Title ::: Psyche
Chapther:: VII
Author :: Boradori
Cast ::: KyuMin x BumDong
:: Psyche ~ดอกไม้ โชคชะตา ความรัก # 7 ::
เทพีอาร์เทมิสจะทำอย่างไร เมื่อเสกตัวเองกลับสวรรค์ก็ไม่ได้ อย่าบอกนะว่า..
คืนนี้ทั้งคืน
เทพีอาร์เทมิสจะต้องอยู่กับมนุษย์ผู้นี้?
อากาศรอบตัวหนาวเย็นขึ้นทุกที ทงเฮยืนกอดแขนหนาวอยู่ภายนอก ร่างเล็กทำปากยื่นขัดใจเมื่อมองไปข้างในรถแล้วเห็นใบหน้าคมนั้นกำลังนอนหลับสบาย
หึ!!
จะโทษอะไรหล่ะทงเฮ นอกจากโทษทิฐิของตัวเองที่พลั้งปากไปว่าจะนอนข้างนอก
เค้าง้อให้นอนข้างในแล้วแต่ก็ดันพูดไปว่าไม่ไว้ใจ ใครจะกล้านอนกะนายได้ แล้วเป็นไงหล่ะ
ก็ต้องมายืนเป็นมนุษย์แช่แข็งอยู่ตรงนี้นี่ไง
ทงเฮหันหน้าไปทางอื่นซะเพราะยิ่งเห็นคนในรถแล้วก็ยิ่งอารมณ์เสีย โชคดีที่รถมาเสียตรงที่ที่มีหลักกิโลพอดี มันพอเป็นที่พึ่งพิงให้ทงเฮนั่งพิงโดยไม่ต้องเมื่อยเพราะต้องยืนตัวตรงได้
บรรยากาศยามค่ำคืนหยาวเย็นขึ้นทุกขณะ ทงเฮยืนห่อลำตัว มือบางทั้งสองข้างถูกยกขึ้นเอามาป้องปากตัวเองไว้ต้านทานความหนาว ร่างบางหันไปมองคนที่นอนอยู่ตรงหน้ารถ เบาะรถเอนจนแทบจะขนานกับตัวรถแบบนั้น คงนอนหลับสบายสิท่า พูดแล้วทงเฮก็โกรธ ได้แต่ภาวนาขอให้มีรถผ่านมาเถอะ ทเงฮจะหนีกลับโดยทิ้งตานี่ไว้ที่นี่ให้รู้สำนึกเลย
ไอเย็นรอบด้านแผ่ปกคลุมจนทำให้ทงเฮเริ่มสะท้านหนาวสั่นไปทั้งกาย ก่อนที่มันจะชาเพราะอากาศหนาวจัด ร่างบางขยับแข้งขาไปมาไม่ให้อยู่นิ่ง มือบางรองรับความอบอุ่นจากกลุ่มไอที่ออกมาจากปากขณะหายใจออก..ไม่ไหวแล้ว ทงเฮหนาวจนจะเป็นน้ำแข็งแล้ว
ทงเฮตกใจเมื่ออยู่ดีๆก็รู้สึกได้ถึงความร้อนจากมือคู่หนึ่ง สัมผัสอบอุ่นแนบทาบลงบนไหล่เล็ก ร่างบางหันขวับไปทันที แล้วทงเฮก็เห็นว่า ไอ้พ่อกะล่อนตัวดีกำลังยืนฉีกยิ้มจนเห็นฟันอยู่ข้างๆ
มือบางตั้งท่าจะฟาดคนที่มาไม่ให้สุ่มให้เสียงและฉวยโอกาสถูกเนื้อต้องตัวให้รู้สึกเจ็บแต่เสื้อตัวหนาที่ทาบยาวลงมาถึงเอวนั้นทำให้ต้องหยุดความคิดทั้งหมดไว้
นอกจากจะอุ่นเพราะมือที่ประคองตรงหัวไหล่แล้ว หมอนี่เอาเสื้อมาคลุมให้เราด้วยเหรอนี่
“ไม่ตีแล้วเหรอครับ ตีสิครับ ผมจะได้รู้ว่าทำดีแล้วไม่ได้ดี รู้งี้น่าจะปล่อยให้คุณหนาวตายดีกว่า” ดูนะ ดูยอกย้อนเข้า ตลกนักใช่มั้ยกับการแกล้งคนอื่น หาว่าทงเฮไม่เป็นผู้รู้จักบุญคุณคน
“ขอบใจสำหรับเสื้อ แต่เอามือนายออกไปได้แล้ว ” ทงเฮมองขวาง ถึงจะเป็นผู้มีพระคุณ มันใช่เรื่องรึไง ที่จะถือโอกาสแต๊ะอั๋งไปด้วย
“เอาออกไม่ได้อ่ะ ทำยังไงดี เมื่อกี้ผมเผลอทากาวตาช้างติดกับตัวคุณ ” บอกเอาหน้าตาซื่อๆ
“อย่ามาเล่นลิ้นนะ ชั้นไม่สนุกด้วย เอามือออกไปได้แล้ว ” ตั้งท่าจะซัดแต่คิบอมจับข้อศอกทงเฮที่พุ่งเป้ามาที่หน้าท้องตัวเองไว้ รวบแขนทั้งสองข้างของคนชอบใช้กำลัง คว้าหมับกอดแน่นขึ้นอีก
“บอกให้ปล่อยยังไงเล่า! ใครใช้ให้นายมากอดชั้นนี่”
ทงเฮดิ้นขลุกขลักทั้งกัดทั้งข่วน แต่คนถูกว่ามันก็เอาแต่หัวเราะยิ้มเต็มแก้ม
“คุณดิ้นและโวยวายแบบนี้ไม่กลัวคนอื่นเค้าคิดว่าเรากำลังทำอะไรกันรึไง ในที่มืดสองต่อสองอยู่ไม่นิ่งแถมมีเสียงดังเป็นระยะๆแบบนี้ มันเหมือน…นะครับ”
“ไอ้บ้า!! ” ทงเฮหันไปจะว่าแต่แก้มก็ต้องร้อนซู่ขึ้นกว่าเดิม เมื่ออยู่ดีๆริมฝีปากคิบอมก็แตะลงบนแก้มของตัวเอง
“ไอ้บ้า! ไอ้ฉวยโอกาส ใครใช้ให้นายหอมแก้มชั้น!! พูดไม่รู้เรื่องรึไง ปล่อยนะ!! ปล่อย!! ”
ว่าแรงๆแค่ไหนคิบอมก็ยังกอดทงเฮแน่นขึ้น แม้ว่าจะต้องรวบเท้าร่างบางที่ยกขึ้นเตะบ้างต่อยบ้าง คิบอมก็ยังกอดอยู่ไม่ปล่อย
ร่างสูงยิ้มจนเห็นฟันแกล้งเอาหน้าถูกับคนตัวเล็กแสนดุ
“ไม่รู้เรื่องอะไรครับ มีคนบอกผมว่าปากเป็นส่วนที่ไวสัมผัสที่สุด ผมก็เลยใช้มันสำรวจเมื่อเห็นแก้มคุณแดง แล้วผมผิดเหรอครับที่ผมเป็นห่วงว่าคุณจะเป็นอะไรแบบนี้”
เป็นคนที่อ้างเหตุผลและทำเสียงให้น่าเห็นใจได้รางวัลเป็นยี่ห้อรองเท้าที่สุด
โอ้ยยยย ไอ้ผู้ชายเล่นลิ้นทำไมทงเฮต้องซวยมาอยู่กับตานี่ด้วยเนี่ย หันไปซ้ายก็เห็นมันยิ้ม
เมื่อทงเฮหันหน้าหนีมันก็เปลี่ยนเอาหน้ามาวางตรงซอกไหล่ด้านนั้นอีก
โอ้ยย ทงเฮจะทำยังไงดี ไม่ได้การแล้วต้องหาทางหนีทีไล่โดยด่วน
ร่างบางเหลียวมองรอบด้าน ประกายในแววตาดีใจเปิดเผยหลังจากที่เพ่งมองจนแน่ใจแล้วว่ามีบ้านขนาดเล็กตั้งอยู่บนเนินสูงที่มีแสงไฟเห็นได้ไกลๆจากตรงนี้ ช่วยจุดประกายความคิดที่มอดลงไปแล้วซึ่งความหวังของทงเฮให้กลับมาลุกโชติอีกครั้ง..
ใช่แล้ว..
ถ้าคืนนี้ที่ตรงนี้ไม่มีรถผ่านมา ทำไมไม่เดินไปหาบ้านคนหล่ะ บ้านใครก็ได้อย่างน้อยก็ดีกว่าที่จะต้องอยู่กับตานี่สองต่อสองแหละนะ
คิดได้ดังนั้นแล้วทงเฮเลยไม่รีรอที่จะเรียกคนข้างกายที่ยังทำเนียนถูกเนื้อต้องตัวอยู่
“เน่ ” บอกเสียงห้วน
“หนาวเหรอครับ ขอโทษนะครับ ”
หมับ!! คิบอมกระชับอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิมเพราะคิดว่าตัวเองคงกอดทงเฮหลวมเกินไป
มันอาจจะไม่พอให้ความอบอุ่นเมื่ออากาศหนาวเย็นขึ้นทุกขณะ ทงเฮนี่สิชักอยากจะเป็นลม
“โอ้ยยยย ไม่ใช่ อย่าหลงตัวเองได้มั้ย ”
“หลงตัวเองตรงไหนครับผมหวังดีกับคุณต่างหาก” ยอกย้อนกลับแล้วยิ้มจนเห็นฟัน
“ไปหาบ้านคนกันเถอะ!!! ” คำตัดบท แผดเสียงบอก เสียงดังนั้นทำให้คิบอมหยุดกึก
“คุณว่าอะไรน่ะครับ?”
“ไปหาบ้านคนยังไงเล่า!! ”
“มันไม่มีบ้านคนหรอกครับ”
“ไม่มีบ้านนายสิ เห็นมั๊ยยยย” ทงเฮจับตัวคิบอมให้หันไปทางขวา คิบอมกลืนน้ำลายจนฝืดคอเมื่อบ้านที่ทงเฮว่านั้นมองเห็นลิบๆไกลๆเกือบถึงยอดเขา
“มันไกลนะครับคุณ”
“เดินแป๊บเดียวก็ถึง”
“แต่ว่า..แล้วรถละครับ”
“ทิ้งไว้ไง”
“มันไกลนะครับ ”
“เดินไปขอความช่วยเหลือเค้ากันเหอะ ดีกว่าต้องมายืนแข็งอยู่ตรงนี้ แป๊บเดียวน่าแสงไฟอยู่แค่นี้เอง”
คำว่าแสงไฟอยู่ตรงนี้ เดินแป๊บเดียวก็ถึงของทงเฮจนถึงตอนนี้สองชั่วโมงแล้ว บ้านลิบๆไกลๆตรงยอดเขาก็ยังมีระยะห่างเท่าเดิมแบบที่เห็นตอนแรกไม่มีผิด ริมฝีปากเล็กสั่นเมื่อดึกขึ้นอากาศรอบตัวก็ยิ่งหนาวเย็นขึ้นกว่าเดิม ทั้งๆที่ทงเฮใส่ทั้งเสื้อหนาวและมีเสื้อของคิบอมคลุมทับ ร่างบางยังต้องกอดมือทั้งสองข้างเข้าหากัน ลูบแล้วลูบอีก แต่คิบอมคนที่สวมเพียงเสื้อยืดตัวเดียวนั้นกลับไม่มีอาการผิดปกติบ่นว่าหนาวแม้แต่น้อย
เก่งเกินไปแล้วรึเปล่า
คนกะล่อนนี้หนังหนาเหมือนกันทุกคนรึเปล่านะ
“นี่นาย นายน่ะ”
“อะไรครับ” แค่เพียงทงเฮอ้าปากพูดเท่านั้นหล่ะคนที่เดินนำทงเฮอยู่ก็หันมาหาราวกับว่ามีตาหลัง
“ไม่หนาวรึไง”
“คุณว่าอะไรนะครับ”
“ชั้นถามว่าไม่หนาวรึไง”
“……………”
คำถามซ้ำของร่างบางที่ได้ยินอีกรอบนั้นทำให้ริมฝีปากคมยกยิ้มขึ้นในความมืด คิบอมไม่พูดอะไรร่างโปร่งหันกลับไปทางเดิมแล้วก็เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีก
ตาเรียวตวัดมอง ทั้งที่ยอมลดฟอร์มถามแล้วแท้ๆอีกฝ่ายกลับไม่มีปฎิกริยาสนอง
ไม่ตอบเหรอ?
ทำงี้เหรอ?
โมโหหงุดหงิดแล้วนะ คอยดู ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด
ทงเฮเอามือกอดอกตัวเอง ก่อนกระทืบเท้าเร่งเดินให้ทันคนที่เดินนำไปทันที
โอ๊ะ!!
ใบหน้าเล็กเซประทะกับอกแกร่งของร่างสูงที่อยู่ๆก็หยุดเดินแล้วหันมาโดยที่ไม่ทันตั้งตัว
ทงเฮ อ้าปากจะว่า แต่ใบหน้าเล็กก็ต้องร้อนผ่าวไปทั้งหน้าเมื่อเห็นสิ่งที่คิบอมกำลังยื่นมาให้
หิ่งห้อยสีเหลืองประมาณสิบตัวลอยขึ้นจากอุ้งมือใหญ่เลื่อนมาอยู่ในระดับสายตาของทงเฮมันสวยงามซะจนทงเฮมองเพลินแม้ว่าหิ่งห้อยพวกนั้นจะลอยขึ้นไปข้างบนแล้ว
“ชอบมั้ย”
คำถามสั้นๆแต่ทงเฮพยักหน้าตอบกลับด้วยแววตาที่ดูเป็นมิตรมากกว่าเดิม คิบอมรู้เพราะน้ำเสียงต่อมาของทงเฮไม่ได้ขึ้นเสียงดังเช่นปกติที่ร่างบางพูดกับคิบอม
“มันไม่มีแล้วนี่”
หิ่งห้อยสวยงามพวกนั้นที่คิบอมวิ่งไปจับมาให้ตอนนี้มันลอยไปที่อื่นจนเหลือเพียงความมืดที่กั้นร่างของทงเฮกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเท่านั้น
เสียดายจังที่ความสวยงามมันหายวับไปแล้วในชั่วพริบตา..
“ใครบอกละครับ” มือหนาจับมือทงเฮขึ้น ประคองอะไรบางอย่างลงในฝ่ามือร่างบาง หิ่งห้อยตัวเดียวลอยเด่นอยู่ในขวดใสที่ข้างในมีใบไม้อยู่ มันกระพริบแสงสวยงามยามที่ทงเฮจ้องมอง
“เอามาได้ยังไง? นายทำได้ยังไง?” คิบอมเพียงแค่ยักไหล่ เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตกใจของร่างบาง ชายหนุ่มผู้ที่กะล่อนและกวนตีนที่สุดในความคิดของทงเฮ เพียงแค่กระชับมือทงเฮมากุมไว้
คำพูดที่ออกมาท่ามกลางความมืด ทงเฮมองใบหน้าคมคร้ามนั้นไม่ถนัดแต่คำที่ออกมามันชัดเจนเหลือเกิน
“แล้วผมจะเอาหิ่งห้อยเป็นแสนตัวมาให้อยู่ในกำมือคุณ ผมสัญญา”
แสงสว่างเหมือนไฟที่ฉายส่องให้หนทางที่มืดมิดยามค่ำคืนสว่างจนมองเห็นทางข้างหน้า ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางจางหายไปแค่เพียงได้ยินข้อความที่เหมือนคำสัญญา
ความมืดในใจของเทพีอาร์เทมิส เริ่มเห็นส่วนดีของชายคนนี้เช่นเดียวกันใช่มั๊ย..
หิ่งห้อย…
ชายในความฝัน..
ทั้งที่นี่ไม่ใช่สวรรค์
และท่านก็ไม่ใช่ชายผู้นั้นของเรา…
เหตุการณ์เหมือนเดิม..แบบนี้
บังเอิญเกิดเป็นครั้งที่สองรึไง..
เทพีอาร์เทมิสในพจนานุกรมของท่านไม่มีคำว่าจงใจหรือบังเอิญ..จากการกระทำของผู้อื่น
มันมีแต่เพียงคำว่า ลิขิตให้เป็นไป จากการกระทำของตัวเองเท่านั้น
ท่านเลือกเองได้..ทุกอย่างเลือกให้มันเป็นไปได้
ทงเฮสะบัดมือที่ชายคนนั้นกุมอยู่ออกทันที ร่างบางโยนกล่องนั้นใส่มือร่างสูง
‘รีบๆเดินเถอะ คืนนี้มันจะถึงมั้ย ”
คิบอมแค่นยิ้ม..แม้จะกลับมาสถานการณ์เดิมที่คุณคนสวยเค้าเอาแต่ต่อว่า แต่ประกายในแววตาแค่สองวินาทีที่ทงเฮมองคิบอมแบบเป็นมิตรนั้น คิบอมจดจำมันแล้ว..จดจำมันไว้
“เอ๊ะ โอเค นายไม่เดิน ชั้นนำเองก็ได้”
พูดจบทงเฮก็จ้ำอ้าวๆไม่รอคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ร่างบางหยิบไม้ที่อยู่ข้างทางเป็นตัวแหวกทาง เพราะเดินขึ้นมาจนถึงตีนเขาแล้ว ถ้าไม่ระมัดระวังอาจจะทำให้ตก
ทงเฮรีบเดินเพื่อลบความวาบหวามทั้งหมดออก..
รีบเดินเพื่อไม่ให้ความมืดและอากาศที่หนาวเย็นทำให้ใจอ่อนไหวไปตามร่างกาย
ขอเป็นคนนำข้างหน้าเพื่อที่จะไม่ต้องเห็นหน้า..คนคนนั้น..
การฝังหัวใจตัวเองแน่น ล็อกไว้กับตัวเอง..
นี่คือสิ่งที่ทงเฮ.ลิขิต..
จากอากาศยามค่ำคืนที่หนาวเย็น จนดวงอาทิตย์กำลังจะเคลื่อนมาทำหน้าที่ ร่างเล็กเอามือปาดเหงื่อที่ยังคงเกาะอยู่ตรงขมับทั้งสองข้าง เรี่ยวแรงจากการเดินทางมาครึ่งค่อนคืนเริ่มหายไปจนทำให้ขาบางเกิดความล้า คิบอมส่งสายตามาถามหลายครั้งว่าไหวรึเปล่าแต่ทงเฮก็เอาแต่ปฎิเสธ บ้านหลังนั้นฉายชัดขึ้น เดินอีกนิดก็คงถึงแต่ทงเฮกลับรู้สึกว่าดวงตามันล้าจนอยากปิดตัวลง
แข็งใจไว้ทงเฮ..
ร่างบางบอกตัวเองอย่างนั้นทั้งที่สติทั้งหมดกำลังจะจางหายไป
แล้วทงเฮก็ล้มลงหมดสติไม่รู้สึกตัว ในขณะที่พระอาทิตย์กำลังจะทำหน้าที่…
“ทงเฮ!!”
ไม่ทันที่ร่างของทงเฮจะล้มลง คิบอมก็รีบวิ่งไปประชิดตัวร่างบางทันที ชายหนุ่มร้องเรียกแต่ไม่เป็นผล
“ทงเฮคุณเป็นอะไร!! ”
ดวงตาสีชาปิดสนิท ตรงขมับทั้งสองข้างและใบหน้ายังมีไรชื้นของเหงื่อไคลเพราะความเหน็ดเหนื่อย ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น คิบอมจับร่างบางนั้นแบกขึ้นมาบนหลังของตัวเองทันที
คิบอมจับมือที่โอบรอบคอตัวเองไว้แน่น..ย่างก้าวแต่ละก้าวทั้งเป็นห่วงและอยากที่จะไปให้ถึงบ้านหลังนั้นให้เร็วที่สุด
พระอาทิตย์คล้อยเคลื่อนจนแสงแดดฉายส่องเห็นชัดเจนลอดผ่านกิ่งก้านของต้นไม้ทะลุจนเกิดเงาไปทั่วทุกหนทุกแห่ง..
คิบอมเดินมาถึงบ้านหลังนั้นแล้ว..ทงเฮ…
คุณอย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ..คิบอมมาถึงแล้ว
“ขอโทษนะครับ มีคนอยู่มั้ยครับ มีคนหมดสติครับ ได้โปรดช่วยเราด้วยเถอะครับ”
“ขอโทษนะครับ แต่โปรดช่วยเราด้วย”
ชายหนุ่มร้องเรียกขอความช่วยเหลือจากคนในบ้าน ไม่ทันอึดใจคุณป้าใจดีกับหลานสาวคนนึงก็ออกมา คุณป้าใช้ให้คิบอมแบกทงเฮไปวางไว้ในห้อง ก่อนให้หลานสาววิ่งไปตามหมอที่อยู่ถัดไปอีกสองบ้าน
“แค่เป็นไข้หน่ะพ่อหนุ่ม ” คุณป้ายิ้มบอกคิบอม
“พ่อหนุ่มเดินมาถึงที่นี่ได้คงจะเหนื่อยมาก ไปพักก่อนมั๊ย เดี๋ยวป้าจะดูแลหนุ่มน้อยคนนี้เอง”
คิบอมส่ายหน้า ร่างโปร่งพยุงตัวเองขึ้น บอกคุณป้าว่าจะตามไปดูหลานสาวคุณป้าที่ไปตามหมอ..
คิบอมใส่รองเท้าแล้วหันกลับไปมองภายในบ้านอีก ทงเฮนอนอยู่ในห้องที่มีแค่บานประตูที่กั้นอยู่
คิบอม..ยิ้มขอบคุณพระเจ้าอีกครั้ง
แสงแดดสาดส่องมาที่ร่างสูง คิบอมเอามือป้องเหนือศีรษะ หรี่ตาขณะเงยหน้ามองพระอาทิตย์ที่อยู่ตรงกึ่งกลางศีรษะอีกที ร่างสูงเอามือซับเหงื่อที่ชุ่มไปทั้งใบหน้า
แดดร้อนจัดหรือตัวเองเหนื่อย..ทำไมถึงล้าไปทั้งกายแบบนี้
แดดคงร้อนเหมือนทุกวัน เพราะหลังจากที่เดินไปได้สองสามก้าว คิบอมก็ล้มหมดสติลงตรงหน้าบ้านนั้นทันที
.
.
.
ทงเฮไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานเท่าไหร่
แต่เช้าแรกของทงเฮในที่ไม่คุ้นเคย ลืมตาขึ้นมาร่างบางเห็นคุณป้าใจดีและเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนนึง ทงเฮยิ้มให้กล่าวขอบคุณเสียงแผ่ว สองคนนี้คงดูแลตอนที่ทงเฮหมดสติและคงดูแลอย่างดี เห็นได้จากกะลังมังเช็ดตัวและถาดยาที่ตั้งไว้ข้างๆเป็นตัวยืนยัน ริมฝีปากเล็กเผยอออกเพื่อที่จะถามอะไรเมื่อคุณป้าเข้ามาดูอาการใกล้ๆ จับข้อมือเล็กไว้
“อย่าเพิ่งพูดอะไรเถอะ จะหาพ่อหนุ่มคนที่แบกมาใช่มั้ย”
คุณป้าห้ามไว้ไม่ให้ทงเฮพูด แค่คุณป้ากลับเดาความคิดของทงเฮถูก ทงเฮพยักหน้า ทั้งที่ความอ่อนเพลียเข้าครอบครองทั้งร่างกายจนอยากจะล้มตัวลงนอนและหลับตาเสียเดี๋ยวนั้น..
แต่ทงเฮทำไม่ได้…
ทำไม่ได้อีกต่อไป
ร่างบางฝืนตัวเองให้ยืนขึ้น โซซัดโซเซยันตัวขึ้นเดินแตะผนังไปก้าวแล้วก้าวเล่า..แม้ว่าคุณป้าจะร้องห้าม..แต่ทงเฮก็ไม่อาจที่จะรีรอ
ร่างบางร้องขออ้อนวอนคุณป้าและเด็กผู้หญิงตัวเล็กด้วยแววตาที่เป็นกังวลอย่างที่สุด
หัวใจทงเฮกระตุกเต้นเบาจนเกือบไม่ได้ยิน..
ความอ่อนแอของจิตใจทำให้ทงเฮบอกตัวเองว่าจะต้องทำให้ร่างกายตัวเองแข็งแรงเข้าไว้
ตั้งแต่ที่รู้ข่าวว่า..
คิบอม..เป็นไข้ป่า
.
.
.
ทงเฮหมดสติเพราะความหนื่อยและอ่อนล้าจากการเดินทาง แต่คิบอมเป็นไข้ สาเหตุส่วนนึงคงเป็นเพราะตัวทงเฮเอง..
ทงเฮชาวาบอีกครั้งเมื่อคุณป้าบอกว่า
“หนูไม่รู้เลยเหรอจ๊ะว่าพ่อหนุ่มเค้าเป็นไข้อยู่ก่อนแล้ว..”
ใช่ทงเฮไม่รู้…
ถ้าทงเฮรู้ทงเฮคงไม่ดื้อแพ่งขอให้คิบอมพามาบ้านหลังนี้
ทงเฮคงปฎิเสธรับเสื้อตัวนอกของคิบอม..
ไม่เร่งให้คิบอมเดินเร็วๆ..
จะอดทนไว้ไม่เป็นลม เพื่อไม่ให้คิบอมต้องแบก
ตาเรียวก้มมองพื้นห้องด้วยความรู้สึกผิด…ก่อนที่ใจจะสั่งให้ขาเร่งพาตัวเองให้ออกไปจากห้องนี้โดยเร็ว..
เทพีอาร์เทมิส..ท่านเป็นหนี้บุญคุณชายหนุ่มคนนั้น..
.
.
.
อาการคิบอมเป็นหนักจนน่าใจหาย
จะพาไปส่งโรงพยาบาลก็ไม่ได้เพราะทางที่จะออกจากบ้านหลังนี้นั้นมีทางเดียวคือต้องเดินผ่านป่าที่ทงเฮเดินผ่านมา บางทีถ้าแบกคิบอมไปอาจจะทำให้เป็นไข้หนักกว่าเดิม..
ทงเฮเลยต้องอยู่คอยดูแลคิบอมที่นี่..
หลังจากที่ทงเฮฟื้นไข้ อันดับแรกที่ทงเฮจะต้องทำคือการไปเฝ้าไข้คิบอม เริ่มตั้งแต่ตอนเช้า
คือตำสมุนไพรต้มใส่หม้อดินแล้วเอาไปให้คิบอมดื่ม
คนกะล่อนในยามป่วยไม่ได้ล้อเลียนหรือแกล้งทงเฮ เพราะร่างหนานอนนิ่งมีเพียงลมหายใจรวยรินเท่านั้น ทงเฮต้องประคองตัวร่างหนาขึ้นและกรอกยาให้ดื่ม
เช้า กลางวัน เย็น..
นี่คือสิ่งที่ทงเฮต้องทำปกติ..
ทงเฮไม่คิดว่าคำว่าหนี้บุญคุณอย่างเดียวจะทำให้เราได้มีเวลาใกล้ชิดกันเพื่อให้ทงเฮไถ่โทษ
ทงเฮกำลังโดนสวรรค์เล่นตลก เทพองค์ใดองค์หนึ่งกำลังแกล้งทงเฮอยู่ใช่หรือเปล่า
เมื่อทงเฮรู้ดีว่าความผิดปกติในใจเริ่มเกิดขึ้นแล้วบางส่วน ความรู้สึกส่วนลึกทำให้อยากที่จะถอนหายใจออกมา ทุกครั้งที่ทอดมองใบหน้าคมเข้มหลับใหลไม่ได้สติ ร่างบางคิดไปว่า จะดีแค่ไหนนะถ้าทงเฮเห็นแววตาดำขลับนั้นกำลังทำตาเชื่อมหรือเย้ยหยันว่าเหนือกว่าทงเฮ เห็นอาการยักไหล่ ใบหน้าทะเล้นไม่รู้ร้อนรู้หนาวเวลาที่ทงเฮตีหรือตอบโต้ด้วยวาจาเผ็ดร้อน มันคงดีกว่า..เห็นเปลือกตาปิดสนิท มือที่วางไว้นิ่ง ริมฝีปากเม้มตรง และอาการหลับไม่ได้สติแบบนี้..
ทั้งที่ทงเฮบอกว่าเกลียด..
พูดว่าไม่ชอบ..
แต่ทำไมตอนนี้ทงเฮ กลับ คิดถึง..
ใช่เพราะทงเฮเป็นหนี้บุญคุณคนนี้..
เพราะหนี้บุญคุณทงเฮ..
นายกำลังรู้สึกผิด..
แค่ชำระหนี้บุญคุณทั้งหมดให้หมด แล้วเราจะได้ไม่มีอะไรติดค้างกัน
.
.
.
เกือบสองอาทิตย์ที่คิบอมนอนไม่ฟื้น
ทงเฮแทบจะถลาไปกอดตัวร่างสูงในเช้าวันแรกที่ร่างสูงลืมตาตื่นขึ้น..
ใบหน้าทะเล้นหันมายิ้มให้ทงเฮเหมือนเดิม คนที่เพิ่งฟื้นไข้พูดกะล่อนล้อเลียนทั้งที่น้ำเสียงยังแห้งพร่าและเหนื่อยหอบจากการหายใจหนักๆเนื่องจากพิษไข้ที่ยังคงเหลืออยู่บ้าง
“ผมรู้นะตอนผมหลับไปคุณจะต้องเป็นห่วงผมมากๆ” ทงเฮมอบค้อนกลับไปให้วงใหญ่แม้ว่าความอึดอัดแน่นในใจจะหายไปจนโล่งทันทีที่เห็นดวงตาสีรัตติกาลจ้องมองมาที่ตัวเองอีกครั้ง…
“ฟื้นแล้วปากดีแล้ว คงไม่เป็นอะไรแล้วหล่ะ”
“ทำไมเล่า!!” ทงเฮร้องว่าเมื่อร่างสูงฟื้นขึ้นมาก็ทำชีกอใส่ดึงมือทงเฮไว้เมื่อร่างบางจะออกไปข้างนอก
“ไม่ทำไม..”
“หลับไปเกือบสองอาทิตย์ตื่นมาก็ประสาทไปแล้วรึไง ”
“ผมหลับไปเกือบสองอาทิตย์เลยเหรอ ” ร่างสูงขมวดคิ้วเมื่อทงเฮพยักหน้าว่าอืม..
“นานแฮะ”
“นานจนเป็นโรคประสาทไปแล้วเหรอ ปล่อยมือได้แล้ว..!! ”
คิบอมยิ้ม ทงเฮงุนงงเมื่อคนที่ไม่ค่อยยอมแพ้นั้นยอมปล่อยมือทงเฮออกแต่โดยดี
แล้วร่างบางก็เข้าใจเสียเต็มเปา เมื่อไอ้คนที่มันเพิ่งฟื้นไข้ลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิ ยืนยันคำว่า
ปกติไม่ได้เป็นอะไรแล้วให้ทงเฮยืนอายหน้าแดงอยู่กลางห้อง ด้วยคำพูดที่ว่า
“ผมจะเป็นโรคประสาทได้ยังไง ในเมื่อผมหลับไปสองอาทิตย์ ตื่นมาแล้วยังเห็นว่าคุณยังน่ารักอยู่เหมือนเดิม..แสดงว่าความจำผมยังดีอยู่นะ เพราะมือคุณก็ยังนิ่มเหมือนเดิมด้วย”
.
.
.
. . การมาอยู่ในที่แปลกตาของเรา เราไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนด้วยกันเลย คิบอมนอนไม่สบายในขณะที่ทงเฮกลายเป็นพยาบาลจำเป็นไปโดยอัตโนมัติ รอให้คิบอมอาการดีขึ้นสองสามวัน..เราถึงบอกลาคุณป้า.. ขากลับและขาไปของเรายังคงหมือนดิม เรายังชวนทะเลาะกันได้เหมือนเดิมไม่มีผิด เนื่องจากว่าคุณป้าให้คนเอารถไปซ่อมให้ ออกมาคราวนี้ทงเฮและคิบอมจึงสามารถใช้งานรถที่เสียไปได้ทันที สาเหตุที่รถเสียช่างบอกทงเฮว่า เป็นเพราะเจ้าของลืมเติมน้ำกลั่น ตอนนั้นตาทะเล้นยังนอนหมดสติอยู่ ไม่อย่างนั้นนะ ทงเฮจะตามไปบิดเนื้อบิดตัวให้เขียวมีแต่รอยนิ้วมือทั้งร่างแล้ว เนื่องจากว่าความขี้หลงขี้ลืมเล็กน้อยนั้นทำให้ทงเฮพลาดโอกาสตามหาซองมินคนที่สำคัญสำหรับทงเฮตั้งสองอาทิตย์ จนถึงตอนนี้เมื่อเจ้าตัวมันฟื้นแล้ว.. เพราะคดีที่โดนช่วยเหลือจากการเป็นลมทำให้ทงเฮพูดได้ไม่เต็มปากนัก หากเมื่อขึ้นรถไปแล้วทงเฮก็อดไม่ได้ที่จะเปิดประเด็นค่อนขอดร่างสูง ทงเฮไม่ได้ตั้งใจชวนเพื่อหาเรื่องคุยนะ ทงเฮแค่อดไม่ได้ “หายไปสองอาทิตย์ซองมินเป็นยังไงบ้างไม่รู้” “ซองมินไม่เป็นอะไรหรอกคุณ” พูดจามั่นอกมั่นใจแบบนั้นทงเฮจึงรีบตอกกลับ “นายรู้ได้ยังไง ซองมินพูดไม่ได้แถมยังไม่ทันคนแล้วโดนทำร้ายไปขนาดนั้นอีก จะไม่เป็นไรไปได้ไง นายคิดตื้นๆไปรึเปล่า อย่ามองโลกในแง่ดีหน่อยเลย ”เย้ยหยันอยู่ในที เมื่อคิดถึงพวกมนุษย์ที่ทำร้ายซองมิน มนุษย์มีแต่พวกเลวร้ายเต็มไปหมด อย่าว่าแต่มนุษย์เลย เทพบางคนลงมาเป็นมนุษย์ก็ยังเอาความร้ายของตัวเองมาด้วย ที่อยู่อาศัยที่แตกต่างไม่ได้ทำให้จิตใจคนเราพัฒนาขึ้น อย่างเช่น เทพที่มาเป็นมนุษย์นามว่า เรียววุค หึ.. “รู้สึกว่าคุณจะเป็นห่วงเป็นใยซองมินจังเลยนะ นี่ขนาดว่าเพิ่งรู้จักกันยังห่วงใยขนาดนี้เลย” “ก็ใช่สิ ไม่ห่วงได้ไง ก็ซองมินน่ะเป็นถึง..” เพราะมัวแต่เพลินอยู่กับความคิดของตัวเอง เมื่อคิบอมถามมาแบบนี้ทงเฮก็โพล่งตอบกลับไป มารู้ตัวว่าพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกไปก็ต่อเมื่อหลุดออกมาครึ่งประโยคแล้ว ท่าทีหยุดชะงักไปแบบนั้นของทงเฮ.. คิบอมหัวเราะบอกตัวเองในลำคอ.. เป็นคนที่คุณรู้สึกดี? หรือว่าคุณรักตั้งแต่แรกพบไปแล้วหล่ะ? ผมไม่สนหรอกนะทงเฮ… ผมคงต้องย้ำความจริงให้คุณฟังสักหน่อยว่าคนที่คุณมองอยู่น่ะเค้ารักเพื่อนผม และคนที่อยากให้คุณมองน่ะ อยู่ตรงนี้ต่างหาก “คยูฮยอนคงไม่ปล่อยให้ซองมินเป็นอะไรหรอก คุณเชื่อแล้วก็วางใจได้” “นายพูดอย่างกับว่ารู้ว่าคยูฮยอนเจอซองมินแล้ว..” เอ๊ะ.. ร่างเล็กขมวดคิ้วเมื่อพูดไปแล้วคิบอมไม่พูดอะไรตอบโต้ สมองประมวลผลปะติดปะต่ออะไรบางอย่าง.. เหตุการณ์ตั้งแต่แรกที่คิบอมขับรถไม่รู้ร้อนรู้หนาวจนมาถึงที่นี่ มันเป็นเพียงแค่ฉากฉากหนึ่ง ฉากที่คิบอมจัดไว้เพื่อให้ทงเฮร่วมแสดง.. “นี่นายหลอกชั้นมาตลอดใช่มั๊ย?” เค้นถามเสียงดัง “ นายรุ้แต่ยังหลอกให้ชั้นมาตามหาซองมินถึงที่นี่..นาย! ทำไมนายเป็นคนแบบนี้! ทำไมนายเป็นแบบนี้ห่ะ!! ” ร่างเล็กรัวกำปั้นใส่จนคิบอมต้องเบรกรถกระทันหัน ทงเฮจ้องหน้ากลับไม่ยอมแพ้เมื่อคิบอมหันมาจะต่อว่าว่าการกระทำแบบเมื่อกี้อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ ทงเฮกำลังโกรธ..เห็นว่าทงเฮเป็นอะไร คิดว่าเรื่องซองมินสำหรับทงเฮเป็นเรื่องล้อเล่นที่อยากจะชักใยปั่นหัวยังไงก็ได้หรือยังไง.. “ผมหลอกคุณ..” คำตอบรับกลายๆ ยิ่งทำให้ทงเฮยิ่งโกรธ แต่เมื่อ ใบหน้าคมเข้มลอยเย้าเข้ามา ทงเฮก็ต้องถอยกรูดไปติดกับผนังรถอีกด้าน ร่างเล็กกำมือแน่นยกค้างไว้ระดับใบหน้า เข้ามาสิ นายทำอะไรชั้นชั้นต่อยนายแน่ ตาสีชาสบกับดวงตาดำขลับ ทงเฮไม่ได้เสหลบเมื่อรู้สึกถึงความจริงจังในแววตาของคิบอม ใบหน้าคมเข้มไม่มีรอยยิ้ม ติดจะเรียบเฉย..แต่ประกายในแววตาแน่วแน่จนทงเฮรู้สึกปั่นป่วนไปทั่วช่องท้อง ร่างบางกลั้นลมหายใจตัวเองไว้ไม่ให้ถอนหายใจออกมาให้อีกฝ่ายจับได้ว่าทงเฮกำลังต้านทานความรู้สึกเหล่านั้นอยู่ “ทงเฮ..” เป็นครั้งแรกที่คิบอมเรียกชื่อทงเฮแน่นิ่ง เป็นครั้งแรกที่ประกายในแววตาฉายชัด.. เป็นครั้งแรกที่คิบอมจริงจัง.. “คยูฮยอนโทรมาบอกตอนที่คุณหลับ และตอนนั้นเราก็ขับรถกันมาไกลแล้วด้วย ” “…….” “แถวนี้มีบ้านหิ่งห้อยที่สวยงามผมเคยมาสมัยเด็กๆ ผมอยากให้คุณเห็น แต่รถดันมาเสียซะก่อน เรื่องนี้ผมไม่ได้ตั้งใจ” “…………..” “ส่วนเรื่องซองมินที่ผมไม่ได้บอกคุณเพราะผมคิดว่าคยูฮยอนคงดูแลได้ ” “………..” “และที่ผมจงใจ.. ” “……….” “ผมอยากให้เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน” “ผมไม่ได้หลอก..มันคือความจงใจที่อยากใกล้ชิดกับคุณ..” ลมหายใจร้อนเป่ารดบริเวณแก้มของทงเฮ ทงเฮทำใจแข็งมองหน้าคมที่ลอยอยู่เพียงคืบ เสียงฟุดฟิดไม่พอใจจางไปเช่นเดียวกับความโกรธ.. ก่อนที่ทงเฮจะหวั่นไหว เพราะใบหน้าเศร้าและดวงตาจริงจังเหล่านี้ ร่างบางยันร่างคิบอมออกด้วยมือทั้งสองข้างทันที โอ้ยยยยยยยยยยย!! “เจ็บนะครับคุณ.” อารมณ์ซึ้งหายไปทันควันเพราะหัวคิบอมกระแทกเข้ากับพวงมาลัยของรถ “ถ้าเลือดออกผมขับรถกลับไม่ได้ คุณต้องรับผิดชอบนะเนี่ย” ทงเฮแค่นยิ้ม สะใจในน้ำเสียง แต่ดวงตายิ้มใสเหมือนเด็ก เพราะคิบอมไม่ได้มองหน้าทงเฮอยู่หรอกทงเฮเลยกล้ายิ้มแบบนั้น “ใครใช้ให้นายเข้ามาใกล้ชั้นหล่ะ” “ผมอธิบาย..” “แล้วใครบอกให้อธิบายใกล้ๆ” “มันมีแรง..” ร่างเล็กอุดริมฝีปากของคนเจ้าคารมด้วยตุ๊กตาที่ตั้งอยู่หน้ารถ “อย่าบอกว่าแรงดึงดูด ไม่งั้น..ชั้นจะได้บอกได้บ้างว่า ตุ๊กตาตัวนี้มันก็มีแรงเข้าหานายเหมือนกัน ” คิบอมหัวเราะ “คุณจำมุขผมมาใช้เหรอ?” “อะไรใครจำ..ชั้นเป็นคนเรียนรู้เร็วต่างหาก..” เฮ้ยย..ใกล้เข้ามาแล้วนะ เดี๋ยวต่อยอีกทีเลยเถอะ แต่คนที่ทงเฮคาดโทษไม่ปล่อยให้ร่างบางทำแบบนั้นแน่ คิบอมเว้นระยะไว้..ระยะที่พอมองเห็นหน้าคนช่างต่อว่าได้ถนัด ยิ่งทำให้ทงเฮร้อนวูบมากขึ้นเมื่อคิบอมเอ่ยถามเสียงนุ่ม.. “ไม่โกรธผมแล้วรึไง?” จะถามย้ำทำซากอะไร ยิ่งพยายามทำเป็นลืมอยู่ว่าความจริงแล้วต้องโกรธ.. น้ำเสียงจริงจังและแววตาเศร้าบอกความรู้สึกแน่วแน่นั้นก็ทำให้ชั้นอ่อนให้แล้ว จะถามย้ำทำไมอีก.. “ชั้นคิดว่าแลกกันกับที่ชั้นทำให้นายไม่สบาย ” พูดด้วยน้ำเสียงเชิด คิบอมมองคนที่นั่งตัวตรง ริมฝีปากเม้มนิ่งแล้วก็ขำอยู่ในใจ.. “คุณไม่ต้องโทษตัวเองหรอกทงเฮที่ทำให้ผมป่วย.. ทำให้ผมหมดสติ เพราะช่วงเวลานั้นผมมีความสุขที่สุด” “มีความสุขบ้าอะไรของนาย นี่นายหายไข้แน่แล้วรึเปล่าเนี่ย ? ” ว่าผมสิทงเฮว่าผมเยอะๆ.. คุณยิ่งว่า ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าคุณน่ารัก.. คุณทำหน้าบึ้ง ..ผมก็ยังรู้สึกว่า คุณน่ามอง.. “ผมไม่มีสติ..” จะบอกทำไมเนี่ย รู้แล้วว่าหลับไม่มีสติ ชั้นนี่แหละที่กรอกยานายอยู่ทุกวัน คอยเฝ้าคอยเช็ดตัวให้นาย ชั้นรู้อยู่แล้วรู้ดีอยู่แล้ว.. “แต่..” แต่..อะไรอีกหล่ะจะพูดอะไรที่ชั้นรู้อยู่แล้วอีก “ผมรู้สึก รู้สึกได้ว่าคุณอยู่ข้างๆผมตลอดเวลา ใช่มั้ย.?” วกเข้ามาหาทงเฮอย่างร้ายกาจ แม้ว่าจะรู้อยู่แล้วแต่ทงเฮก็ห้ามอาการร้อนทั้งแก้มของตัวเองไม่ได้ ทงเฮรีบตอบกลับไปเสียงห้วน ก่อนที่น้ำเสียงมันจะติดขัดเช่นเดียวกันกับหัวใจ “มันเป็นหน้าที่!! ถ้าเลือกได้ชั้นคงไม่ทำ” “แต่ผมมีความสุข ” “เอ๊ะ!!” “จะหน้าที่หรืออะไรผมก็มีความสุข” “เมื่อไหร่นายจะเลิกยิ้ม..” เป็นบ้าไปแล้วรึไง..ทงเฮด่าอยู่นะ พูดตอกกลับเสียงดังด้วยน้ำเสียงห้วนๆด้วย “คุณอยากรู้จริงๆเหรอทงเฮ” “นายจะทำอะไรน่ะ” ทงเฮขนลุกชันไปทั้งร่างเมื่อคิบอมค่อยๆเลื่อนใบหน้าเข้ามาหา ตุ๊กตาตัวน้อยตัวนั้นที่ขว้างใส่คิบอมก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนแล้ว มือที่ง้างเพื่อป้องกันตัวนิ่งแข็งเป็นหินอยู่ข้างลำตัวแล้วเช่นกัน ขยับก็ไม่ได้ ทำไมชาไปทั้งตัวอีกแล้วหล่ะทงเฮ.. ชายหนุ่มหายดี คนที่กวนประสาทร้อยเปอร์เซนต์กลับมาแล้ว รับมือก่อน..อย่าเพิ่งมาเป็นอะไรตอนนี้ ร่างกายไม่เชื่อฟังอย่างที่ใจคิด เพราะทงเฮขยับกายเคลื่อนไหวไม่ได้เมื่อคิบอมเลื่อนใบหน้ามาใกล้ขึ้น คิบอมมองหน้าผากเนียน จมูกงามและริมฝีปากอิ่มแดง ก่อนวกมามองที่ดวงตาสีชา..ที่เปล่งประกายสดใสมากกว่าอะไรทั้งหมดสำหรับคิบอม.. “ผมจะเลิกยิ้มก็ต่อเมื่อ..ผมไม่เห็นหน้าคุณ คุณไม่รู้เหรอว่าหน้าคุณทำให้ผมยิ้มตลอดเวลา” “อย่าพูดอะไรเลี่ยนๆได้มั้ยจะอ้วก” “คุณเลี่ยนเหรอ? ” คิบบอมเอียงคอยิ้ม ทงเฮหายอาการตัวสั่นเมื่อชายหนุ่มกลับมานั่งที่คนขับตามเดิม.. “เราชอบทะเลาะกัน..” “บทจะซึ้งเราก็ซึ้งได้” “มองหน้ากันเราก็หวั่นไหวได้ในบางครั้ง ” “นายพล่ามอะไรเนี่ย…” ยังไม่รู้อีกเหรอทงเฮ… “คุณว่ามันเลี่ยนเหรอ?” ฟอดดดด!!!!!!!! “คุณพูดผิดแล้วหล่ะ เพราะผมว่ามันหวานพอดีต่างหาก ” เฮ้ยยยย!! เมื่อกี้… เมื่อกี้.. อาศัยจังหวะที่ทงเฮไม่ตั้งตัว มันหลอกหอมแก้มทงเฮ.. มันทำให้ตายใจแล้วก็หลอกหอมแก้ม.. ไอ้คนบ้า!! ไอ้ฉวยโอกาส!! รถยนต์เคลื่อนไกลออกจากเขตชนบทกลับไปสู่เมืองหลวงตามเดิม แม้ว่าทงเฮจะฝากคำด่าว่าคิบอม..กลับไป หรือคิบอมจะยังกวนประสาททงเฮเหมือนอย่างตอนวันแรกที่รถมาเสียอยู่ที่นี่.. แต่สิ่งที่ต่างฝ่ายต่างรู้…เราต่างฝากสิ่งสำคัญไว้ที่บ้านหลังนั้นแล้ว ความรู้สึกเห็นใจอีกฝ่ายเริ่มต้นที่นี่ เช่นเดียวกับความทรงจำที่มีค่าและเรื่องราวที่มีความหมาย.. ระหว่างคนสองคน.. แม้ว่าตอนนี้ ความหนักใจที่ถูกปล่อยวางไว้มาใช้ชีวิตที่เรียบง่ายกำลังจะกลับมาเยือนทั้งสองคนอีกครั้งก็เถอะ เพราะที่แรกที่ทงเฮสั่งให้คิบอมขับรถไปก็คือโรงพยาบาล… . . . สองอาทิตย์ที่ผ่านมาคนอื่นเผชิญเหตุการณ์ด้วยความรู้สึกแบบไหน แต่สำหรับฮยอกแจมันคือความเจ็บปวดทั้งหมด กี่วันแล้วที่ฮยอกแจถูกขังไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันในห้องมืดแห่งนี้ กี่ทีที่ฮยอกแจต้องผวา เลื่อนตัวชิดติดกับฝาผนังเมื่อคนใจยักษ์ใจมารคนนั้นย่างกายเข้ามาหา.. ฮยอกแจต่อสู้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นน้ำตาและผลที่ทำให้ร่างกายของตัวเองถูกทารุณมากยิ่งขึ้น ถ้าฮยอกแจหลับตาลง..โดยที่ไม่ต่อสู้อะไรเลย ฮยอกแจจะเจ็บปวดอีกรึเปล่า.. ปัง!!! ปัง!! ปัง!! เสียงปึงปังที่ได้ยินลอดผ่านร่องประตูเข้ามา ฮยอกแจถอยหลังจนชิดกับฝาผนัง ร่างผอมบางร้องด้วยความเจ็บ เมื่อระยะที่ถอยได้นั้นถูกกั้นอิสรภาพไว้ด้วยโซ่ตรวน รอยเลือดไหลซึมผ่านตามข้อมือเมื่อฮยอกแจพยายามดิ้นรนค้นหาวิธีการหลุดพ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ปากบางมีเลือดซึมอยู่ตามขอบปาก จากการที่ฮยอกแจพยายามทำลายเหล็กหนาที่รัดอยู่บริเวณข้อมือ… ปัง!!!!!!!!!! ทันทีที่ห้องสี่เหลี่ยมห้องนี้ถูกแชร์อากาศกับใครอีกคนและภาพใครที่เข้ามาอยู่ในกรอบสายตา แววตาสีน้ำตาลเข้มเงยมองด้วยความแข็งกร้าว และเป็นเช่นเดียวกับทุกครั้ง สิ่งที่อีกฝ่ายจะมอบให้ฮยอกแจก็ไร้ซึ่งความปราณีเช่นกัน “กินข้าว” โครมมมมมม!!! ซีวอนโยนกล่องข้าวให้ร่างผอมตรงหน้า ซีวอนยืนเต็มความสูงมองเหยียดต่ำ ในขณะที่ฮยอกแจคลานอยู่แทบปลายเท้า เงยหน้ามอง ช่างต่างกันเสียจริง.. ฮยอกแจทำอะไรผิดถึงต้องเป็นแค่เศษดินให้คนคนนี้เหยียบย่ำ “ไม่กิน” ฮยอกแจแข็งใจตอบแม้ว่าความหิวมันจะเรียกร้องไปทั่วช่องท้อง ริมฝีปากแห้ง ฝืดไปทั่วทั้งลำคอ ฮยอกแจปฎิเสธข้าวและน้ำที่อีกฝ่ายยื่นให้ ร่างบางผอมปัดมันออกไปเต็มแรงทันที “ฤทธิ์มากนักเหรอ? ” “…….” “ถามทำไมไม่ตอบ” “……..” “ถามน่ะทำไมไม่ตอบ!!!!!!!!!” หลังจากที่ได้รับความชาเฉยกลับมาเป็นระลอก คราวนี้ซีวอนตะเบ็งถามเสียงดัง ยิ่งเกลียดอยู่แล้ว มาทำแบบนี้อีก..ทำไมไม่รู้ตัวว่าจะทำให้โมโหจนเกลียดมากขึ้นอีก แค่นี้ชั้นก็เกลียดนายเข้าไส้แล้ว.. หึ..พวกอยากลองดี ชอบความรุนแรง.. “อวดดีนักใช่มั้ย อยากโดนแบบวันนั้นรึไง! ได้!!” โอ้ยยยยย เมื่อเค้นถามแล้วไม่ได้รับคำตอบซีวอนก็ใช้เท้ายันร่างที่เกือบจะงอตัวขนานกับพื้นให้นอนราบลง ฮยอกแจจุกจนแทบหมดลมหายใจ แต่ซีวอนไม่ปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายหายใจหรอก อยากจะฆ่าให้ตายด้วยซ้ำ ซีวอนตามประกบเอาตัวนั่งทับร่างของฮยอกแจทันที มือหนาจิกศีรษะฮยอกแจขึ้นให้อยู่ระดับเดียวกับใบหน้าของตน บีบริมฝีปากเล็กที่มีเลือดซิบอยู่แล้วจนเห็นเลือดซึมเป็นทาง เค้นถามอีก “ชั้นถามว่าอวดดีนักใช่มั้ย!!” “ยังไม่ตอบเหรอ!!” ถุยยย!! คำตอบของฮยอกแจคือน้ำลายที่ลอยเข้าใส่หน้าของซีวอน ฮยอกแจไม่ได้สะอื้นแต่น้ำตาซึมไหลเป็นทาง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเข้มแข็งมองตอบ แม้ว่าใจจะอ่อนแอจนสุดจะทน ฮยอกแจอยากให้คนใจมารมันรู้ว่ามันเลวยิ่งกว่าสัตว์!! แล้วซีวอนก็เป็นคนที่ไวต่อคำต่อว่า.. แววตาที่ฮยอกแจมองหมิ่น สมเพชเหมือนซีวอนเป็นอมนุษย์และปีศาจกลับทำให้ซีวอนยิ่งแค้น ชายหนุ่มสูงใหญ่ค่อยๆใช้สันมือปาดน้ำลายที่เลอะอยู่ตรงใบหน้าของตนออกช้าๆ ก่อนที่จะใช้มือที่มีคราบน้ำลายติดอยู่นั้นฟาดไปบนใบหน้าของร่างผอมสูงที่มีผิวขาวจัดเต็มแรง เพี๊ยะ!!!!!!! ฮยอกแจเซไปติดกับพื้นปูนแล้วก็ไม่มีโอกาสได้เงยหน้ามองเพดานห้องอีกครั้งเมื่อซีวอนทาบทับร่างกายของตัวเองลงมา บดขยี้กลีบปากนวลของฮยอกแจ ข่มเหงด้วยการบีบรัดร่างกายทุกส่วนของฮยอกแจแน่น สะโพกของฮยอกแจบิดสะท้าน เมื่อซีวอนฟาดมันอย่างแรงด้วยความป่าเถื่อน ถาพในเหตุการณ์วันนั้นฉายซ้อนเวียนมาอีกครั้ง.. วันแรกที่ฮยอกแจถูกนำตัวมาที่นี่.. หลังจากที่ซีวอนรู้แล้วว่าซองมินหายไป.. ซีวอนกลับมาหาฮยอกแจในสภาพที่เปียกทั้งกาย ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร ซีวอนก็ตบฮยอกแจดังเพี๊ยะ!! จนฮยอกแจเซไปปะทะกับฝาผนัง ซีวอนก็ยังตามจิกตัวฮยอกแจดึงมาทำร้ายอีกแม้ว่าหน้าของฮยอกแจจะกระแทกและมีรอยเลือดเต็มไปหมดนั่นก็ไม่ทำให้ซีวอนเห็นใจ ฮยอกแจพนมมืออ้อนวอนเมื่อซีวอนจับมือทั้งสองข้างของฮยอกแจขึ้นล่ามด้วยโซ่เหล็กแต่ยิ่งฮยอกแจดื้อดึง ฮยอกแจก็รังแต่จะเจ็บตัวมากขึ้น ซีวอนโยนตัวฮยอกแจลงบนพื้นเย็นเฉียบ ผูกโซ่ที่คล้องแขนฮยอกแจไว้กับข้างฝาผนัง ซีวอนตบฮยอกแจครั้งแล้วครั้งเล่า ฮยอกแจจุกจนพูดอะไรไม่ออกแม้แต่จะร้องขอชีวิตหรือสะอื้นร้องไห้ ความหน้ามืดตามัวต้องการระบายอารมณ์แห่งความแค้นทำให้ซีวอนค่อยๆเข้าครอบครองฮยอกแจจนสุดตัว ซีวอนกระชากเสื้อที่ฮยอกแจใส่อยู่จนขาด ทาบทับกัดเม้มตรงซอกคอ.. รุนแรงทุกสัมผัส ไม่มีเลยความอ่อนโยนหรือคิดว่าจะฮยอกแจจะไหวรึเปล่า ทุกครั้งที่ซีวอนมอบจูบทารุณล้ำลึกไปด้วยเปลวเพลิงจนรู้สึกเจ็บปวดร้อนไหม้ไปทั้งปาก ฮยอกแจอยากร้องแต่มันไม่มีเสียง มันแห้งพร่าเงียบหายเหมือนกับเสียงของหัวใจ เจ็บจนชา เวทนาอย่างที่สุดเพราะมันต่อกรอะไรกลับไปไม่ได้เหมือนตุ๊กตาผ้า ทั้งที่ฮยอกแจเป็นคนที่มีทั้งความรู้สึกและความเจ็บปวด ฮยอกแจนิ่งชาเหมือนตายทั้งเป็นเมื่อต้องนอนนิ่งให้อีกคนลูบไล้เรือนร่างของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เจ็บเช่นเดียวกับตอนนี้.. เมื่อต้องเป็นที่รองรับอารมณ์อีกครั้งของร่างสูง หลังจากที่ซีวอนสำเร็จความใคร่จนพอใจก็จะเขี่ยฮยอกแจทิ้งด้วยปลายเท้า เหยียบย่ำเรือนร่างที่มีแต่รอยเลือดและความเจ็บปวดนี้เหมือนเศษขยะ ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน ซีวอนเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันมามองฮยอกแจแม้แต่น้อย.. เจ็บ.. ฮยอกแจเป็นใคร? เกิดมาเพื่อเป็นทาสที่ต้องทนทุกข์ทรมานเพราะความแค้นของใครคนนึง ทุกข์ที่ไม่ใช่สิ่งที่ฮยอกแจก่อขึ้น.. ฮยอกแจเป็นใคร? ทำไมต้องมารับความผิดเหล่านั้น เจ็บ… จนอยากหมดลมหายใจไปซะ ไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกแล้ว.. ถ้าฮยอกแจตายไป คงไม่ทรมาน.. คงมีโอกาสได้เห็นเดือนเห็นตะวัน.. และไม่ต้องเจออมนุษย์ที่ร้ายกาจแบบนี้… ทางออกของฮยอกแจ ที่จะหลุดพ้น.. เหลือเพียงทางเดียวคือตายไปซะอย่างนั้นใช่มั้ย… . . . |
.
.
คยูฮยอนเอียงหน้าซบกับเตียงสี่เหลี่ยม มือของร่างหนากุมมือร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงนั้นแน่น แสงแดดลอดผ่านม่านสีขาวเข้ามา คยูฮยอนกระพริบตาเมื่อรู้สึกถึงไอแดดที่สาดมาโดนผิวแก้ม แต่ที่คยูฮยอนเป็นห่วงมากกว่าก็คือร่างบางที่นอนอยู่บนเตียง คยูฮยอนกลัวว่าซองมินจะร้อน..
แล้วชายหนุ่มตาคมก็ต้องนิ่วหน้าขึ้นเมื่อจะลุกแล้วรู้สึกว่ามือของตัวเองมีมือซองมินกุมไว้ ก่อนนอนคยูฮยอนกุมมือซองมินแน่น แต่ทำไมตอนนี้กลับเป็นมือซองมินที่จับคยูฮยอนแทน บีบจนไม่สามารถขยับออกได้ แบบนี้หล่ะ
ความหวังฉายแจ้งชัดเจนในดวงตาคู่คม..น้ำตาคลอหน่วยด้วยความดีใจ..
“ซองมินคุณรู้สึกตัวใช่มั้ย..”
คยูฮยอนมองร่างที่อยู่บนเตียงด้วยความรักอย่างที่สุดชายหนุ่มวิ่งออกไปตามหมอประจำไข้ทันที
“คุณหมอครับ ซองมินรู้สึกตัว..ซองมินรู้สึกตัว..”
.
.
.
แสงแดดยามบ่ายแต่งแต้มท้องฟ้าให้เป็นสีส้ม ลมพัดเย็นสบายขับกล่อมให้บรรยากาศในสวนสาธารณะแห่งนี้น่าอยู่มากขึ้น ซองมินทำตาใสแป๋วเงยหน้าย้อนไปข้างหลังเพื่อมองคนที่เข็นรถเข็นให้ตัวเองอยู่
“หนาวเหรอครับซองมิน”
คยูฮยอนรีบถอดเสื้อตัวนอกของตัวเองห่มให้ซองมินทันที
“ซองมินเพิ่งฟื้นผมบอกให้นอนพักในห้องก่อนก็ไม่เชื่อ ยังจะรบเร้าให้ผมพาออกมาข้างนอกอีก ”
ร่างเล็กส่ายหน้า ทำภาษามือบอกคนตัวสูงที่นั่งยองอยู่ๆในระดับสายตา
((ซองมินไม่ได้หนาว แค่อยากมองหน้าคยูฮยอน..))
“มองหน้าผม?”
ร่างเล็กพยักหน้าหงึก..
ช่วงเวลาที่ไม่เจอกันซองมินคิดถึงคยูฮยอนเหลือเกิน
ซองมินขอโทษที่หนีคยูฮยอนมาและทำให้คยูฮยอนเป็นห่วง..
ขอโทษที่ทิ้งให้คยูฮยอนต้องอยู่คนเดียว..
((ซองมินขอโทษ..))
คยูฮยอนเอามือเช็ดดวงตากลมโตที่กำลังมีน้ำเอ่อคลออย่างนุ่มนวล ใบหน้าคมเงยมองคนที่เป็นที่รักตรงหน้านิ่ง
มือหนาสั่นสะท้านเมื่อเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมสีดำเข้มชินตาแล้วเจอแต่ผ้าก๊อตสีขาวที่พันศีรษะซองมินไว้..
ก่อนที่จะวางมันลงไป..ลูบศีรษะคนตัวเล็กอย่างเบามือ..
อีกมือจับมือร่างเล็กมากุมไว้แน่น..
“พูดแบบนี้ทำไมครับซองมิน ขอโทษคยูฮยอนทำไมครับ?”
((ซองมินเป็นต้นเหตุ..))
“คยูฮยอนตะหากที่ต้องขอโทษ คยูฮยอนทิ้งซองมินไว้คนเดียวจนซองมินถูกคนทำร้าย”
“คยูฮยอนเป็นคนดีห่วงแต่คนอื่นจนทำให้ซองมินต้องบาดเจ็บ..”
“คยูฮยอนทำให้ซองมินไม่ได้สติ..”
“ทั้งหมดเป็นความผิดของคยูฮยอน..คยูฮยอนต่างหากที่ต้องขอโทษ..”
((ไม่นะ ไม่ใช่ความผิดของคยูฮยอน )) ร่างเล็กส่ายหน้าจับมือคยูฮยอนที่กำไว้แน่น
คยูฮยอนวางมืออีกมือทับลงไปกับมือของซองมิน
“ตอนนี้เราจับมือกันแน่น ซองมินอึดอัดมั้ยครับ..”
ร่างเล็กส่ายหน้า..
คยูฮยอนกระชับมือเล็กแน่นขึ้นอีก..
“แล้วมีความสุขมั้ยครับ”
((ซองมินมี..มีความสุข))
“ถ้ามันไม่อึดอัดและทำให้ซองมินมีความสุข ซองมินอย่าปล่อยมือจากคยูฮยอนไปอีกนะครับ..”
“รับปากได้มั้ยครับ..ว่าซองมินจะไม่จากคยูฮยอนไปไหนอีก..”
“คยูฮยอนสัญญา..คยูฮยอนจะไม่มีวันทิ้งซองมินให้โดดเดี่ยว..”
((………))
“เว้นแต่เพียงอย่างเดียว..ซองมินอึดอัด ไม่มีความสุข และไม่ต้องการคยูฮยอนแล้ว ”
((ไม่นะ..มันจะไม่มีวันนั้นคยูฮยอน..))
ร่างเล็กบีบกระชับมือที่กุมอยู่ตรงหน้าตักแน่นขึ้น..แววตากลมโตคลอไปด้วยน้ำตา ยามที่สบเข้าไปแววตาคู่คมที่เห็นแต่ความแน่วแน่..
คำพูดแทนคำสัญญาเมื่อครู่..
ซองมินรับปาก..
.
.
.
เสียงหนึ่งลอยละลิ่วมาตามลม..
ไซคี การกลับคืนชีวิตอีกครั้งของเจ้า..
มันแลกกับเวลาที่เจ้าจะทุกข์ทรมาน..
เจ้ารู้ดี..
เวลานั้นใกล้ตัวเจ้าเข้ามาแล้ว..
เจ้าจะโหยหาความสุขโดยรับปากคำสัญญาอีกทำไม
เพราะสุดท้ายแล้ว..
คนที่เจ็บปวดก็คือเจ้า..
และอิรอส คนที่เจ้ารัก..
ไม่มีทางเลี่ยง..
“เฮ้ย คยูฮยอน” คยูฮยอนยืนขึ้นหันไปมองเมื่อได้ยินเสียงเรียกทักมาแต่ไกลจากทางด้านหลัง
รอยยิ้มกระตุกขึ้นบนใบหน้าคมก่อนที่มันจะวาดเป็นรอยยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
“คิบอม หายหัวไปไหนมาว่ะ!! ” คยูฮยอนต้อนรับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมาสองอาทิตย์ด้วยการตบบ่าอย่างแรงแล้วกระโจนตัวเค้าหามัน จนคิบอมเซไปข้างหลัง ในขณะที่คิบอมผลักอกคนที่ทำให้ตัวเองเกือบล้มอย่างแรงเช่นกัน
“เอี้ยนี่ กูไม่อยากล้มหัวฟาดพื้นนะเว้ยย กูยังไม่ได้แต่งงาน ”
“เออรู้ ที่หายหัวไปสองอาทิตย์ ว่าแต่มึงไปไหนมา ”
“ไม่สบายว่ะเป็นไข้ป่า”
“หายแล้วนี่ ปากหมาเหมือนเดิมได้ ”
“ไอ้เอี้ยคยู !!!! ”
คยูฮยอนหัวเราะก้องกับคำสร้อยนำหน้าที่คิบอมเรียกเป็นประจำ ร่างสูงตบบ่าเพื่อนสนิท พาย้อนให้เดินมาหาซองมินที่นั่งอยู่บนรถเข็นอยู่ทางด้านหลัง
“ซองมินครับ คิบอมมาเยี่ยมครับ ”
คิบอมหลิ่วตาดูเพื่อน พอกับซองมินแล้วจะหยิบจับอะไรก็ดูนอบน้อม แต่กับกูตีเอา ตีเอา
((ขอบคุณ คิบอมมาคนเดียวเหรอ ))
ดวงตากลมโตใสแป๋วมองมาที่คิบอมแล้วก็ยิ้มให้ มันไร้เดียงสาเสียจนคิบอมต้องยิ้มตอบ
ใบหน้าเล็กยังซีดเซียว แก้มตอบลงจากครั้งล่าสุดที่คิบอมเจอมากนัก ร่องรอยแผลยังเห็นได้ชัดอยู่ตามท่อนแขน
แต่รอยยิ้มใสที่ออกจากกลีบปากบางนี้ ยังน่ารักจับใจไม่เคยปลี่ยน..
ร่างใหญ่แอบคิดในใจ ในยามไม่สบายแบบนี้ ยังน่ารักเหลือเกินนะ ลีซองมิน
เห็นไอ้เพื่อนตัวสูงที่จับมือร่างเล็กพูดหวานป้อไม่ห่างแล้วก็ ด่ามันในใจได้อีก
กูน่ารักน่าชังขาวเหมือนเมียมึงบ้างเมื่อไหร่ให้มันรู้ไป..
คิบอมหัวเราะหึ
ความคิดกวนประสาทย้อนกลับมาหาตัวเอง
แต่อย่างน้อยตอนนี้…แฟนกูในอนาคตก็น่ารักเข้าขั้นนะเว้ย
กลีบบางปาก ใบหน้าสวยหวาน ยิ้มใส ตายสนิทแบบเมียมึงเด๊ะ..
คิบอมคิดถึงร่างบางคนนั้นแล้วก็ยิ้มไป..
เมื่อนึกได้ว่าคนที่รบเร้าให้พามาไม่ได้เดินเข้ามาด้วย ร่างใหญ่ก็เหลียวหา
คยูฮยอนถามทันที
“หาแม่มึงเหรอ มองอยู่ได้” ไม่ใช่แม่..แต่เป็นเมีย
ถ้าไม่เกรงใจคนอื่นในโรงพยาบาลที่เป็นผู้ใหญ่จะทำให้อาการของท่านเหล่านั้นทรุดหนักหัวใจวายด้วยคำพูดของเด็กสมัยใหม่ คิบอมคงตอบไปแบบนั้นแล้ว
“หาทงเฮน่ะ.. ลงมาจากรถพร้อมกัน ไม่รู้ตอนนี้ไปไหนแล้ว ”
“อ่ะแน่ะ ไวไฟเชียวนะมึง ”
“ไวเอี้ยไรหล่ะ..” อยู่กันสองอาทิตย์ไม่ได้ปล้ำเนี่ยนะไว แน่นอนว่าคำนี้จะไม่หลุดออกจากปากคิบอมไปให้คยูฮยอนรู้โดยเด็ดขาด คิบอมไม่อยากให้มันด่าว่า เด็ก..
“หึ..แล้วกูจะคอยดู ” ซองมินมองดูคยูฮยอนและคิบอมปะทะคารมกันแล้วก็ยิ้ม..
รอยยิ้มของคยูฮยอน..
แค่เห็นเท่านี้ ความชุ่มชื่นก็แล่นเข้าสู่หัวใจของซองมินโดยที่ไม่ต้องการอาหารหรือสิ่งหล่อเลี้ยงอย่างอื่น
“กูไปดูทงเฮก่อนละกัน เด๋วกลับมาหาใหม่ ”
“กูอาจจะพาซองมินเข้าห้องแล้ว ซองมินตากลมนานๆไม่ได้ ”
“ห่วงกันเชียวนะ”
“แน่เด๊ะ”
คิบอมหัวเราะขำ บางทีการที่ซองมินไม่สบายก็ดีเหมือนกัน มันอาจทำให้เพื่อนของเค้ารู้หัวใจตัวเองและเปิดเผยมันชัดเจนขึ้นกว่าเดิม
“โอเค งั้นเดี๋ยวกูตามไป”
แต่ใครที่มองภาพนั้นอยู่ไกลๆไม่ได้รู้สึกขำไปกับคิบอม ทงเฮถอนหายใจด้วยความเหนื่อยเมื่อความรู้สึกภายในใจตอนนี้มีหินเป็นร้อยตันแขวนอยู่ภายใน..
หนักมั้ย..ทงเฮ..
ถึงเวลาที่ต้องทำลายความสุขของคนที่ตัวเองรักและห่วงใยเค้ามาตลอดแบบ ลีซองมินแล้ว
หนักใจรึเปล่า?
ทงเฮจับจ้องไปที่ร่างสูงที่โอบกอดร่างของซองมินอยู่กลางสนามหญ้า มองไม่กระพริบตา..
หน้าที่คำๆนี้ย้ำเตือน..
ถึงหนักใจแค่ไหน ทงเฮก็ต้องทำ
ชายหนุ่มใบหน้าคม คิ้วเข้มเรียวยาว จมูกงามเป็นสัน ริมฝีปากสีสดได้รูป..หุ่มผอมสูง นิ้วมือที่อบอุ่น
แผ่นหลังกว้างที่ทำให้ใครโหยหาอยากเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด
อิรอส..ท่านงามขนาดนี้..
ท่านอบอุ่น..อ่อนโยนขนาดนี้..
ไซคีรักท่านขนาดนี้..
ข้าจะเป็นอีกคนที่รักท่านได้รึเปล่า?..
ได้หรือไม่?
.
.
.
To be Con
เกือบสองเดือนเลยเนอะสำหรับฟิกเรื่องนี้ ไม่มีข้อแก้ตัวค่ะ
โบราโดริยินดีรับความผิดนี้โดยการมาต่อตอนนี้ให้อ่านยาวรากเลือด
เท่ากับอัลฟาตัวTเลย 40 หน้า Codia new 14 เอิ๊กๆๆ
แต่ไซคีตอนนี้พิเศษสามคู่สามรส(?) ครบองค์ประชุม ฮ่าฮ่า
อยากอ่านคอมเมนท์คนอ่านมาก ใครที่คิดถึงไซคีก็เมนท์ให้กำลังใจกันเน้ออ
หรือจะว่าพระเอกหรือนายเอกคนไหน ลงคอมเมนท์ไว้ค่ะ (หัวเราะ)
สุดท้ายแล้ว..ขอบคุณสำหรับPM และคอมเมนท์ทวงไซคีในฟิกเรื่องอื่นๆของโบราโดรินะค่ะ
ดีใจค่ะที่ยังมีคนไม่ลืมไซคี^^
ปล. เน่ คนที่ให้เจ๊แต่งคู่นั้นน่ะ แต่งให้แล้ว อาจไม่วาดฝันตรงใจเท่าที่ควร
เจ๊จำศีลไม่อยากแต่งNCรุนแรง ฮ่าฮ่าฮ่า