไม่ได้นัดกับคุณฮยอนฮีไว้แล้ว ทงเฮจะไปบริษัท วันนี้มีการเซ็นสัญญาสร้างสนามกอล์ฟซึ่งเป็นโปรเจคการลงทุนสำหรับคิบอม ทงเฮอยากไปนั่งอยู่ข้างๆคุณสามี เผื่อจะช่วยให้คุณสามีคลายความเครียดลงได้บ้างเหมือนอย่างกับตอนนี้





“ เอาขนมปังอีกมั้ย ”




“ ไม่เป็นไร ผมอิ่มแล้วหล่ะ ”





“ กินไปได้นิดนึงเอง กินอีกชิ้นนึง ไม่งั้นฉันจะงอนนะ ”
นอกจากจับมือคิบอมไว้แล้ว ทงเฮก็ยังได้เรียนรู้การอยู่ข้างๆอีกวิธีว่า การขู่ไว้ก่อนว่าจะโกรธของตน มันทำให้คิบอมเจริญอาหารได้ ร่างบางอมยิ้มเมื่อคิบอมรับขนมปังจากมือไปกินอีกชิ้นจนหมด




“ นี่ คุณสามี เย็นวันพรุ่งนี้ว่างรึเปล่า ” ทงเฮถือกระเป๋าเอกสารเดินมาส่งคิบอมที่รถ ร่างบางวางคางไว้กับร่องประตูก่อนที่คิบอมจะเลื่อนกระจกขึ้น





“ ผมต้องออกไปตรวจสถานที่น่ะ ถ้าการเซ็นสัญญาวันนี้ประสบความสำเร็จ ”





“ เหรอ? ยกเลิกได้มั้ย ”





“…..” เห็นคิบอมหน้าเหวอไปพักนึง ทงเฮเลยแกล้งเป็นอมยิ้มแล้วจัดแจงไทด์ของคิบอมพร้อมทั้งปกเสื้อตัวนอกให้เข้าที่เข้าทาง





“ ฉันล้อเล่นน่ะ ไปได้แล้ว เป็นท่านประธาน ห้ามไปสายนะ ” คิบอมใช้ปลายนิ้วจิ้มกลางหน้าผากคนช่างพูด แต่อยู่ดีๆ ทงเฮดันหันด้านข้างให้คิบอมเสียอย่างนั้น ร่างบางเอียงแก้มให้คิบอม ปิดเปลือกตาลงแล้วก็ต้องเปิดตาขึ้นอีกครั้ง เมื่อคิบอมยังไม่ยอมทำอะไรเลย





“ เค้าเรียกจูบขอกำลังใจ จูบหน่อยสิแล้วฉันจะให้กำลังใจคุณสามีนะ ”
คนพูดไม่รู้ตัวเลยหรือว่า ยิ่งทำแบบนี้มันเป็นการทำให้การเดินทางของคิบอมล่าช้าไปมากกว่าเดิม ทำแบบนี้ มันเป็นการกระตุ้นให้คิบอมไม่อยากไปไหน อยากอยู่กับทงเฮทั้งวันด้วยซ้ำ สัมผัสอุ่นๆแตะเบาๆลงบนแก้มตามที่ทงเฮร้องขอ นันย์ตาสีชาแวววับ ก่อนที่เจ้าตัวจะหันทั้งตัวเพื่อประทับริมฝีปากลงบนแก้มของคิบอม ทงเฮจูบทั้งแก้มซ้ายและขวาของคิบอม ร่างบางจุมพิตตรงสันจมูกได้รูป แล้วก็มองคิบอมในระดับสายตา



“ ตั้งใจทำงานนะ ถ้าคุณสามีทำโครงการนี้สำเร็จ ฉันจะจูบคุณสามีตรงนี้ แล้วให้คุณสามีอฐิษฐานขอได้หนึ่งอย่าง ”
นิ้วเรียวแตะตรงริมฝีปากของคิบอมแล้วถอยออกไปยืนข้างๆ ทงเฮโบกมือให้คิบอมเมื่อรถของคิบอมเคลื่อนตัวออกห่างไปเรื่อยๆ คนขับรถก็เช่นกัน คิบอมลอบมองทงเฮที่ยืนอยู่ทางด้านหลังทางกระจกข้าง





ถ้าวันนี้มีคนถามผมว่า ผมถึงกระตือรือร้นมากกว่าปกติที่จะทำให้การเซ็นสัญญากับผู้รับเหมาและการเจรจาเพื่อสร้างโครงการกับชาวบ้านประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ผมจะตอบเค้าอย่างไร ในเมื่อเป้าหมายของผม ไม่ใช่เพื่อเงินพันล้านที่เป็นกำไรจากการร่วมลงทุน หรือการสร้างสื่อที่ทันสมัยในหมู่สังคม หรือเป็นชื่อเสียง เกียรติยศ ตำแหน่งหน้าที่การงาน. ถ้าเหตุผลของผม มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ผมอยากขอและได้รับคำอฐิษฐานจากคุณ…..อีทงเฮ











“อะไร ไฮโซ คิบอมไม่ว่างเหรอ ? ไม่ได้นะไม่ได้ ยังไงพรุ่งนี้ แกก็ต้องไป ”



“แอ๊บ แกก็ไปกับคยูฮยอนสองคนสิ ”



“เรื่องเหรอ? แกไม่เคยได้ยินสำนวนนี้หรือว่า สองคนหัวหาย สี่คนจะรอด ”




“ ไม่เคยได้ยิน ”




“ไม่รู้หละ ยังไงแกก็ต้องไป แค่นี้นะ ”




“เฮ้ย แอ๊บ..”




ตรู้ดดด…




อีซองมินกดโทรศัพท์ออกจากการสนทนาแล้วก็มานั่งหัวเราะคิกอยู่คนเดียว หัวเราะไม่ทันได้เต็มแก้ม เสียงหัวเราะและรอยยิ้มบนใบหน้าก็พลันหุบลงทันควัน เมื่อหันไปเห็นสีหน้าไร้อารมณ์ของโจวคยูฮยอนที่นั่งอยู่ข้างๆ




“ คยูฮยอน ไปเอาเสื้อที่เราส่งซักอบรีดกันเถอะ ”




“…..”




“เราถือโอกาสไปนวดตัวต่อเลยดีมั้ย? ดี ซองมินสรุปเองว่าดี …ไปกันเถอะ ”





“ ผม ไม่เข้าใจ อยู่ดีๆทำไมซองมินถึงกระตือรือร้นไปงานแต่งงานของซัมมินัก ”





“ ก็ซองมินอยากไป ”




“ ไม่สมเหตุสมผลเลย!! ”





“ สมเหตุสมผลสิ ซองมินอยากแต่งตัวสวยๆ แล้วควงคยูฮยอนออกงาน คนเป็นแฟนกัน เมื่อมีโอกาสก็ต้องอยากควงแฟนตัวเองออกงานกันทั้งนั้น ”






“ เหอะ ไม่มีเหตุผลเข้าไปใหญ่ ! ” คยูฮยอนสถบเสียงดังแล้วหันข้างให้อีซองมิน การออกงานด้วยกันเป็นการแสดงถึงการเป็นคู่รักกันก็จริง แต่ก็ต้องเลือกเวลาด้วย ไม่ใช่เวลานี้ หรืองานนี้ที่ครอบครัวของเค้าเข้าเป็นแขกคนสำคัญของงาน คยูฮยอนไม่อยากเผชิญหน้า ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือคนในครอบครัวเค้าคนไหน





“ คยูฮยอนดูสิ ต้นรักเราออกดอกแล้วด้วย.. ”
อีซองมินเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ร่างเล็กยกต้นไม้ที่ตั้งอยู่บนชั้นวางทีวีมาให้คยูฮยอนดู ร่างสูงเหลือบมองเพียงปลายเส้นผมขอคนที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วก็หันกลับไปโดยไม่มองต้นไม้ในมือของซองมิน





“ มันโตขึ้น ออกดอกแล้ว แต่ซองมินว่า มันไม่ค่อยแข็งแรงนะ ถ้ามันมีรากที่สมบูรณ์มันคงโตกว่านี้ “






“ คยูฮยอนว่า ต้นรักของเรา มันอยากเจอ ต้นตระกูลของมันมั้ย ถ้ามีคนในครอบครัวมาช่วยดูแลหรือรดน้ำให้มัน มันคงเจริญงอกงามกว่านี้เนอะ อย่างน้อยก็อยู่โดยไม่ต้องกังวลอะไร ”






“….” เค้ารู้ดีว่า อีซองมินกำลังพยายามพูดเพื่อที่จะทำอะไร แฟนของเค้ารู้อยู่แล้วว่างานของซัมมิพรุ่งนี้ พ่อแม่ของเค้าก็จะไปด้วย อีซองมินเลยเลือกวิธีการคะยั้นคะยอให้เค้าไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเป็นของขวัญวันแต่งงานให้ซัมมิ รวมถึงการเลือกชุดอย่างสุภาพให้เค้าใส่ไปงานด้วย มันเป็นการคาดการณ์เพื่อให้เค้ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อแม่ในที่สุด คยูฮยอนรู้อยู่แก่ใจ แต่เค้าก็ไม่อยากให้อีซองมินทำแบบนี้ เค้าไม่ได้ห่วงว่าพ่อแม่ของเค้าจะแสดงอาการรังเกียจหรือพูดจาตัดเป็นตัดตายกับเค้าต่อหน้าคนอื่น สิ่งที่เค้ากลัว ก็คือความรู้สึกของอีซองมิน เค้าไม่อยากให้อีซองมินเสียใจ กับการมองเมินหรือจากการกล่าวว่าของคำพูดพวกนั้น เพื่อปกป้องรอยยิ้มของอีซองมินเอาไว้ ไม่ว่าใครจะว่าเค้าเป็นคนขี้ขลาดหรือลูกนอกคอก เค้าก็ไม่สนใจหรอก





“ คยูฮยอนกลัวเหรอ กลัวใช่มั้ย ”




“ ทำไมผมต้องกลัว ”





“ คยูฮยอนกลัวซองมินทำไม่ได้ดี กลัวซองมินเสียใจในท้ายที่สุดใช่มั้ย ”





“…..” เอาแล้ว แฟนผม โจวคยูฮยอนคนนี้จะยกตำแหน่งรู้ใจทุกๆด้านให้อีซองมินดีหรือเปล่า แต่ตอนนี้ ต้องขอยกตำแหน่งเมียดีเด่นให้ก่อน ก็ที่รักของคยูฮยอน เค้าใช้สองฝ่ามือจับใบหน้าของคยูฮยอนให้มองหน้า เค้าทำตาโต แล้วดวงตาของเค้าก็แวววาวพร้อมด้วยริมฝีปากที่โค้งขึ้นจนเห็นแก้มทั้งสองลูก อีซองมินยิ้ม หลังจากที่จูบริมฝีปากและสวมกอดคยูฮยอนไว้ข้างตัว





“ ถ้าพ่อแม่ คยูฮยอนไม่อยากเห็นพวกเรา ซองมินก็จะพยายามไปให้เห็น ”





“ ถ้าพ่อแม่ คยูฮยอนไม่ชอบอะไร ซองมินก็จะพยายามให้ท่านชอบซองมิน ”



“ ถ้าท้ายที่สุดแล้ว ท่านไม่ยอมรับ ซองมินก็จะทำทุกอย่างให้ท่านเห็นว่า ซองมินรักลูกชายของท่าน ”







“ มันจะต้องดีกว่า การที่เราหนีมาอยู่ด้วยกันแค่สองคนแน่ๆ ไม่ต้องห่วงหรอก อีซองมินคนนี้สดใสยิ่งกว่าแสงแดดของพระอาทิตย์เสียอีก ไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก คยูฮยอนอยู่ข้างๆซองมิน ช่วยให้ซองมินทำสำเร็จไม่ได้เหรอ? ”






“….” ชายหนุ่มเลือดร้อนอย่างคยูฮยอนพรูลมหายใจออกเป็นพรืด คยูฮยอนหันหน้าเข้าหาอีซองมิน เค้าเอามือหยาบกระด้างตั้งค้างไว้บนศีรษะทุยๆ ที่กำลังมองหน้าคยูฮยอนตาแป๋ว




“ มันไม่มีทางเลือกเพราะงั้น… ”





“ หืม.. ”





“ ผม ยอมแพ้ซองมินแล้วหล่ะ ”






“ห๊ะ..” อีซองมินทำตาโต เมื่ออยู่ๆ คยูฮยอนก็สวมกอดอีซองมินไว้ในอ้อมแขน ร่างเล็กดิ้นขลุกขลัก เมื่อคยูฮยอนใช้มือรัดร่างของอีซองมินแน่นขึ้นและแน่นขึ้น กลิ่นเส้นผมของคยูฮยอนลอยฟุ้งอยู่ข้างๆริมฝีปากของซองมิน ในขณะที่น้ำเสียงทุ้มย้ำเบาๆให้พอได้ยินอยู่ข้างๆใบหู




“ ตั้งแต่นี้ต่อไป เรามาพยายามด้วยกันเถอะนะ ”




“……”




“ ผมกับซองมิน เรามาพยายามกันให้ถึงที่สุด ”





“ อืม..”




“ แม่ผมชอบสีน้ำเงิน พรุ่งนี้ซองมินใส่สีน้ำเงินเข้มแล้วกัน ท่านไม่ชอบแฟชั่นนำสมัยมากนัก เพราะฉะนั้นซองมินของผม แค่แต่งหน้าบางๆก็พอ..”




“ ห๊า…” อีซองมินทำตาโตอีกครั้ง ก็ครั้งนี้คยูฮยอนไม่ได้กอดซองมินไว้แล้ว คยูฮยอนเดินไปหยิบปากกาและพยายามเขียนทุกอย่างให้อีซองมินท่องจำ เริ่มจากสิ่งเล็กๆน้อยๆ ที่จะทำให้พ่อแม่ของคยูฮยอนท่านพอใจ คยูฮยอนบอกเล่าทีละข้อทีละข้อ ในขณะที่อีซองมินนอนหนุนหมอนที่นุ่มที่สุดในโลก




อ่ะ!





อีซองมินมองโจวคยูฮยอนในแนวต่ำไปหาแนวสูง ขนตาของคยูฮยอนยาวขึ้นมากี่เซ็นแล้วนะ ตั้งแต่เราคบกันมา แล้วผมของคยูฮยอนหล่ะ ถ้าไม่ตัดเลยในช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ในวันที่เราแก่เฆ่ามันจะยาวไปถึงไหน




“ ซองมิน..พ่อของผม ท่านชอบดนตรีคลาสสิก ซองมิน…นี่ซองมินฟังผมอยู่หรือเปล่า ”





อ่ะ!




“ฟังสิ ฟังอยู่ แต่คยูฮยอนพูดช้า ซองมินง่วงแล้ว พูดเร็วๆหน่อยสิ ”




“อย่ามาขี้เกียจเลย ตื่นขึ้นมาฟังเดี๋ยวนี้ ” อ่า…ขนตาคยูฮยอนยาวขึ้นมาก จริงๆด้วย …
เมื่อคยูฮยอนก้มมาหาโดยการเคาะตรงกลางหน้าผากด้วยด้ามปากกาเบาๆ อีซองมินเลยมีโอกาสลอบสำรวจใบหน้าของคยูฮยอนมากขึ้นอีก ร่างเล็กเอามือกอดอกตั้งอกตั้งใจฟังอาจารย์จำเป็นบอกเล่าสิ่งที่ซองมินต้องทำในวันรุ่งขึ้น





ส่วนที่ฟังไปยิ้มไปหรือหัวเราะไปเนี่ย ถึงท่านอาจารย์จะถามเอาความกับลูกศิษย์ ลูกศิษย์อย่างอีซองมินก็ไม่บอกหรอก จะให้ซองมินบอกได้ยังไงว่า……ในสมองของอีซองมินตอนนี้มีแต่คำว่า แฟนของซองมินเป็นคนที่หล่อมาก….หล่อมาก..หล่อจริงๆ



.
.
.
“ คุณทงเฮ มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้คะ ”




“ อ่ะ คุณฮยอนฮี พี่จองซูละครับ ” ทงเฮพับโทรศัพท์ใส่กระเป๋า แล้วเลี่ยงไปประเด็นอื่น ทั้งที่เค้ารู้เหตุผลอยู่แก่ใจว่า ที่เค้าต้องออกมานอกอาคารแบบนี้ก็เพราะเพื่อนตัวดี อีซองมินโทรมารบเร้าให้เค้าไปงานแต่งงานของซัมมิในวันพรุ่งนี้ด้วยให้ได้




“ จองซู ทำ TC SCAN อยู่น่ะค่ะ ตอนนี้คงอยู่ห้องพักฟื้น ”




“ ฮยอนฮี ”




“ อ่ะ พี่หมอ ”
ทงเฮลอบมองเค้าโครงหน้าของผู้ที่เดินเข้ามาหาคุณฮยอนฮี ถ้าทงเฮเดาไม่ผิด คนๆนี้คงเป็นพี่ชายของคุณฮยอนฮีแน่ๆ




“ เซอร์ไพร์จังเลย กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ”





“ สองสามวันแล้วน่ะ แทมินบอกว่า เราพาจองซูมาที่โรงพยาบาล พี่ก็เลยตามมาหา พอดีคุณพ่อคุณแม่ ท่านบ่นถึง ไหนพี่ก็กลับมาเกาหลีทั้งที อยากให้พี่ชวนเธอกับจองซูไปทานข้าวที่บ้าน จะได้พร้อมหน้า พร้อมตากัน แล้วนี่….” เมื่อถูกมองมาที่ตนเอง ทงเฮจึงโค้งศีรษะให้เป็นการทักทาย




“ สวัสดีครับ ผมอีทงเฮครับ ”





“คุณทงเฮ เป็นน้องจองซูน่ะค่ะ ” ฮยอนฮีเป็นคนแถลงข้อสงสัยของพี่ชายเธอเสียเอง เมื่อเห็นว่าพี่หมอยังคงมองมาที่ร่างบางของทงเฮด้วยความแปลกใจ หมอวัยกลางคนยิ้มแล้วยื่นมือออกมาให้ทงเฮจับ





“ ยินดีที่ได้รู้จักครับ ”





“ ไม่น่าเชื่อ…วันนี้ ผมเจอแต่คนที่เคยเกี่ยวข้องกับจองซูทั้งนั้นเลย ”






“คุณว่าอะไรนะครับ ..”




“คุณทงเฮเห็นผู้ชายที่อยู่ตรงเค้าท์เตอร์นั่นมั้ยครับ เค้าเคยเป็นเจ้าของไข้จองซูเมื่อหกปีที่แล้ว ผมนึกว่าเค้าจะเป็นญาติหรือคนที่รู้จักกับจองซู แต่เค้าบอกว่า เค้าแค่ช่วยเหลือคนที่เค้าไม่รู้จักเฉยๆ เค้าเป็นคนใจบุญมากเลยนะครับ เค้าดูแลค่าใช้จ่ายของจองซูที่นี่ทั้งหมด ก่อนที่จองซูจะไปอยู่กับผมที่ออสเตรเลีย.. ”
ทงเฮหันไปมองเพื่อที่จะขอบใจผู้ชายคนนั้น ร่างบางคิดว่า จะเดินเข้าไปหา และแนะนำตัวว่าตัวทงเฮเป็นใคร ทงเฮจะขอบคุณที่เค้าให้ความช่วยเหลือ และเป็นคนช่วยให้พี่จองซูรอดชีวิต แต่ทงเฮกลับทำอย่างนั้นไม่ได้ เมื่อหันไปมองแล้วเห็นว่า คนที่ยืนอยู่ตรงเค้าท์เตอร์ โดยมีลูกน้องคนสนิทอยู่ข้างหลังเป็นบอดี้การ์ดนั้น คือ พ่อของตัวเอง




ทั้งลำตัวของทงเฮรู้สึกชา แต่สิ่งที่รู้สึกว่าบาดเจ็บที่สุดก็คงเป็น หัวใจ ทงเฮยังจำวันที่พ่อกลับมาบอกว่าพี่จองซูจากไปแล้ววันนั้นได้






“ ทงเฮ จองซูเค้าตายแล้วลูก”
“ไม่จริงใช่มั้ยครับพ่อ พี่จองซูบอกว่าจะไม่มีวันทิ้งผม ไม่จริงใช่มั้ยครับ”
“ ทงเฮ ชีวิตมันไม่จีรัง ”







สิ่งที่ไม่จีรัง นั่นคือหัวใจของพ่อต่างหาก ในท้ายที่สุดแล้ว จิตใจของลูกก็ไม่สำคัญมากไปกว่าความต้องการของตัวเอง สิ่งที่พ่อทำไปทั้งหมดนั้น ไม่ว่าจะมาเพราะเหตุผลใดทงเฮก็ไม่อยากทำความเข้าใจ ในความรู้สึกของทงเฮตอนนี้มันมีแต่ความผิดหวังและเสียความรู้สึก กี่ครั้งแล้วนะที่อีทงเฮคนนี้ ถูกทำร้ายจากคนที่บอกว่ารักทงเฮที่สุด










“ คุณหนู ทงเฮ ทานอะไรหน่อยนะคะ ”





“ ฉันไม่หิว แล้วไม่ต้องยกอะไรมาอีก ฉันอยากอยู่คนเดียว ” เสียงแม่บ้านถอนอกถอนใจด้วยความกลุ้มใจอยู่ตรงนอกห้อง ทงเฮพูดเสียงดัง เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาด้านใน ต่อต้านคำสั่งของตัวเอง




“ ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่หิว ไม่เข้าใจรึไง!!!!! ”





“ ทงเฮ ทานอะไรหน่อยนะลูก.. ”






“….” ริมฝีปากของทงเฮ ค้างชา ทำไมคนที่เดินเข้ามาหาทงเฮต้องเป็นคนที่ทงเฮไม่อยากเจอที่สุดตอนนี้ด้วย พ่อของทงเฮนั่งลงข้างเตียง ท่านบอกให้ทงเฮลองชิมอาหารบำรุงร่างกายชั้นดีที่ท่านซื้อมาจากต่างประเทศ ท่านยิ้มให้ทงเฮด้วยรอยยิ้มแห่งความห่วงใย สองมือของท่านกำลังลูบเส้นผมของทงเฮด้วยความใส่ใจแบบทุกครั้ง แต่สิ่งที่ท่านกำลังทำทั้งหมดนั้นกำลังทำให้หัวใจของทงเฮสั่นคลอนด้วยความเจ็บปวดที่เพิ่มมากขึ้น มากขึ้น





“ ตั้งแต่พ่อกลับมา พ่อเห็นลูกขลุกแต่อยู่ในห้องนอน ลูกไม่สบายหรือเปล่า หืม ”





“….”





“ ทงเฮ ไหนขอพ่อดูลูกหน่อย “






“ ไม่ต้องมายุ่ง!!!!!! ”
มือของชายวัยกลางคนค้างอยู่กลางอากาศคล้ายคนที่กำลังหมดเรี่ยวแรง ทงเฮเห็นแววตาเสียใจของพ่อเป็นครั้งแรก ทงเฮเห็นว่าท่านกำลังระงับอาการดังกล่าวด้วยการเข้าหาทงเฮอีกครั้ง ท่านพูดกับทงเฮอ่อนโยน





“ ทงเฮ ขอพ่อดูหน้าลูกใกล้ๆหน่อย ”





“…….”





“ ไม่จำเป็นหรอกครับ ถึงพ่อจะดูแลผมมากกว่านี้มันก็ไม่จำเป็น เพราะคนที่ทำให้ผมเสียใจ ทานอะไรไม่ลงเพราะผิดหวังก็คือ พ่อ..”






“.......”





“ พ่อรู้มาตลอดแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ ”





“……”






“ผม รู้แล้วว่า พี่จองซู เค้ายังไม่ตาย..”






“…….” ชายวัยกลางคนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แต่ด้วยความเป็นผู้ใหญ่ที่ฝึกทางด้านอารมณ์มาเป็นอย่างดี ก็ควบคุมให้ท่านยังนั่งมองแววตาที่มีแต่ความเจ็บช้ำของลูกตัวเอง เฉยๆได้ ท่านไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน ไม่ได้แสดงออกอะไร แต่ในความรู้สึกของท่านลึกๆ ท่านกำลังปลอบลูกของตัวเองอยู่เงียบๆอย่างเดียวดาย





“ พี่จองซู เค้ามีชีวิตที่โดดเดี่ยว เพราะเค้าจำอะไรไม่ได้เลย พ่อคงไม่รู้สินะครับว่าคนที่แม้แต่ญาติของตัวเองก็ไม่ต้องการ มันน่าสงสารขนาดไหน เพราะพ่อเป็นคนที่ทิ้งพี่จองซูมา “





“ สิ่งที่พ่อหลอกผมไว้ ผมรู้หมดแล้ว บอกผมหน่อยสิครับ ว่าผมจะมอง พ่อเป็นพ่อเหมือนเดิมได้ยังไง ? ”






“ ลูกทำได้ แค่ปล่อยจองซูไป ลูกกับเค้าควรจบกันตั้งแต่วันนั้นแล้ว ”





“….” ทงเฮจ้องบิดาตัวเองไม่กระพริบ ตาเรียวแดงคลอผสมกับหยดน้ำ หัวใจมันรู้สึกเจ็บร้าวไปหมด ร่างบางแค่นเสียงให้ออกมาจากลำคอ มือบางย้ำจิกลงบนผ้าห่มที่พันร่างของตัวเองเอาไว้





“ถ้าพ่อต้องการแบบนั้น ผมก็จะขัดใจพ่อ ”






“…..”







“ถ้าพ่อบอกว่าผมกับพี่จองซูจบกันตั้งแต่วันนั้น ผมก็จะเริ่มรักเค้ามากขึ้นตั้งแต่วันนี้ ”





“……”






“ และถ้าพ่อพยายามที่จะทิ้งเค้าอีก ผมก็จะกอดและปกป้องเค้าเอง ”






“………”





“ ผมต้องดีกับพี่จองซูให้ถึงที่สุด ผมถึงอยู่โดยไม่เกลียดพ่อได้ ”





“……”





“ ผมจะไม่บอกให้พ่อเข้าใจเพราะพ่อไม่มีสิทธิ์เรียกความเข้าใจจากผมตั้งแต่วันที่พ่อทิ้งพี่จองซูไว้ที่โรงพยาบาล ”






“ ลูกอยากดูแลจองซูนัก แล้วลูกจะเอาคิบอมไปไว้ที่ไหน? ”






“…..” ทงเฮหลบสายตาของพ่อด้วยการก้มหน้าลง เค้ามองตอบพ่ออีกครั้งด้วยแววตาที่ซ่อนความกังวลไว้ข้างใน





“ ลูกจะเอาคิบอมไว้ที่ไหน ไม่มีใคร ทนรับผู้ชายที่ต้องอยู่ในอ้อมกอดของคนอื่นได้ตลอดไปหรอกนะลูก ในอนาคต จองซูรังแต่จะเป็นภาระ ”






“ พี่จองซูไม่ใช่ภาระ!!!!! ”







“แล้วจองซูเป็นอะไร? พี่ชาย? ลูกก็รู้ว่า มันไม่เคยมีฐานะนั้นในบ้านหลังนี้ ”







“……… ” ทงเฮรู้สึกว่าพระเจ้าไม่เข้าข้างทงเฮเลย พูดอะไรไปมันเหมือนมีระเบิดสะท้อนกลับเข้าหาตัว





“ถ้าคุณสามีรักผม คุณสามีก็ต้องรับได้ ”





“ ลูกยังรับเรื่องคิบอมกับโซนินไม่ได้เลย แล้วคิบอมจะทำได้ยังไง ”




“ มันไม่เหมือนกัน ”





“งั้นลูกกล้าบอกคิบอมมั้ยหล่ะว่า เตียงที่ลูกนอนกับคิบอม ก่อนหน้านี้ ลูกเคยนอนเตียงนั้นกับใคร ”





“ ก่อนที่ลูกจะกอดคิบอม ลูกเคยกอดใครมาก่อน ”






“ ทุกย่างก้าวในบ้านหลังนี้ ลูกเคยเดินจับมือกับใคร ”





“ และก่อนที่ลูกจะจูบกับคิบอม ใครกันที่เป็นคนสอนจูบให้ลูก”







“ ลูกทำไม่ได้ เพราะลูกรู้ดีอยู่แก่ใจว่า คิบอมไม่มีทางยอมรับเรื่องลูกกับจองซู ”




“ฐานะระหว่างลูกกับจองซู คิบอมไม่มีทางยอมรับมัน ”








“ พอ พอได้แล้ว!!!”
ทงเฮลุกขึ้นแผดเสียงดัง ร่างเล็กเหนื่อยหอบไปทั้งตัว ทงเฮรู้สึกว่าพระเจ้ากำลังริดรอนลมหายใจเค้าออกไปไม่ให้เค้าหายใจได้อีก หัวใจทงเฮ เต้นช้าลงทุกขณะ ในขณะที่พยายามสั่งไม่ให้ร่างกายของตนทรุดลงกองกับเตียง





“ ทงเฮ ทางเดียวเท่านั้นที่จะคลี่คลายเรื่องนี้ได้ ปล่อยจองซูไป จองซูเค้าตายตั้งแต่วันที่พ่อบอกลูกว่าเค้าจากไปแล้ว เค้าตายไปจากครอบครัวเรา อย่าพยายามดึงเค้ากลับมาอีก ปล่อยให้เค้าไป”










“ ทงเฮ ผมกลับมาแล้วครับ ”







“ ….” พระเจ้า ท่านรังเกียจอีทงเฮ คนนี้มากนักเหรอ ท่านอยากริบความสุขของอีทงเฮคนนี้กลับคืนไปเร็วๆใช่มั้ย ท่านถึงประทานให้คุณสามีกลับมา ในยามที่อีทงเฮคนนี้กำลังสับสนและหาทางออกไม่เจอ



“ สวัสดีครับ ท่าน ท่านกลับมาจากเมืองนอกเมื่อไหร่ครับ ”




“เมื่อตอนเที่ยงน่ะ แล้วเป็นยังไง ได้ข่าวว่าวันนี้มีการเซ็นสัญญาโปรเจคที่นายรับผิดชอบ ผ่านไปด้วยดีมั้ย”





“ ทุกอย่างไม่มีปัญหาครับท่าน ” ทงเฮรู้สึกดีที่ความสนใจของคุณสามีพุ่งไปที่บิดาซึ่งยืนอยู่กลางห้อง คุณสามีจะได้ไม่เห็นว่า ทงเฮจับผ้าห่มที่คลุมร่างของตัวเองขึ้นเช็ดน้ำตาที่กำลังไหลออกมา






“ทงเฮน่ะ ฝากเค้าด้วยนะ อย่าปล่อยมือเค้าถ้าหากฉันไม่อนุญาต”






“ถึงท่านไม่อนุญาต ผมก็จะจับมือทงเฮไว้ครับ ”
พ่อบอกกับคุณสามีและคุณสามีตอบพ่อกลับไป ตอนเดินสวนกันก่อนที่พ่อจะออกไปจากห้องนี้ ทงเฮรู้ความหมายที่พ่อบอกคุณสามีดีทุกอย่าง ทงเฮอยากให้คำพูดของคุณสามีเป็นจริงในวันที่คุณสามีรู้ความจริงเหมือนกัน ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทาง ทงเฮก็ยังหวังว่า มันคงเป็นคำตอบเดิม


.
.
.

“ทงเฮ คุณเป็นอะไร ไม่สบายหรือเปล่า ”




“…..” คุณสามีนั่งลงข้างเตียงแล้ว ทงเฮก็ยังทำใจให้หันไปมองคุณสามีเต็มๆไม่ได้ ทงเฮไม่อยากให้คุณสามีเห็นร่องรอยของความเสียใจก่อนหน้านี้ อีทงเฮ คนที่กำลังลำบากใจ





“อยากให้ผม จูบเพิ่มความแข็งแรงให้คุณหรือเปล่า”






“….”




“ไม่ต้องมีราคาตอบแทน ผมทำให้คุณฟรีๆ ”





“แค่กอดฉันได้มั้ย ”






“หืม …”





“ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน กอกฉันไว้ ไม่ว่าฉันจะพูดอะไร อย่าทิ้งฉันไปได้มั้ย รั้งฉันไว้ให้ถึงที่สุด ” คิบอมปลดเสื้อสูทตัวนอกออกแล้วล้มนอนลงบนเตียงเดียวกับกับร่างบาง คิบอมจับทงเฮซุกตรงหัวไหล่ของตัวเอง





“ทำไมพูดแบบนี้ พูดเหมือนกำลังจะจากไปไหน ”





“ ฉันแค่ขอสัญญาไว้ ฉันกำลังอ้อนคุณสามีอยู่นะ คุณสามีต้องรีบบอกฉันสิ ว่าจะไม่ทิ้งฉันไป ”





“….”






“ ถ้าพูดช้ากว่านี้หนึงวินาที ฉันจะงอนแล้วนะ ” ทงเฮทำแก้มพองลม ร่างบางตีตรงหน้าอกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคุณสามีเบาๆ







“ ขี้งอนจริงๆเลย …….ผมไม่มีทางทิ้งคุณไปหรอก ไม่มีทาง ได้ยินหรือยัง ”
ทงเฮซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดอบอุ่นอีกครั้งโดยที่ไม่ได้พูดอะไร ร่างบางกอดคิบอมให้แน่นขึ้น ทงเฮกำลังบอกหัวใจตัวเองให้มันได้ยินด้วย




เลิกกังวลได้แล้วอีทงเฮ คุณสามีไม่มีทางทิ้งนายไป ไปว่าจะเป็นอดีตของนาย พี่จองซู หรืออนาคต ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม คุณสามีไม่มีทางทิ้งนาย





หัวใจ ทงเฮได้ยิน เพราะฉะนั้น ทงเฮช่วยพี่จองซูต่อไปได้ใช่มั้ย? อยู่ข้างๆพี่จองซูด้วยได้ใช่มั้ย มันไม่ผิดใช่มั้ย?












“ คุณสามี เข้าไปข้างในกันเถอะ ” ไม่รู้เป็นเหตุบังเอิญหรือเปล่าที่งานแต่งงานของซัมมิจัดที่โรงแรมของคุณฮยอนฮี เพราะฉะนั้นแล้ว ทงเฮถึงไม่ดีใจเท่าไหร่ที่คุณสามีสามารถเคลียร์งานแล้วมาร่วมงานวันนี้กับทงเฮได้ คำพูดของพ่อทำให้ทงเฮเป็นคนกินปูนร้อนท้องเรื่องพี่จองซูขึ้นมา





“นั่นสิ คิบอม เข้าไปพร้อมๆกับซองมินและคยูฮยอนนะ ” คนที่ดีใจที่สุดคงไม่พ้นเพื่อนรักของทงเฮ อีซองมินหอมแก้มทงเฮซ้ายขวา ที่ทงเฮยอมมางานนี้เป็นเพื่อนได้ ไม่รวมถึงสัญญาที่มันบอกว่า จะเลี้ยงมื้อเที่ยงทงเฮตอนอยู่มหาลัยอีกหนึ่งอาทิตย์





“เข้าไปกันก่อนนะ ผมขอรับโทรศัพท์ก่อน ” คิบอมกดรับโทรศัพท์แล้วเดินเลี่ยงออกมานอกงาน ปล่อยให้บุคคลทั้งสองมองตามหลัง อีซองมินเดินเข้าไปสะกิดโจวคยูฮยอนที่ปลีกตัวมายืนเป็นเพื่อนเล่นอยู่กับเสาตรงมุมอยู่ข้างนอก ในขณะที่ทงเฮยังคงมองตามหลังคิบอมแบบเดิม





ตลอดระยะทางที่มาโรงแรม คุณสามีมองโทรศัพท์ด้วยความกังวล และเมื่อมีโทรศัพท์มาหา สีหน้าของคุณสามีก็ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก





มันเกิดอะไรขึ้น มีเรื่องของคุณสามีที่ทงเฮไม่รู้หรือไง









(( การเจรจาของเราไม่ประสบความสำเร็จครับ ทางชาวบ้านที่ป็นเจ้าของสถานที่เดิมรวมตัวกัน ต่อต้านการสร้างสนามกอล์ฟ ))




“ อาจจะมีบางคนที่ไม่ได้รับค่าชดเชย ตรวจสอบดูว่าทางเราดำเนินแจกจ่ายครบทุกคนหรือยัง ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา ถ้าทุกคนได้รับเงินทั่วถึงแล้ว “




(( เราอาจต้องใช้มาตรการรุนแรง ถ้าการต่อต้านยังคงดำเนินต่อไป ))




“ใช้หลักประนีประนอมเท่านั้น ”





((แต่ คุณคิบอมครับ ))





“ทำตามที่ผมสั่ง ใช้หลักประนีประนอมแก่ผู้ชุมนุมเท่านั้น ”
คิบอมกดพับโทรศัพท์ลงและหันไปทางด้านหลัง ร่างสูงตกใจไม่น้อยที่คนที่ยืนห่างออกไป คือเด็กน้อยโซนินที่ไม่เจอกันร่วมสองอาทิตย์แล้ว








“ ยังเก่งและขยันทำงานเหมือนเดิมเลยนะคะ พี่คิบอม ”






“ โซนิน …น้อง..”






“ แปลกใจหรือคะ ที่เห็น หนู หรือว่า เสียใจ ที่หนูยังไม่หลุดพ้นไปจากวงจรชีวิตของพี่ ” คิบอมดูออกว่าคำพูดเหล่านั้นเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ประชดประชันแต่คิบอมก็ยังรักษาถ้อยคำโต้ตอบให้สุภาพแบบเดิม






“น้องอยากนั่งคุยกับพี่หรือเปล่า”





“ได้ด้วยหรือคะ หรือเป็นเพราะพี่จองซู พี่คิบอมเลยอยากคุยกับหนูขึ้นมา ”





“น้องรู้จักคุณจองซูด้วยหรือ ”






“รู้จักสิคะ อาจจะรู้จักดีกว่าพี่ด้วยซ้ำ ”









ทงเฮตัดสินใจเดินออกมานอกงานเมื่อเห็นว่าคุณสามีหายออกมานานเกินไป อีซองมินเพื่อนรักของเค้าก็ไม่มีอะไรให้เป็นห่วงแล้ว ตอนนี้มันกำลังเดินหน้าปฎิบัติดูแลคุณแม่สามีในอนาคตอย่างดิบดีเลยทีเดียว แม้จะขลุกขลักบ้างเพราะแม่สามีของมัน พยายามกันท่ามันออกจากลูกชายของเธอท่าเดียว แต่ถ้าหากคนกลางแบบโจวคยูฮยอนไม่เล่นด้วย ผมลัพธ์ขั้นสุดท้ายก็เห็นอยู่ชัดเจนอยู่แล้ว ว่าธงแห่งชัยชนะนั้น จะวางอยู่ในมือของใคร





“ ทงเฮ เบื่อเหรอ ถึงได้ออกมาข้างนอก เพราะพี่ก็เบื่อเหมือนกัน ”
ทงเฮรู้ว่าพี่จองซูก็มางานนี้ด้วย แต่งานมันคงแคบและอึดอัดเกินไป ถึงทำให้เราออกมาเจอกันข้างนอกได้เพียงลำพัง





“ เปล่าหรอกครับ ผมออกมาตามคิบอม ”





“เหรอ ? พี่เดินไปหาคิบอมเป็นเพื่อน ได้หรือเปล่า ”





“ได้อยู่แล้วครับ พี่จองซูไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน ”





“พี่ก็ไม่อยากเป็นคนอื่นสำหรับทงเฮ ”






“……..”






“ทำแบบนี้อุ่นขึ้นมั้ย ”







“……… ” ริมฝีปากทงเฮซีดเผือด เมื่ออยู่ดีๆ พี่จองซูก็เลื่อนฝ่ามือเข้ามากุมฝ่ามือของทงเฮเอาไว้ ร่างเล็กยิ้มตอบกลับไปด้วยหัวใจที่มีความหนักอึ้งเกาะกิน





สิ่งที่พี่จองซูถามหรือทำให้แม้แต่รอยยิ้ม มันเหมือนกับในอดีต ความหมายมันอาจต่างออกไปเพราะพี่จองซูไม่รู้เรื่องราวเก่าๆ แต่คนที่รู้ดีอย่างทงเฮ ผิดมั้ย ที่จะหยุดและคิดมันแค่ความหมายที่พี่จองซูเข้าใจ






พี่ชาย……







ในฐานะพี่ชายน้องชาย...เราจับมือกันได้ ใช่มั้ย?








“ ส่งทงเฮแค่นี้เถอะครับ พี่จองซู ผมเห็นคิบอมแล้ว ” ทงเฮหันบอกจองซู เมื่อเห็นแผ่นหลังคิบอมอยู่ตรงระเบียงตึกไกลๆ จองซูยิ้มให้อีทงเฮและจับมือร่างบางแน่นขึ้นอีก




“พี่ส่องน้องถึงที่เลยได้มั้ย บอกตรงๆว่า พี่ยังไม่อยากปล่อยมือจากเราเลย ”





“…..” ทงเฮก้มหน้าแล้วค่อยๆแกะมือออกจากจองซู ไม่ใช่เพราะน้ำเสียงที่อ่อนโยนของพี่จองซูทำให้เค้าหวั่นไหว แต่เพราะทงเฮเห็น สายตาของคิบอมมองมาตรงที่เค้ายืนอยู่กับพี่จองซู รู้โดยไม่ต้องบอกว่า คิบอม เห็นภาพเหล่านั้น…เต็มสายตา เช่นเดียวกับอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ คิบอม





คนที่กำลังเดินเข้ามาหาทงเฮ พร้อมๆกับคุณสามีของทงเฮ







“ปาร์คโซนิน..”



“เจอกันอีกแล้วนะคะ พี่ทงเฮ ”










“ไม่น่าเชื่อว่า ทุกคนจะเป็นคนกันเองทั้งนั้น ”




“นั่นนะสิครับ โลกของเรานี้ มันกลมจริงๆ”
พี่จองซูยิ้มตอบคุณสามี ในขณะที่ทงเฮนั่งเซ็งอยู่กับสวนดอกไม้สีสวยข้างหน้า ดอกกุหลาบที่สวย ไร้เดียงสาและเตะตาทุกคน แต่ความจริงแล้วนั้น มันเป็นกุหลาบอาบยาพิษดีๆนั่นเอง







“ทงเฮเป็นน้องคุณจองซู ส่วนคุณจองซูก็ได้เจอโซนินที่เป็นน้องแท้ๆแล้วด้วย ”






“กุเรื่องโกหกหรือเปล่าไม่รู้”






“ไม่เอาน่าทงเฮ ”





“ฉันพูดเรื่องจริงนี่ ” ทงเฮไม่กลัวที่คิบอมเอ็ดเรื่องโซนินในที่แจ้งแบบนี้หรอก ทงเฮจะประกาศให้ทุกคนในโลกนี้รู้ไว้เลยว่า ทงเฮเกลียดเด็กคนนี้







“ไม่เป็นไรหรอกคะ พี่คิบอม บางครั้ง ฐานะที่เรามีให้กับใครคนนึง อาจจะเป็นความลับที่ต้องโกหกคนอื่น มันอาจมีคนประเภทนั้นในโลกก็ได้ ”






“ …….”





“บางที พี่ทงเฮอาจจะเคยชินกับคนประเภทนั้นดี ไม่ใช่เหรอคะ ”







“ พูดอะไรน่ะเรา โซนิน ไม่น่ารักเลย ขอโทษพี่เค้าเดี๋ยวนี้ ”





“ขอโทษคะ ” โซนินเป็นเด็กเรียบร้อย เพราะแค่พี่จองซูปรามด้วยสายตาก็สามารถทำให้เด็กผู้หญิงอย่างโซนินโค้งศีรษะให้ทงเฮได้แล้ว ทงเฮรู้จักเด็กคนนี้ดี มันเป็นเรื่องโกหกชัดๆ หรืออีกนัยนึง เด็กคนนี้อาจรักพี่ชายของตัวเอง จนทำให้เกรงใจกับทุกคน





“วันนี้อากาศดีนะครับ ” ทงเฮมองไปยังพี่จองซูอีกครั้ง พี่จองซูยกมือทั้งสองข้างขึ้นสูงแล้วสูดลมหายใจให้เต็มปอด พี่จองซูหลับตาและยิ้มจนเห็นลักยิ้ม มันทำให้ทงเฮเผลอยิ้มออกมา แต่นั่นทำให้รอยยิ้มของคิบอมเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า เมื่อเห็นว่า ทงเฮกำลังยิ้มให้ใคร





“ คุณซัมมิแต่งงานวันที่อากาศดี ทั้งสองต้องรักกันตลอดไปแน่ๆ ”





“ แล้วทงเฮหล่ะ แต่งงานในวันที่อากาศเป็นอย่างไร ”






“ ผมไม่เคยจำเรื่องแบบนี้หรอกครับ ”






“พี่คิบอมละคะ รู้หรือเปล่า ” โซนินถามขึ้น คิบอมส่ายหน้าแล้วยิ้มฝืดๆ




“เหอะ ไม่รู้เหมือนกันใช่มั้ยคะ”





“….”นั่นนะสินะ เราสองคนแต่งงานในวันที่อากาศเป็นอย่างไร ในวันนั้นมีดาวเต็มท้องฟ้าแบบวันนี้หรือเปล่า ในวันที่เราแต่งงานจะมีเทพบนสรวงสวรรค์มาเป็นพยานให้เราบ้างหรือเปล่า แล้วท่านเหล่านั้นจะอนุญาตให้เรารักกันจนวินาทีสุดท้ายของชีวิตได้มั้ย




“ เข้าข้างในเถอะทงเฮ หนาวแล้ว ขอตัวทงเฮก่อนนะครับ คุณจองซู ” คิบอมจับไหล่บางเอาไว้แล้วยืนซ้อนตัวทงเฮจากทางด้านหลัง ร่างสูงโค้งศีรษะให้จองซู ในขณะที่จองซู พยักหน้ากลับให้คิบอม






“ พี่จองซูก็ควรเข้าไปข้างในได้แล้วนะครับ ”






“ เดี๋ยวพี่ตามไป โซนินอยากกลับไปหาแทมินแล้วหรือยัง ”







“ทำไมหนูต้องกลับไปหาเด็กเนิ๊ดนั่นด้วย”





“…” จองซูวางมือลงบนศีรษะของโซนิน เด็กคนนี้อาจผูกพันกับพี่จองซูตามที่ทงเฮสัญนิษฐาน เพราะพี่จองซูทำให้เด็กบ้านี่ ยิ้มออกมาได้โดยง่ายดาย







“คิบอม คิบอม !! ”
ทั้งสี่คนหันไปทางด้านหลัง แล้วทุกคนก็เห็น ร่างของโจวคยูฮยอนวิ่งกระหืดหอบมาแต่ไกล จนถึงระยะประชิดตัว โจวคยูฮยอนตรงเข้าไปจับไหล่ของคุณสามี สีหน้าแฟนของอีซองมินเป็นสีซีดไม่ต่างจากกระดาษ





“ เกิดเรื่องใหญ่แล้วว่ะมึง ”




“ ทำไม ”





“ตำรวจมาเชิญตัวมึงไปโรงพัก”






“ห๊ะ?!! คยูฮยอน นายพูดว่าอะไร ใครที่กำลังตามหาคุณสามี ”





คยูฮยอนไม่ได้สนใจทงเฮที่พยายามเค้นหาคำตอบรวมถึงอีกสองคนที่ยืนอยู่ด้วย ร่างสูงบอกเพื่อนของตัวเอง





“ รีบไปเถอะคิบอม มึง”






“…….”เราไม่ได้แต่งงานกันในวันที่มีดาวเต็มท้องฟ้าแบบวันนี้หรือ หรือในวันที่เราแต่งงานกัน ไม่มีเทพที่อยู่บนสรวงสวรรค์ลงมาเป็นพยานรักให้เรา ท่านเกลียดชังเราตรงไหน ท่านถึงเพิ่มอุปสรรคในการอยู่ด้วยกันของเรามากมายเหลือเกิน





หรือเพราะผม เคยเป็นนักฆ่าที่โหดเหี้ยม ผมถึงมีความรักแบบที่คนธรรมดาเค้ามีกันไม่ได้







“ รีบไปเถอะคิบอม ”






“…..”






ผมเคยทำผิดอะไรต่อพระเจ้าใหญ่หลวงนัก
ท่านถึงไม่ยอมให้เราอยู่ด้วยกันแบบมีความสุขนานๆเสียที









คิบอมเหลือบมองใบหน้าทงเฮอีกครั้ง แล้วตัดสินใจ ปล่อยมือ…















To be Con..











borA :

หลังจากเวิ้นเว่อก่อนปิดเทอมและติดภารกิจที่ฮ่องกงอยู่เกือบอาทิตย์
ก็ได้ฤกษ์มาลงฟิกเสียที ไม่รู้ว่าฟิกตอนนี้จะพอเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับทุกคนได้หรือเปล่า




HAPPY NEW YEAR 2009 EVERYBODY ค่ะ




ปล . เพลงตอนนี้เพราะจังเลย ลองฟังกันดูนะคะ
ปล2 อ่านแล้วปวดใจกันรึเปล่า แต่คนแต่งปวดใจ เหอเหอ





แล้วเจอกันตอนที่สิบเจ็ดค่ะ

^^