MadamMafia

Madam Mafia IX

posted on 26 Jun 2008 04:05 by boradori  in MadamMafia

Title :: Madam Mafia XVI
Author :: Boradori
Cast :: KiHae , KyuMin




Theme Song :
>>V.O.S - Tu sarang(Two love)
// Must Listen ! //










*~Madam Mafia~*











:: คุณนายมาเฟีย # 19 ::






ดอกอัลมอนด์ เป็นตัวแทนของความหวัง การเฝ้ามอง และสัญญา..

ความหวังของผมคือการดูแลคุณ..ตลอดไป

ขอโทษที่รักษาสัญญาไม่ได้..

Forget Me Not……

…….อย่าลืมฉัน……

คุณลืมผมเถอะนะ…ทงเฮ



ทุกอย่างเหลือเพียงความว่างเปล่า…ไม่มีเงาของคิบอมที่คอยมองทงเฮในมุมใกล้และไกล เดือนนึงแล้วที่ทงเฮไม่เจอคิบอมอีกเลย หลังจากวันที่เราไปสวนสนุกด้วยกัน วันต่อมาคิบอมให้แม่บ้านเอาจดหมายมาให้ทงเฮ เนื้อความในจดหมายอ่านกี่รอบๆ มันก็ทำให้น้ำตารื้นออกมาตรงขอบดวงตา


ทงเฮของผม..


ผมรู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์เรียกคำคำนี้กับคุณอีกแล้ว ผมปล่อยโอกาสที่จะคว้าคุณไว้ให้หลุดลอยไป แต่ผมไม่เสียใจที่ผมเลือกและลงมือทำให้มันเป็นแบบนั้น เพราะถ้าให้ผมเลือกอีก ผมก็คงจะบอกคุณเช่นเดิม ความรักสำหรับผม..มันคือความหวัง..หวังว่าเราจะดูแลคนที่เรารักให้มีความสุขได้โดยที่เค้าไม่ร้องไห้ ตอนที่ผมสูญเสียพ่อแม่ ความรู้สึกที่ถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังบนโลกใบนี้ มันเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวด ผมจึงบอกตัวเองว่า ถ้าหากผมรักใคร…ผมจะไม่มีทางทิ้งเค้าไว้ให้อยู่ในความเจ็บปวดทรมาน…จนกระทั่งผมพบคุณ……

คุณเคยเชื่อเรื่องรักแรกที่เราตามหามั้ย? วันนั้นผมเจอรักแรกของผม มันเป็นความรักที่ผมคิดว่าจะไม่ปล่อยให้หลุดหายไปอีก..แม้ว่าจะต้องใช้แรงทั้งหมดจับมันไว้ ผมก็จะพยายาม..แต่สุดท้าย ผมก็ปล่อยความรักนั้นจากไป..ด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียว ผมไม่อยากเห็นคุณเจ็บปวด
หากความรักของคุณ คือการรักกันโดยไม่มีสิ่งปิดบัง ความรักของผม…คงเป็นการปกป้องคุณไว้ มอบสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข
ขอโทษนะ……ที่ความรักทั้งหมดของผม มันทำให้คุณเสียใจ วันนี้.. เรื่องของเรา ถึงได้…ลงเอยที่จุดซึ่ง..ต้องแยกทางกัน
ผมรักคุณ…ทงเฮ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังยืนยันคำเดิม แม้ว่าคำว่ารักของผม จะรั้งคุณไว้ไม่ได้ เพราะไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการ แต่ผมก็ยัง รักคุณ..

ผมตามหาความรักที่คุณต้องการไม่ได้ ตามสัญญาผมต้องจากคุณไปแล้วสินะ..ผมไม่อยากเอ่ยคำลาเลย ผมพิมจดหมายให้ยาวเข้าไว้เพราะไม่อยากให้ถึงคำๆนี้ในท้ายที่สุด..เวลามันเดินผ่านไปทุกนาที ผมรู้ดีว่าผมคงฝืนมันไว้นานไม่ได้…..ทงเฮดูแลตัวเองดีๆนะ พยายามทานข้าวแม้ว่าจะไม่อยากทานก็ต้องทานบ้างเพื่อตัวคุณเอง อย่าลืมทานยา..และอย่าออกไปดูหิ่งห้อยคนเดียวในตอนดึกอีกนะ น้ำค้างจะทำให้คุณไม่สบาย..ผมมีเรื่องบอกคุณเยอะแยะไปหมด..จนไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อนดี…ทงเฮ..ใช้ชีวิตให้มีความสุขนะ อย่าร้องไห้ ทงเฮของผมเป็นคนที่เข้มแข็ง ยิ้มไว้นะ เหนื่อยและล้าแค่ไหน ยิ้มไว้นะ เวลาที่คุณยิ้ม ใบหน้าของคุณดูดีที่สุดเลย

ทงเฮ..คุณเห็นดอกไม้ที่ผมเสียบมาคู่กับดอกอัลมอนด์มั้ย.. กลีบดอกมันยังไม่บาน มันคือดอก Forget Me Not….ความหมายของมันแปลว่า ความทรงจำที่ดี และรักแท้

รักแท้ของผม…

Forget Me Not..

อย่าลืมฉัน..

คุณลืมผมเถอะนะ…ทงเฮ..

“ลาก่อน..”



คุณสามีของคุณ

…..คิมคิบอม….




ดอกอัลมอนด์และดอกForget Me Not แห้งเหี่ยวลงจนเป็นสีน้ำตาลคล้ำ แต่มันก็ยังถูกพับเก็บไว้ในจดหมายตามเดิม ทงเฮปิดจดหมายฉบับนั้นลง และเดินมามองพระอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนตัวลับขอบฟ้า ท้องฟ้าบางส่วนเริ่มเป็นสีน้ำเงินมืด แต่บางส่วนก็ยังเป็นสีส้มของแสงอาทิตย์ที่ยังคงหลงเหลือ….ช่วงเวลาที่ท้องฟ้าเป็นสีหม่น คงเป็นช่วงที่ขอบฟ้าเข้าใกล้จิตใจของมนุษย์ที่สุด น้ำตาของมนุษย์จะไหลออกมาง่าย เมื่อคิดถึงใครอีกคนที่อยู่บนขอบฟ้าเดียวกัน เพราะไม่รู้ว่า ท้องฟ้าที่เค้าเห็นจะเป็นสีที่แสดงความรู้สึกแบบไหน ขอบฟ้าที่เค้าอยู่จะไกลรึเปล่า…ท้องฟ้าตรงนั้นจะต่างจากตรงนี้หรือไม่ ทุกอย่างมีแต่การคาดเดา..

ทงเฮถอนหายใจให้กับความคิดที่ไม่มีจุดสิ้นสุดแบบนี้ ร่างบางเอามือกำหัวใจที่กำลังสั่นไหวของตัวเองจนมันกลับมาเต้นเป็นปกติแบบเดิมทงเฮถึงปิดเปลือกตาที่เปลือกชื้นลง ร่างบางทอดกายนอนเรียบลงบนเตียง น้ำตาที่ไหลออกมาอีกทงเฮไม่ยกมือขึ้นเช็ดให้เสียเวลา ทงเฮพยายามทำตัวเองให้ชินกับความเสียใจ บางทีถ้าร้องไห้ไปเรื่อยๆ ทงเฮอาจจะลืมคิมคิบอมแบบที่อีกฝ่ายบอกไว้ในจดหมาย…ลืมความรักที่เป็นทุกอย่างของชีวิตแบบนี้เสียที

คุณลืมผมเถอะนะ…ทงเฮ..



ฉันจะปล่อยความทรงจำทุกอย่างไปกับน้ำตา แล้วลืมเรื่องทั้งหมดของเรา


นาย….. คุณสามี.…คิมคิบอม…
…..เวลาที่เราอยู่ด้วยกัน………..

หัวใจที่ผ่านการร้องไห้มา มันคงแข็งแรงขึ้น จนทำให้ฉันเป็นคนใหม่ได้

นายอยู่ไหน? ฉันจะเลิกถามถึงคำถามนี้..
ฉันคิดถึงนาย…ฉันจะบอกตัวเองว่าไม่มีนาย..

ความทรงจำของเราขอให้สายลมพัดไปพร้อมกับความมืดสนิทของท้องฟ้า ฉันจะร้องไห้และเรียกหานายแค่ในวันนี้..


เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น…..จะมีแค่เพียงลีทงเฮที่เข้มแข็ง..
เปิดภาคเรียนใหม่มา…ฉันจะกลับเป็นลีทงเฮ ที่สดใสของซองมิน แบบเดิม…….ใช้ชีวิตทุกอย่างเหมือนตอนที่ฉันไม่มีนาย..

ฉันบอกตัวเองไว้แบบนั้น…….





พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว โลกเปลี่ยนไปอีกวัน บางอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว..แบบที่ทงเฮต้องการ..




“เป็นอะไร!! แอ๊บ!” ซองมินยกศีรษะที่นอนเรียบลงกับโต๊ะขึ้นมอง เมื่อรู้สึกถึงแรงที่แตะบนศีรษะของตน คนที่อยู่ตรงหน้าซองมินเป็นทงเฮที่กำลังยิ้มให้ ร่างบางเดินไปวางของบนโต๊ะที่อยู่ถัดจากซองมิน เสร็จแล้วก็ยกเก้าอี้มานั่งด้วย ทงเฮถามหาการบ้าน…และรายงานที่ต้องส่งในอีกสองสามวัน..

เราเปิดเทอมแล้ว…ทงเฮคนเดิมกลับมาแล้ว……แต่ซองมินก็ยังเป็นซองมินที่เหี่ยวอยู่กับเรื่องของคยูฮยอน..ซองมินเคยชินกับเรื่องที่ทำให้มีความสุข เพราะทุกอย่างซองมินทำด้วยความมั่นใจ เวลาที่มีความทุกข์และผิดหวัง ซองมินเลยขจัดความทุกข์นั้นออกจากตัวได้ยากเหลือเกิน..

“ไฮโซ แกทำอะไรอ่า การบ้านวิชาวรรณคดีเหรอ?”

“อืม วิเคราะห์บทความนี้ ฉันยังงงอยู่เลย..”

“ไหน ขอฉันดูด้วย ” เห็นทงเฮร่าเริงและขวนขวายเรื่องการเรียน ซองมินเลยขยับตัวให้พ้นจากอาการหงอยทางจิตใจ มือบางหยิบหนังสือของตัวเองขึ้นมาบ้าง บางทีการทำใจให้จดจ่อกับอย่างอื่น คงทำให้ซองมินเลิกคิดถึงคยูฮยอนได้บ้าง..



การแก้ไขของซองมินมันไม่ได้ผล…เมื่อเห็นคนที่เป็นต้นเหตุเดินมาไกลๆ หัวใจของซองมินก็กลับมาสั่นคลอนได้เหมือนเดิม
วันนี้อาจารย์ที่สอนปล่อยเย็นมากแล้ว ประตูด้านหน้ามหา’ลัยปิด ซองมินเลยต้องเดินมารอรถที่ประตูทางด้านข้าง ซองมินลืมไปเลยว่า คณะของคยูฮยอนอยู่ตรงนั้น.มันเป็นการเจอกันครั้งแรกของเรา..หลังจากวันนั้นที่คยูฮยอนจากไป.คยูฮยอนเดินมากับเพื่อนสามสี่คน
ซองมินเป็นฝ่ายมองเห็นคยูฮยอนก่อน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ซองมินได้เปรียบ ตรงกันข้าม มันกลับทำให้ซองมินเจ็บจนแน่นไปหมด เมื่อเราสบตากันแล้วคยูฮยอนเมินผ่านไปยิ้มคุยเล่นกับเพื่อนต่อโดยมองไม่เห็นซองมิน มันเป็นแบบนั้น จนเมื่อเราเดินสวนกัน มันก็เป็นแบบนั้น มีแต่อีซองมินที่มองคยูฮยอนอยู่ฝ่ายเดียว
ซองมินออกแรงบีบเพื่อกำหนังสือในมือให้แน่นขึ้น..นันย์ตากลมโตของซองมินสั่นไหว ทุกความรู้สึกถูกความเจ็บดันให้ขึ้นมาอยู่ตรงดวงตา มันร้าวและปวดไปหมด ชั่วอึดใจไม่ถึงหนึ่งนาที ความพยายามทั้งหมดของซองมินพังลงมาไปเป็นท่า ทั้งที่บอกตัวเองว่าจะไม่เป็นแบบนี้อีกแล้ว ในที่สุด อีซองมินคนนี้ก็ยังคงต้องร้องไห้เพราะโจวคยูฮยอน





คยูฮยอนยืนติดกับรั้วเหล็กที่อยู่ข้างแทงค์น้ำ ทุกส่วนในมหา’ลัยเริ่มมืด คลื่นมนุษย์ซึ่งเดินผ่านไปมาน้อยลงจนเห็นเลือนราง ร่างสูงก็ยังยืนอยู่อย่างนั้น มีเพียงแสงไฟสีส้มตรงปลายแท่งบุหรี่เป็นเพื่อนอย่างเดียว จนกระทั่งรถของใครคนนึงแล่นมาจอดตรงหน้า ร่างสูงที่ได้มีการขยับตัวจากท่าเดิม

“กูมาแล้ว”

“เอรี้ย เทมป์ กูโทรหามึงตั้งนานทำไมเพิ่งมา” ซึงฮยอนหลบข้อศอกที่กำลังจะเหวี่ยงโดนศีรษะของเค้า ร่างสูงดึงบุหรี่ออกจากริมฝีปากของเพื่อนที่กำลังพ่นเขม่าควันสีเทาออกมา

“กูมีสองเท้า ขับรถมาไม่ได้เหาะ แล้วอยากโดนตัดคะแนนความประพฤติรึไง แม่ง ยืน สูบบุหรี่ในรั้วมหา’ลัย”

“เออ ช่างกู..กูเครียด” คยูฮยอนอาศัยความเร็วฉวยบุหรี่กลับมา ร่างสูงในชุดนักศึกษา ชายเสื้อหลุดลุ่ย นั่งลงบนโต๊ะชันเข่าขึ้นวางไว้บนม้านั่ง บุหรี่ที่สูบค้างไว้ถูกวางไม่สนใจอยู่ข้างๆ

“เออ มีไร ถึงขั้นเอามือกุมขมับ โทรเรียกกูให้มาเก็บศพมึงรึไงครับ คุณโจวคยูฮยอน”

“…….” คยูฮยอนนิ่งไปเหมือนไม่มีชีวิต พูดมาอีกทีซึงฮยอนกลับต้องเป็นฝ่ายนิ่งใบ้และพูดอะไรไม่ออก



“…..กูเจอซองมิน..เมื่อสิบนาทีที่แล้วตรงหน้าคณะ”



“ซองมินเดินมาคนเดียว..กูคุยอยู่กับเพื่อน”


“..เทมป์..” คยูฮยอนนิ่งไปอีกแล้ว

“เอรี้ยอะไรมึง เรียกแล้วไม่พูด”



“ตอนสวนกัน กูไม่ได้มอง แต่เห็นว่าตาแดงๆ มึงช่วยไปดูเค้าให้กูที”


“ไอ้เชี่ยะ!!” ซึงฮยอนอยากเอามือฟาดลงให้กระหม่อมหนาๆของคยูฮยอนให้รู้สึกแต่ก็สงสาร เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คยูฮยอนโทรตามให้เค้ามาหาเพราะเรื่องของซองมิน.. วันที่คยูฮยอนเลิกกับคุณหนูซองมิน มันโทรมาบอกให้เค้าไปดูคุณหนูซองมินที่อาพาร์ทเมนต์ให้หน่อย..

เค้ากลับมาก็ถาม..ว่าเป็นยังไง พอเค้าบอกว่า ตอนเค้าเข้าไป ไฟในห้องคุณหนูซองมินปิดหมดทุกดวง คุณหนูนั่งลูบขนเจ้าชิวาวาแล้วร้องไห้อยู่ตรงระเบียง คยูฮยอนมันก็ถือเหล้าหนึ่งขวดเดินออกไปข้างนอกทันที…เค้าเห็นว่า เพื่อนของเค้ายันฝ่ามือเข้าหาฝาผนังครั้งแล้วครั้งเล่า คยูฮยอนระบายอารมณ์ออกไปแบบนั้น ก่อนที่มันจะทรุดนั่งลงบนพื้น..เข้าไปพูดอะไรด้วยมันก็ไม่ยอมตอบ มันพูดแต่แค่ว่า “เจ็บว่ะ กูจะตายมั้ย” เท่านั้น..



“ไอ้คยู กูไม่ไปให้ ถ้ามึงอยากไปมึงไปเอง มึงมัวแต่เป็นอยู่แบบนี้นี่แหละ จะทำให้มึงอกแตกตาย”

“ไอ้เพื่อนเวร กูไม่ได้ให้มึงมาสอน กูบอกให้มึงช่วยไปดู… ช่วยไปดู….กูขอร้อง ” สายตาคยูฮยอนอ้อนวอน ซึงฮยอนถามย้อน

“แล้วทำไมมึงไม่ไปเอง ถ้ามึงเป็นห่วงนักก็แสดงออกสิว่ะ เห็นอยู่ชัดๆ ว่ามึงยังรั…....”


“เอรี้ย! อย่าพูดคำนี้ ”


“กูจะพูด กูพูดความจริง มึงยอมรับเถอะวะ ว่ามึงรักคุณหนูซองมิน ต่อให้เจ็บจากการที่เค้าหลอกมึงมึงก็ยังรักเค้า…..”


“……” คยูฮยอนเถียงไม่ออก ใบหน้าที่เงยขึ้นจะด่าเพื่อน เลยก้มกลับไปขนานลำตัวตามเดิม

“คิดนาน ไม่มีอะไรเหลือนะเว้ย มัวเล่นแง่กับความรักน่ะ” ซึงฮยอนตบไหล่คยูฮยอนสองที เสียงเครื่องยนต์แล่นไปไกล คยูฮยอนก็ยังนั่งอยู่ท่าเดิม..ทั้งๆที่การเดินไปหาอย่างที่ซึงฮยอนว่าไม่ได้ยากเลย ก็แค่ก้าวขาออกไป แต่นั่นแหละ มันเป็นสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับคยูฮยอน


คยูฮยอนทำเรื่องง่ายๆแบบที่ซึงฮยอนบอกไม่ได้…สุดท้ายแล้ว คยูฮยอนก็ปล่อยให้มันผ่านไป โดยไม่ได้ทำอะไรเลย…….




เพราะวันนั้นปล่อยไปแบบนั้น วันนี้คยูฮยอนถึงมานั่งเป็นหนูติดจั่นอยู่ตรงหน้าอาพาร์ทเมนต์
คยูฮยอนใช้เวลาหลังเลิกเรียนขับรถเพื่อมารอว่า อีซองมินกลับมาที่อาพาร์ทเมนต์ปลอดภัยรึเปล่า..เมื่อเห็นแล้วว่ากลับมาถึง ความไม่รู้จักพอในใจก็บอกให้รอต่อไปอีก..เค้าอยากรู้ว่าอีซองมินจะทำอะไร นอนดึกมั้ย จะเข้านอนกี่โมง คยูฮยอนหงุดหงิดใจที่ตัวเองยังเป็นอยู่แบบนี้ แต่เค้าก็รอ..

ร่างที่เอนกายลงแนบกับเบาะคนขับ ขยับลุกขึ้นนิดนึง เมื่อเห็นคนตัวนิ่มในชุดเสื้อยืดสีชมพูเดินออกมาจากอาพาร์ทเมนต์ เค้าเห็นร่างเล็กก้าวขาขึ้นไปตรงถนนทางด้านขวาที่มีทางเลี้ยวเข้าไปอีกซอย คยูฮยอนชำเลืองมองนาฬิกา เที่ยงคืนกว่าแล้ว อีซองมินจะไปไหน?

คยูฮยอนเดินตามอย่างช้าๆ เค้าพยายามระวังไม่ให้อีซองมินรู้ตัว ลมพัดแรงขึ้น คยูฮยอนเห็นคนตัวเล็กที่เดินอยู่หน้าเค้าจามติดๆกันหลายครั้งแล้ว ร่างสูงแอบติเตียนในใจ ออกมาข้างนอก หนาวขนาดนี้ อีซองมินก็ยังใส่เสื้อยืดเพียงตัวเดียว หรืออีซองมินขี้ลืมจะลืมหยิบเสื้อหนาวติดมือมาด้วยนะ คิดถึงแค่นี้ เค้าก็บอกตัวเองไม่ให้คิดต่อ เนื่องจากว่า หน้าที่หยิบเสื้อหนาวสวมให้อีซองมินก่อนออกนอกห้องทุกครั้ง เป็นหน้าที่ของคยูฮยอน..

“หิวเหรอ?” คยูฮยอนมองตามเมื่อเห็นว่าจุดมุ่งหมายของอีซองมินคือมินิมาร์ทเล็กๆที่อยู่ตรงกลางซอย เค้าเดินมาถึงข้างหน้าและแอบมองทางกระจก อีซองมินหยิบมาม่าคัพและกำลังจะกดน้ำร้อน..

“หิว แต่เลือกกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ตอนเที่ยงคืน ” คยูฮยอนว่าอีซองมินเป็นเรื่องที่สอง เห็นร่างเล็กก้มหยิบของอีกสองสามอย่างและกำลังเดินไปเคาท์เตอร์เพื่อจ่ายเงิน คยูฮยอนเลยย้ายสังขารตัวเอง มาอยู่อีกฝั่งที่ไม่ใช่ฝั่งที่ประตูเปิดออกมา..เค้าถอดเสื้อโค้ทออกและยืนต่อสู้กับอากาศที่หนาวจัด รอสักพักอีซองมินก็ยังไม่ออกมา ร่างสูงจึงตัดสินใจวิ่งข้ามถนนไปยังร้านแผงลอยที่มีไฟสีส้มหน้าร้านและคนเข้าแถวออกันเต็ม หันมาอีกทีลีซองมินก็เดินลิ่วๆกลับไปทางเดิม เดินจวนจะถึงอาพาร์ทเมนต์อยู่แล้ว คยูฮยอนวิ่งตามเข้าไปในอาพาร์ทเมนต์ ดีที่เค้าเอามือขวางลิฟต์ก่อนที่มันจะปิดไว้ได้


ตุบ!!


อีซองมินที่กำลังก้มเก็บของที่ซื้อมารวมไว้ในถุงเดียวกันตกใจจนถุงที่อยู่ในมือหล่นไปกองอยู่ตรงปลายเท้า เมื่อเห็นว่า คนที่เข้ามาในลิฟต์เป็นใคร ดวงตากลมโตจ้องใบหน้าของคยูฮยอน ในขณะที่คยูฮยอนมองร่างของซองมินที่มีความชื้นของน้ำค้างเกาะอยู่ตรงทั่วตัวด้วยใบหน้าที่เป็นสีจัดขึ้น เสียงทุ้มพูดดัง พร้อมๆกับการเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดเนื้อตัวที่เปียกของซองมิน


“ออกไปข้างนอก อยากหนาวตายรึไง ไม่ยอมใส่เสื้อโค้ท ”
ซองมินมองเสื้อโค้ทของคยูฮยอนซึ่งคยูฮยอนถอดพาดไว้บนบ่า ดวงตากลมโตมีประกายของน้ำใส คยูฮยอนเก็บของที่หล่นบนพื้นและดึงถุงที่เหลืออยู่ในมือของซองมินมาถือไว้ ดึงพวกมาม่าคัพออกมา แล้วใส่ถุงมันอบกับฟักทองนึ่งที่ตัวเองวิ่งไปซื้อมาลงไป

“อาหารขยะพวกนี้ จะกินให้สมองฝ่อรึไง กินของแบบนี้นะสิ ถึงได้ซูบลงๆ”
คยูฮยอนยังคงพูดไปเรื่อย ใบหน้าของคยูฮยอนเย็นชาไม่มีแม้รอยยิ้ม เสียงคยูฮยอนกรรโชกโฮกฮาก แต่คำพูดทุกคำของคยูฮยอนกลับทำให้อีซองมินหัวใจเต้นแรง

เสียงลิฟท์ดังติ๊งบอกเมื่อถึงชั้นเป้าหมาย คยูฮยอนคว้าข้อมือซองมินไว้ แรงฝืนข้อมือทำให้คนเดินนำหันกลับมามอง


“จะไปส่งห้อง..”


“….” มือของคยูฮยอนใหญ่และหยาบกระด้างกว่าผู้ชายทั่วไป แต่มันไม่ได้ทอนความเป็นห่วงน้อยลงจากเมื่อก่อนเมื่อจับอยู่กับมือของอีซองมิน


“นี่ลืมล็อกห้องอีกแล้วใช่มั้ย”
ซองมินมองคยูฮยอนล้วงกุญแจออกจากกระเป๋ากางเกงและใส่มันกลับไปไว้ตามเดิม ประกายน้ำใสในดวงตากลมโตเพิ่มขึ้นอีก เมื่อเห็นว่าคยูฮยอนยังเก็บกุญแจห้องที่เป็นส่วนของคยูฮยอนไว้กับตัว และจดจำนิสัยประจำของซองมินเมื่อก่อนได้ไม่ลืม

ร่างสูงเปิดไฟในห้อง ซองมินก้าวขาตามไป คยูฮยอนวางของทั้งหมดลงบนโต๊ะกินข้าว เจ้าของใบหน้าคมเดินกลับมาหยุดตรงหน้าซองมิน แวบเดียวเท่านั้นที่คยูฮยอนมองซองมินและพูดออกมาหนึ่งคำ


“ห้ามลืมอีก……เสื้อโค้ทอยู่บนโต๊ะ ”
คยูฮยอนวางเสื้อโค้ทของคยูฮยอนไว้ให้ซองมิน ร่างเล็กน้ำตารื้น ซองมินวิ่งเข้าไปกอดตัวคยูฮยอนจากทางด้านหลัง ขาคยูฮยอนหยุดค้างอยู่ที่ประตู




“.อย่าไป”

“………”

“คยูฮยอน..อย่าไปนะ..”

“….”

“อย่าทิ้งซองมินไปเลยนะ..”

“…”

“ซองมินรักคยูฮยอน”

“…..”


“ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันเหมือนกัน..”

“……..”

“ซองมินโกหกคยูฮยอนเพื่อเข้าหา..”

“………”

“เหตุผลทุกอย่างที่ซองมินทำไปจนถึงวันนี้…เพราะซองมินรักคยูฮยอน..”

“……”


“คยูฮยอน..อย่าไปเลยนะ..”

“……..”

“อย่าทิ้งซองมินไปนะ” ดวงตาของคยูฮยอนเป็นสีแดงคลอกับน้ำ สิ่งที่ถูกปิดกั้นไว้ภายใต้หน้ากากเฉยชาถูกความรู้สึกจริงๆในหัวใจดันออกมาจนไม่สามารถปิดบัง คยูฮยอนพยายามควบคุมความรู้สึกแล้วแต่ทำไม่ได้

น้ำตาของอีซองมินทำให้ทุกอย่างในตัวของคยูฮยอนพร่าเลือนนอกจากหัวใจที่มันดังชัดเจนถึงความต้องการ…….คยูฮยอนต้องการซองมิน…โจวคยูฮยอนต้องการอีซองมิน


มือหยาบกระด้างจับมือซองมินที่แนบตรงกลางลำตัว ร่างสูงพลิกตัวหันกลับไปหา คยูฮยอนกดศีรษะของซองมินให้จมลงที่อก โอบตัวร่างเล็กไว้ด้วยความหวงแหนและโหยหา สองเขนของคยูฮยอนรัดร่างสองมินไว้ไม่ปล่อย แผ่นอกบ้างสะท้าน เสียงหวานสั่นเครือ ซองมินสะอื้นหนัก

“คยูฮยอน..ซองมินรัก รักคยูฮ……”


“อย่า…”


“…….”

“ไม่ต้องพูดแล้ว”

“……..”

“ผมรู้แล้ว ไม่ต้องพูด ”

“ซองมิน”


“อย่า…อย่าพูดอะไร ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น “


“………”


“ อยู่นิ่งๆ…ให้ผมกอด……ผมคิดถึงซองมินจนจะบ้าอยู่แล้ว ซองมินรู้บ้างมั้ย!!”


“……”


“ขอโทษ ซองมิน ผมขอโทษ..”
อ้อมกอดของคยูฮยอนรัดเอวของซองมินแน่น แขนคยูฮยอนกอดซองมินไว้ทั้งตัว มือซองมินแตะตรงเอวของคยูฮยอน..เราผละออกมามองกัน คยูฮยอนเกลี่ยน้ำตาให้ซองมิน จูบทุกหยดน้ำที่ไหลออกมาตรงหางตา ริมฝีปากเราเคลื่อนเข้าหากันเหมือนแรงดึงดูด

เสียงสะอื้นของซองมินคลายลง เมื่อลมหายใจเราหล่อเลี้ยงไปด้วยกัน จูบของคยูฮยอนอ่อนโยนและนุ่มนวล จูบแบบนี้ เรียกว่าจูบกันจริงๆใช่มั้ย ไม่ใช่หลังม่านที่มีตัวตนที่อีกฝ่ายไม่รู้จักแบบเมื่อก่อน

….เราจูบกันเพราะ วันนี้เรารักกันจริงๆใช่มั้ย…



ความเสียใจที่เกิดจากความผิดหวังทั้งหมด..

ขอโทษ..ซองมินรู้
ขอโทษ..คยูฮยอนรู้

วันนี้…เรารักกัน…เรารู้..
ไม่ว่าต่อไปจะมีอะไรเกิดขึ้นในอนาคต…เราจะจับมือกันไว้…..เรารู้ใช่มั้ย?

“ผมรู้…ขอโทษที่ทำให้ซองมินเสียใจ”
“ไม่เป็นไร..”


เราจะไม่พูดคำว่าปล่อยมือ แต่จะหันหน้าเพื่อทำความเข้าใจกันใหม่ด้วยคำว่า ไม่เป็นไร…….
ต่อจากนี้เราจะเริ่มต้นคบกันใหม่ด้วยคำว่า แฟน จริงๆ



“ซองมิน”
“คยูฮยอน”


เราเป็นแฟนกันจริงๆแล้วนะ

 

“ซองมินครับ เอาสลัดปลามั้ยครับ ซองมินชอบ”

“ดีกันแล้ว? ”

“อะไรไฮโซ…. เอากุ้งดีกว่าคยูฮยอนชอบกินสลัดกุ้ง”

“งั้นเอาสลัดปลากับกุ้งผสมกันนะครับ”

“……” ทงเฮนั่งมองคยูฮยอนกับซองมินสวีทกัน ตอนแรกที่ซองมินบอกทงเฮว่านัดเพื่อนมากินข้าวด้วย ร่างบางตกใจมากเมื่อมาถึงแล้วพบว่าเพื่อนคนนั้นคือคยูฮยอน..คำตอบของซองมินที่ว่าคืนดีกันรึยัง ทงเฮไม่อยากรู้คำตอบแล้วยิ่งเมื่อเห็นแบบนี้ ทั้งสองผลัดกันเอาใจกัน บางครั้งซองมินก็ถูกคยูฮยอนดุ ตัวซองมินเองก็ไม่ต้องทำเสียงซื่อให้คยูฮยอนสงสาร ซองมินคนที่อยู่กับทงเฮเป็นยังไง ซองมินที่อยู่กับคยูฮยอนตอนนี้ก็เป็นแบบนั้น…ความรักมันก็มีแค่นี้…ถ้ารับในตัวของอีกฝ่ายและทำความเข้าใจ แบ่งปันความรู้สึกกันได้ ทุกอย่างก็ลงตัว ขนาดว่าทงเฮก้มหน้า..ข้างบนซองมินทำหน้าค้อนใส่คยูฮยอน..เค้ายังเห็นซองมินและคยูฮยอนจับมือกันอยู่ใต้โต๊ะ

ทงเฮมองทั้งคู่ ร่างบางหัวเราะฝืดๆให้กับตัวเอง ทั้งที่ความรักมันเป็นเรื่องง่ายและมีจุดที่คลิกให้ตรงกันได้นิดเดียว แต่ความรักของทงเฮกลับไม่เป็นอย่างนั้น ทงเฮอิจฉาซองมิน อิจฉา ที่ซองมินทำความเข้าใจอะไรได้โดยไม่ต้องใช้เวลา เค้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองต้องตั้งกฎเกณฑ์สำหรับความรักไว้มากมาย…ถ้าทงเฮคิดแค่เพียงว่า นี่เป็นคิบอม คนที่ทงเฮรัก..ลืมเรื่องทุกอย่างและคิดแค่นี้คงทำให้เรารักกันได้…แต่มันจะมีประโยชน์อะไร คิดได้ตอนนี้…ข้างกายของทงเฮก็มองไม่เห็นคิบอมอีกแล้ว

“หวัดดีเทมป์ ” ทงเฮฝืนยิ้มเมื่อซึงฮยอนที่เพิ่งมาถึงย่อตัวนั่งลงข้างๆ ชื่อที่คยูฮยอนถามขึ้นมาทำให้หัวใจของทงเฮกระตุกจนเบาหวิว

“คิบอมหล่ะ”


“ไม่มา กูบอกแล้วไม่ต้องชวน คนจะไปเมืองนอกเย็นนี้ ใครจะมีอารมณ์มานั่งชิวกินข้าว ”


“…….” คำบอกของซึงฮยอนยิ่งทำให้หัวใจของทงเฮตกไปอยู่ตรงปลายเท้า สมองของทงเฮตื้อไปหมด ยิ่งเมื่อคยูฮยอนถามรายละเอียดแล้วซึงฮยอนบอกให้ใจหายว่า ………ไปครั้งนี้แล้ว..คิบอมอาจจะไม่กลับมาที่เกาหลีอีกเลย..

“ซองมินครับทำไมคุณป๋าของซองมินถึงส่งคิบอมไปเยอรมันละครับ”

“คิบอมเลือกเอง คิบอมขอคุณป๋าไปน่ะ”

“ไอ้คยู กูว่าดีแล้วหล่ะ มึงไม่เห็นสภาพมันรึไงแต่ละวัน ทำงานบ้าคลั่งขนาดนั้น บางทีไปอยู่ที่อื่น สภาพใจมันอาจดีขึ้นกว่านี้”

“ขอตัวก่อนนะ เราคงต้องกลับก่อน” ทงเฮลุกพรวด ซองมินตกใจเพราะร่างเล็กเห็นว่า ใบหน้าของเพื่อนมีน้ำตาไหลออกมา ซองมินจะลุกไปปลอบแต่คยูฮยอนรั้งไว้

“ทงเฮจะไปไหนเหรอครับ?” ไม่มีหน่วยกล้าตายที่ไหนกล้าถามคำถามนี้นอกจากโจวคยูฮยอนซึ่งเป็นคนโผงผางและตรงที่สุด

“เรา…..เรา…”

“ถ้าจะไปหาคิบอม……ผมจะให้เทมป์ขับรถไปส่ง มันคงดีกว่าไปรถเมล์ ” ซึงฮยอนเป็นบุคคลที่อยู่ภายใต้อาณัติของคยูฮยอน ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนบังเกิดเกล้า แต่ถึงคยูฮยอนไม่บอกแบบนั้น ซึงฮยอนก็เตรียมหยิบกุญแจรถออกมารอไว้แล้ว…..ทงเฮมองทุกคนน้ำตารื้นเต็มไปหมด



หัวใจที่เข้มแข็งของทงเฮ มันบีบตัวด้วยความเจ็บปวด แค่เพียงได้ยินชื่อของคิบอม
มันแห้งเหี่ยวลง เมื่อได้ยินว่า คิบอมจะไปแล้วไม่กลับมาอีกเลย
มันรู้สึกถึงการจากไปและสูญเสีย……
ไม่ใช่แค่ชีวิต แต่เป็นลมหายใจที่จะทำให้ชีวิตดำเนินได้ต่อไป
แค่คิด มันก็เหมือนตายทั้งเป็น..


หากการรออยู่ที่เดิมจะทำให้หัวใจตายลงอย่างช้าๆ ทงเฮขอเลือกทางที่จะวิ่งเข้าหา จะพบเจออะไรบ้าง ทงเฮไม่สนใจ ทงเฮขอเพียงอย่างเดียว…..


“คิบอม..”

“คุณสามี”

“รอก่อนนะ อย่าเพิ่งไป”



เทมป์บอกว่าเครื่องออกตอนทุ่มตรง ตอนนี้..ห้าโมงเย็น… ไม่มีวันไหนที่ทงเฮอยากให้เวลาเดินช้าลงเท่าวันนี้เลย ทันที่ที่เทมป์จอดรถตรงหน้าบ้านของซองมิน ทงเฮก็รีบวิ่งลงจากรถ ร่างบางตรงไปยังเรือนเล็กชั้นเดียว ซึ่งอยู่ข้างๆคฤหาสน์หลังใหญ่ เทมป์บอกว่า ที่นี่เป็นที่อยู่ของคิบอม ทงเฮก้าวขาเข้าไปข้างในทั้งน้ำตา ร่างบางหวาดกลัวเมื่อมองที่ห้องรับแขก ห้องครัว ทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบไม่มีแม้แต่เงาของคิบอม ทงเฮตรงดิ่งไปยังห้องนอน…ข้าวของทุกอย่างในนั้นถูกคลุมด้วยผ้าสีขาว ยกเว้นชั้นวางเล็กๆสองชั้นที่แขวนอยู่ตรงข้างๆหัวเตียง รูปและข้อความที่ติดอยู่ตรงชั้นวางนั้นทำให้หัวใจของทงเฮชา..จนหยุดนิ่ง ลายมือคุ้นตา..ลายมือของคิบอม


คุณเชื่อในพรหมลิขิตมั้ย?
…….ผมเชื่อนะ………



รูปที่มีข้อความเขียนอยู่นั้นเป็นรูปของทงเฮตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นเด็กวางคู่อยู่กับรูปคู่ของเราตอนที่อยู่ที่นัมยอง ในรูปเรานอนอยู่บนเตียง เราจับมือกัน ทงเฮเอียงซบพิงหัวไหล่คิบอม ใต้ภาพ……เขียนคำว่า……….”ความรัก..”

น้ำตาทงเฮไหล ทงเฮหยิบรูปตัวเองตอนเป็นเด็กขึ้นมาดู หัวใจของทงเฮเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ…เมื่อข้างหลังรูปนั้นมีข้อความเขียนอยู่เจ็ดแปดบรรทัด


“จอมซน..”

ตอนที่ผมเป็นเด็ก..ผมเรียกเด็กชายคนนึงที่บังเอิญเจอกันในงานเลี้ยงว่าแบบนี้ วันนั้นผมจับพลัดจับผลูต้องวิ่งมากับเค้าซึ่งถูกคนอื่นไล่ตามจับเนื่องจากผมยืนอยูในตำแหน่งที่ขวางทาง เราวิ่งออกจากห้องแกรนด์บอลลูน ไปหลบอยู่ในสวนของโรงแรม เค้าเป็นเด็กผู้ชายที่ตัวเล็กแต่วิ่งเก่งมาก จำได้ว่าคำแรกที่เค้าพูดกับผมมันกวนแค่ไหน

“ไง..” ผมต้องกลั้นยิ้มแทบแย่ เค้าเขย่งข้อเท้าให้สูงเท่าผมด้วย เราวิ่งเล่นกันได้สองสามรอบ เค้าก็นั่งแหมะลงกับหญ้าเขียวๆเหมือนตอนแรกที่เราหลบคนไล่ตาม แก้มขาวๆของเค้าเป็นสีแดง เค้าแลบลิ้นแล้วบอกผมว่า เหนื่อยแล้ว…

เราคุยเล่นกันตามประสาเด็ก..จนกระทั่งเค้าเหลือบไปเห็นดอกไม้ดอกนึงที่มีอยู่ดอกเดียวตรงซุ้มเหล็กดัด นิ้วป้อมๆของเค้าสะกิดแล้วถามผมว่า มันคือดอกอะไร


“Forget Me Not” ผมบอกเค้าไปแบบนั้น..เค้าทำหน้าฉงน

“แปลว่าอะไร อยากรู้..”

“อย่าลืมฉัน…… กลีบดอกของมันแทนความหมายว่า….รักแท้”

“แล้วดอกมันจะบานมั้ย ทำไมมันยังไม่บานอยากเห็น”

“ยังไม่ถึงเวลามั้ง ไม่รู้..”

“เหรอ?”

“สักวันจะเอาให้ดู…….”


ผมบอกเค้าเสียงเบา ไม่รู้ว่าเค้าจะได้ยินคำของผมมั้ย แปลกที่ผมไม่เบื่อเจ้าหนูจำไมคนนี้ ผมยังหัวเราะและมองเค้าวิ่งกลับไปหาพ่อของเค้า…ความผิดพลาดของผม ผมลืมถามชื่อเค้าเสียสนิท ………

ผมไม่เคยเชื่อในพรหมลิขิต..ตอนนี้ผมรู้แล้ว……พรหมลิขิตทำให้ผมได้รู้…..เด็กผู้ชายที่ซนและสดใสที่สุดคนนั้น

เค้าชื่อ……ทงเฮ….

”ลีทงเฮ..”





สิบปีผ่านไปเรากลับมาเจอกันอีกครั้ง


คุณเคยเชื่อเรื่องรักแรกที่เราตามหามั้ย? วันนั้นผมเจอรักแรกของผม มันเป็นความรักที่ผมคิดว่าจะไม่ปล่อยให้หลุดหายไปอีก..แม้ว่าจะต้องใช้แรงทั้งหมดจับมันไว้ ผมก็จะพยายาม.

ทงเฮ..คุณเห็นดอกไม้ที่ผมเสียบมาคู่กับดอกอัลมอนด์มั้ย.. กลีบดอกมันยังไม่บาน มันคือดอกForget Me Not….ความหมายของมันแปลว่า ความทรงจำที่ดี และรักแท้



เค้ากลับจำผมไม่ได้..


รักแท้ของผม…

Forget Me Not..

อย่าลืมฉัน..

คุณลืมผมเถอะนะ…ทงเฮ..



ผมบอกให้เค้าลืม ทั้งที่ผมกลับจำเค้าไว้ในใจ



“ผมรักเค้า..”

จนถึงตอนนี้..

ผมก็ยัง…รักเค้า


“ลีทงเฮ..”

“ลาก่อน…..ความรักของผม”



น้ำตาทงเฮร่วงลงมาเป็นสาย ริมฝีปากบางสั่นระริก มือบางยกขึ้นปิดใบหน้า น้ำตาทำให้ทุกอย่างพร่าเลือนไปหมด หากเสียงหัวใจของทงเฮดังก้องเหลือเกิน มันสั่งให้ขาของทงเฮเคลื่อนไหว ร่างบางถือรูปใบนั้นวิ่งออกมาจากห้อง ทงเฮเขย่าตัวเทมป์อย่างแรง บอกให้รีบพาไปสนามบิน ทงเฮมองนาฬิกา ทุกวินาทีที่ผ่านไปจิตใจของทงเฮร้อนรน เวลาของทงเฮเหลือไม่มาก คิบอมกำลังจะไปแล้ว…….



จะได้เจอมั้ย…..

ขอโทษ……


หัวใจของทงเฮพร่ำบอกแต่คำนี้….

ขอโทษสำหรับทุกอย่าง…

คุณสามี…อย่าไปนะ…

ฉัน…ขอโทษ


รถจอดตรงทางเข้าสนามบิน ทงเฮวิ่งไม่คิดชีวิตไปที่ที่เคาท์เตอร์ตรวจสัมภาระและเช็คอิน ทงเฮมองหาทุกเคาท์เตอร์แต่ไม่เห็นร่างของคิบอม ทงเฮออกมามองตรงทางแยกเพื่อไปเข้าห้องน้ำ เวลาที่กระชั้นชิดเข้ามาทำให้ร่างบางรีบวิ่งไปยังช่องที่ตรวจบัตรก่อนจะเข้าไปในเกท ทงเฮแทรกตัวเข้าไปยังแถวคนที่ต่อคิวรอ ทุกที่ ทุกทางเข้า…. ทงเฮไม่เห็น..แม้แต่เงาของคิบอม

…..ทำไม…ไม่มี……

“คุณสามี….”

“อย่าไปนะ…อย่าไป”


เยอรมัน ทุ่มตรง GE 1209
เยอรมัน ทุ่มตรง GE 1209
เยอรมัน ทุ่มตรง GE1209


ทงเฮขอร้อง แต่กาลเวลาไม่เคยฟังคำวิงวอนของทงเฮเลย เข็มนาฬิกาเดินต่อไปเรื่อยๆ ทงเฮร้องไห้ หัวใจจะขาดรอนๆเวลาก็ไม่เคยหยุดรอทงเฮ ทงเฮแค่อยากย้อนกลับไปแก้ไข ทงเฮอยากเจอคิบอม

ขอโทษ ทงเฮอยากบอก…
ขอโทษให้กับความโง่เขลาของทงเฮ
ขอโทษ ที่จำไม่ได้……


รัก…ฉันรักคุณสามี

ฉันรักคุณสามี…คุณสามีได้ยินมั้ย…


ทงเฮยังไม่ได้บอกออกไปสักคำ
เครื่องกำลังจะออก สายไปเสียแล้ว……..



เยอรมัน ทุ่มตรง GE 1209
เยอรมัน ทุ่มตรง GE1209

เสียงของทางสนามบิน เรียกเตือนผู้โดยสารขึ้นเครื่องเป็นครั้งสุดท้าย หัวใจของทงเฮแตกสลาย ร่างบางหมุนมองรอบตัว คนที่จะเข้าไปในเกทน้อยลงทุกที รอบตัวของทงเฮยังว่างเปล่า แม้จะเหลียวมองหายังไงก็ไม่มีคิบอม.. น้ำตาทงเฮไหลออกมาไม่หยุด

ฉันรักคุณสามี…


ไหนคุณสามีบอกว่า จะเป็นหิ่งห้อยที่ไม่ทำให้ฉันต้องรออีก ฉันอยู่ที่นี่ รอคุณสามีอยู่ตรงนี้


ฉันรักคุณสามี…



เสียงของทางสนามบินบอกว่า…….เครื่องออกไปแล้ว…….
เสียงของทงเฮไม่มีใครได้ยิน..

ทงเฮยืนเคว้งอยู่คนเดียวเพียงลำพัง……
รูปที่กำแน่นค่อยๆตกลงสู่ปลายเท้า

ทุกอย่าง…..สายไป……

จบแล้ว…………

ความรักของทงเฮจบแล้ว..



“คุณค่ะ”

ทงเฮยืนก้มหน้าแล้วร้องไห้อยู่ตรงนั้นไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ จนกระทั่งมีพนักงานของสนามบิน เดินเข้ามาหาแล้วสะกิดเรียก ทงเฮถึงเงยหน้าขึ้น สิ่งที่เค้ายื่นมาให้……….ทำให้หัวใจของทงเฮเต้นรัว



ดอกForget Me Notที่กลีบสีม่วงของมันเบ่งบาน เห็นเกสรที่อยู่ตรงกลาง ชัดเจน………


“ผู้ชายคนนั้น เค้าฝากมาให้คนรักของเค้าค่ะ” พนักงานของสนามบินมองไปทางด้านหลังของทงเฮ ร่างบางรับดอกForget Me Notมาถือไว้ ทงเฮภาวนาต่อพระเจ้า หันไปแล้ว..ขอให้ทงเฮ….เห็น…เห็น..


คิบอม…


ผู้ชายตัวสูงในชุดสูทดำ ผมสีดำขลับตัดสั้น คิ้วเข้มเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ เดินมาหยุดตรงหน้าทงเฮ เราสบตากัน ทงเฮน้ำตาไหล เพราะแววตาที่คุ้นเคยคู่นี้เป็นแววตาคุ้นเคยที่ทงเฮอยากเจอ

ดวงตาเราทั้งสองฝ่าย..เป็นกระจกสะท้อนความรู้สึกของกันและกัน เรามองตากัน น้ำตาเราไหลแต่เรายิ้มให้กัน ผู้ชายคนนั้นก้มลงหยิบรูปที่ทงเฮทำหล่นส่งคืนให้…….


Forget Me Not ความหมายของมัน แปลว่า ความทรงจำที่ดีและรักแท้
รักแท้ของผม…..กลับมาแล้ว








“ว่าไง…..จอมซน”








FIN